Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

กรี๊ด “เด็กวัดหล่อ” ของดีเชียงใหม่ ขาดทุนการศึกษา งานดีหล่อล่ำสวดมนต์เก่ง

9 มิถุนายน 2561, 7:07 น.
15 0
กรี๊ด “เด็กวัดหล่อ” ของดีเชียงใหม่ ขาดทุนการศึกษา งานดีหล่อล่ำสวดมนต์เก่ง

เผยแพร่: 9 มิ.ย. 2561 14:07: โดย: MGR Online

"คุณพ่อกับคุณแม่เลิกกัน โอ๊ตก็เลยย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่ตั้งแต่เด็กๆ ไปอยู่วัดกับหลวงตาตลอดครับ ผมก็อยู่กับหลวงตามาตั้งแต่เด็กๆ เลยครับ ตอนที่อยู่วัดส่วนใหญ่หลวงตาจะบอกให้สวดมนต์อย่างเดียวเลยครับ คือที่วัดนี้ไม่ได้มีกิจกรรมอะไรให้ทำเยอะครับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการสวดมนต์ตลอดเวลา แล้วโอ๊ตก็จะคอยรับใช้ คอยขับรถให้หลวงตาครับ แล้วก็ทำกิจวัตรของเด็กวัดทั่วไปครับ” .

“แต่ถามว่าลำบากไหม ก็ไม่ถึงกับลำบากครับ โอ๊ตยังใช้ชีวิตปกติธรรมดา เวลาเปิดเทอมก็กลับไปเรียนที่อยุธยา พอปิดเทอมถึงได้ขึ้นมารับใช้หลวงตาที่เชียงใหม่ครับ พอตอนนี้ย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยที่เชียงใหม่ โอ๊ตก็เลยได้มาอยู่กับหลวงตาที่วัดถาวรเลยครับ”

“เวทีที่ผ่านๆ มาก็สร้างความมั่นใจให้กับตัวเองครับ ได้เพื่อนใหม่ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เปิดโลกกว้างได้เห็นในสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะโอ๊ตไม่ใช่คนที่เที่ยวอยู่แล้วตั้งแต่เด็กๆ ก็คือจะอยู่วัดสวดมนต์ตลอด พอได้เข้ามาวงการประกวดก็รู้สึกว่าชอบ รู้สึกว่าเรารักกับการที่ได้ประกวดครับ และเวทีล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา ประกวดเวที เอดส์ เดย์ โอ๊ตก็ได้ที่ 1 มาครับ เวทีนี้ก็เกี่ยวกับวันเอดส์โลกครับ เป็นเหมือนเยาวชนที่รู้เท่าทันโรคนี้ และแบ่งปันประสบการณ์ไม่ให้คนติดโรคนี้ครับ ซึ่งถ้านับเวทีที่โอ๊ตประกวดมาทั้งหมดตั้งแต่เด็กๆ ก็มากกว่า 10 เวทีครับ”

“จริงๆ โอ๊ตเริ่มจากการประกวดวาดภาพก่อนครับ เพราะโอ๊ตเป็นคนที่ชอบวาดภาพ แม่ก็เห็นแววตรงนี้ครับ ตอนนั้นประกวดวาดภาพโอ๊ตก็ได้ที่ 1 ของคอลเกตครับ ได้ไปอเมริกาประมาณ 2 อาทิตย์ครับ ตอนนั้นที่ได้ไปก็ได้รู้จักสถานที่ใหม่ๆ ครับ และได้ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา เหมือนเราได้ทุนการศึกษาไปเที่ยวที่นั่นจากการประกวดครับ”

“ความฝันคืออยากจะเข้าวงการบันเทิงครับ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสสักทีครับ แต่ก็ไม่ท้อครับเพราะของอย่างนี้มันอยู่ที่จังหวะของดวงและจังหวะชีวิตเราด้วยครับ ถ้าตรงไหนมันใช่ที่ของเรา จังหวะของเรา มันก็จะส่งเสริมตรงนั้นขึ้นมาทันทีครับ ผมก็ให้กำลังใจตัวเองมาตลอดครับ เป็นไฟว์เตอร์ให้กับตัวเองว่าเราจะต้องสู้ไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีใครที่จะสมหวังหรือผิดหวังตลอดไป สักวันหนึ่งก็จะต้องเป็นวันของเราครับ คุณแม่ก็สนับสนุนครับ คนรอบข้างก็ให้กำลังใจครับ”

“ตอนนี้ก็ยังเป็นนักศึกษาอยู่ครับ เพราะโอ๊ตเรียนช้าไป 1 ปี ติดปัญหาเรื่องทุนการศึกษาครับ ก็เลยต้องดร็อปไป 1 ปี โอ๊ตเรียนปวส. 2 ปี แล้วก็เรียนปริญญาตรีอีก 4 ปีครับ ตอนนั้นที่ต้องดร็อปไปก็เพราะติดปัญหาทั้งเรื่องเงินและเรื่องแม่ด้วยครับ เพราะไม่มีใครดูแลแม่ โอ๊ตก็เลยต้องอยู่เป็นเพื่อนแม่ ดูแลแม่ก่อน เพราะตอนที่โอ๊ตย้ายมาเชียงใหม่แรกๆ อะไรๆ มันก็ยังไม่ลงตัวครับ ก็เสียดายนะครับที่ต้องหยุดเรียน แต่เราก็ต้องสู้ต่อไปครับ”

“แต่เดิมแม่เคยเปิดร้านผ้าไหมครับ แต่ตอนนี้แม่เกษียรแล้วก็เลยหยุดร้านที่อยุธยา แล้วก็ย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่ครับ รายได้หลักก่อนหน้านี้ที่โอ๊ตยังไม่ได้ทำงานก็คือเป็นแม่คนเดียวครับ แล้วหลวงตาก็ช่วยส่งเสียค่าเล่าเรียนให้ผมมาตลอดครับ ตอนนี้ผมก็ทำงานขายของเล็กๆ น้อยๆ ทางอินเตอร์เน็ตครับ โอ๊ตกับพี่ชายช่วยกันทำครับ รายได้ก็พอไปได้อยู่ครับ พอดูแลตัวเองและแม่ได้ครับ”

“สำหรับการประกวดครับนี้ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเอง ทุกคนมีความสามารถ มีความโดดเด่นเป็นของตัวเอง โอ๊ตไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่งนะครับ แต่โอ๊ตมองว่าทุกคนเป็นเพื่อนมากกว่า อย่างน้อยปีนี้ถึงโอ๊ตจะไม่ได้ โอ๊ตก็ยังได้เพื่อนมาถึง 76 จังหวัดเลย และถ้าถามถึงความโดดเด่นของตัวเองที่จะไปสู้บนเวที โอ๊ตว่าถ้าอยากได้ไฟว์เตอร์ก็มาหาโอ๊ตได้เลย เพราะโอ๊ตเป็นไฟว์เตอร์แน่นอนครับ และโอ๊ตเป็นคนที่น่ารักสดใส อาจจะไม่ได้หล่อ 100% แต่ความสดใส ความเป็นไฟว์เตอร์ในตัวเองโอ๊ตมีเต็มร้อยครับ แต่ทีเด็ดในการประกวดมีแน่นอนครับ แต่ขออุบไว้ก่อนครับ”

“ความคาดหวังที่อยากจะได้จากเวทีนี้คือประสบการณ์ครับ อยากได้เพื่อนๆ และโอกาสในการทำงานในวงการบันเทิงครับ โอ๊ตอยากเป็นนักแสดง อยากเป็นนายแบบครับ โอ๊ตเคยเดินแบบและเคยประกวดเวทีอื่นๆ แต่เรื่องการแสดงอาจจะยังไม่เต็มตัว อาจจะมีแค่หนังสั้นที่เคยผ่านมาบ้างครับ ก็อยากจะได้มีโอกาสทำงานในวงการบันเทิงครับ”

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0