Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

คุยกับสองตัวเอก Shrek the Musical

3 พฤษภาคม 2559, 3:02 น.
91 0

มาวันนี้ เป็นข่าวดีของพวกเราชาวไทย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ (หัวใจเด็ก) ที่ละครเวทีเรื่องนี้ จะมาเปิดทำการแสดงที่เมืองไทยในวันที่ 1-5 ก.ค. นี้ ณ โรงละครเมืองไทยรัชดาลัย แต่ก่อนที่พวกเราชาวไทยจะได้ดูได้ชมละครเพลงเรื่องนี้ เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษกับสองนักแสดงนำ ไคล์ ทิมสัน ผู้รับบท เชร็ค และลินด์เซย์ เอสเทลี ดันน์ ผู้รับบท ฟีโอน่า แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ใช่นักแสดงนำในแคสต์เดียวกับบรอดเวย์ หากได้รับคัดเลือกมาโดยเฉพาะสำหรับการแสดงนำในเวอร์ชั่นเวิลด์ทัวร์ ทั้งสองจะมาเผยถึงเรื่องราวชีวิตบนเส้นทางละครเวที รวมทั้งสิ่งที่ได้จากตัวละครอย่างเชร็คและฟีโอน่า...

“สำหรับเด็กจบใหม่อย่างผม ได้มีโอกาสเดินทางไปเล่นละครเวทีตามประเทศต่างๆ ทำให้ได้เห็นวัฒนธรรมใหม่ๆ ซึ่งมันไม่มีประสบการณ์อะไรที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว ทำให้เราได้เจอคนในแวดวงเดียวกันและมากความสามารถด้วย แต่ก่อนไม่เคยคิดว่าจะชอบการเดินทาง แต่ตอนนี้คิดว่าจะไม่หยุดเดินทาง เพราะมันทำให้เราได้เห็นอะไรใหม่ๆ เยอะมาก อย่างมาที่ประเทศไทย เราได้เรียนรู้ภาษา เรียนรู้คำทักทาย คำขอบคุณ รวมทั้งการไหว้ และที่สำคัญที่สุด อาหารไทย ผมชอบอาหารไทยมาก โดยเฉพาะผัดไทย”

“ฉากแรกจะเปิดตัวด้วยตัวละครยักษ์ร่างใหญ่สีเขียวกำลังเอาหนังสือบังหน้า แต่พอได้จังหวะหนึ่ง หนังสือก็เปิดเผยหน้าตัวละครตัวนั้นที่จะทำให้เด็กๆ ตกตะลึงที่ได้เห็นเชร็คตัวจริงจากในการ์ตูนที่เขาดู นั่นเป็นความรู้สึกที่ทำให้ผมอยากแสดงต่อ จากเด็กในโรงละครที่ถูกล้อว่าสูงกว่าคนอื่น ผมรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้คนอื่นยอมรับ เมื่อได้เข้าสู่วงการแล้วได้เดินทางไปทำการแสดงในที่ต่างๆ ทั่วโลก ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว และตัวละครเชร็คก็สะท้อนให้ผมได้เห็นตัวเองมากขึ้นในเพลง Who I’d Be ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ในที่สุดแล้ว เราก็ปฏิเสธในสิ่งที่เราเป็นไม่ได้ เหมือนที่เชร็ค ก็ได้เรียนรู้ว่า ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็ยังเป็นยักษ์สีเขียวอยู่ดี”

สำหรับลินด์เซย์ เธอก็ได้เรียนรู้จากตัวละครเจ้าหญิงฟีโอน่าไม่ต่างกัน “ฉันได้เรียนรู้ว่า เราให้อภัยคนอื่นได้ทุกวัน เราก็ต้องให้อภัยตัวเองได้ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะคนเราทำผิดพลาดกันได้ เราจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ เมื่อเราได้ให้อภัยตัวเอง”

ที่มา: posttoday.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0