Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

งานท้าทายสุดท้าย กฤษณา ไกรสินธุ์

6 ตุลาคม 2561, 6:08 น.
16 0
งานท้าทายสุดท้าย  กฤษณา ไกรสินธุ์

เพราะเอดส์ไม่ใช่ปัญหาสาธารณสุขอย่างเดียว ยังเป็นปัญหาสังคมด้วย เราชอบทำงานสังคม ตั้งใจว่าจะผลิตยาให้คนใช้ โดยไม่ได้เอาตัวเองเป็นตัวตั้ง ไม่ได้คิดว่า ทำยาเหล่านี้แล้วจะโด่งดัง คิดแค่ว่า ถ้าผู้ป่วยได้ใช้ ก็บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว”

“เราไม่ได้ใช้งบประมาณใคร มูลนิธิกฤษณาก็เงินของกฤษณา ไม่ต้องห่วงอะไรเลย เงินหมดก็หยุดทำ เราเป็นประธาน วางแผนเอง ปฏิบัติเอง ทำหลายอย่างในคนๆ เดียว ถ้าไม่มีเรา มูลนิธิก็ปิดได้เลย ไปทำงานที่ไหนก็สอนให้คนพึ่งตนเอง สอนให้คนตกปลา ไปสร้างโรงงานสมุนไพรสามจังหวัดภาคใต้สิบกว่าปี ตอนนี้พยายามพัฒนาให้คนไทยปลูกสมุนไพรให้มีคุณภาพ”

“ก็เอาสมุนไพรหลายตัวไปใช้กับผู้ติดยา อย่างเถาวัลย์เปรียง แก้ปวดเมื่อย ย่านางแดง กำจัดพิษ หรือรางจืด เอาโลหะออกจากร่างกาย ยาเป็นแค่สัญลักษณ์ให้เขารู้ว่า เราแคร์เขา จริงๆ แล้วอยู่ที่การเยียวยาจิตใจให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ซึ่งยากมาก”

จริงๆ ก็ไม่อยากทำเรื่องนี้ แต่ไหนๆ ก็อายุมากแล้ว 66 แต่ดูเหมือน 86 คิดว่าเป็นโครงการสุดท้ายของชีวิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบอกว่า ถ้าไม่ยากก็ไม่ถึงมืออาจารย์ เป็นการบำบัดที่ใจ สมุนไพรที่ใช้เป็นแค่พิธีการ”

“เราก็เคยไปดูงานที่วัดถ้ำกระบอก ที่นั่นบำบัดแค่ 15 วัน แต่เราสี่เดือนยังทำไม่ได้เลย พอทำแล้วถูกเชิญให้ไปช่วยคนเปรู คนประเทศนั้นจะเคี้ยวใบโคคาตลอดเวลา ไม่ทำงานอะไรเลย ก็เคยลองเคี้ยว ก็อร่อยดี ที่นั่นจะมีศูนย์แห่งหนึ่ง ไม่ใช้ยาแผนปัจจุบันบำบัดผู้ติดยาเลย อย่างที่บอกยาไม่ได้เยียวยาอะไร อยู่ที่จิตใจ”

“จริงๆแล้ว ไทยมีของดีมากมาย แต่ละเลย ถ้าเอาแนวคิดวัดถ้ำกระบอกมาทำทั่วประเทศก็น่าจะทำได้ ไม่ได้เสียเงินเยอะ ที่นั่นจะมีพิธีกรรมช่วยในเรื่องจิตใจ เพราะคนพวกนี้ จำในสิ่งที่ไม่ควรจำ เรื่องยาเสพติด มักจะกลับไปใช้อีก ก็ทำให้พวกเขามีอาชีพ ปลูกสมุนไพร รู้สึกมีคุณค่ามากกว่าปลูกผักบุ้งและคะน้า”

ยังอ่าน: ภท.โวปักธง กทม.ได้แน่ ยก “บุรีรัมย์โมเดล” เป็นไอดอล ผุดไอเดียทำงานที่บ้าน

“เวลาทำอะไร อย่ายึดติดว่าต้องทำอย่างนี้ตลอด ต้องเปลี่ยนแผนทุกวัน เนื่องจากมูลนิธิเรามีแค่สามคน เราก็ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา โดยใช้หลักคุณธรรม สมุนไพร สามารถให้ชาวบ้านปลูกได้ เพิ่มมูลค่าได้ เพราะพวกเขาสังเคราะห์สมุนไพรเองไม่ได้ ในสุราษฎร์ธานีมีที่ดินเยอะแยะ ปลูกแบบอินทรีย์ได้ เราต้องไปดูพื้นที่ปลูกด้วย ไม่ใช่ว่าเขาหัวโล้นจะปลูกสมุนไพรได้"

"แพทย์แผนทางเลือก ไม่ว่าแผนอินเดีย แผนไทย ก็จะทำตามความเชื่อ ไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน ส่วนแพทย์แผนปัจจุบัน จะเน้นการใช้ยาที่ออกฤทธิ์รุนแรง และมีผลข้างเคียง แต่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ ถ้าเอาทั้งสองแผนมารวมกัน เลือกเฉพาะส่วนดีๆ ก็น่าจะใช้ร่วมกันได้ เพราะร่างกายเราเป็นธรรมชาติ แต่เรากลับแยกส่วนว่าต้องใช้แผนปัจจุบัน ซึ่งมีผลข้างเคียง ในฐานะผู้ผลิตยา อย่างยาเคมีจำพวกพาราเซตามอล ก็เอาผงยามาตอกเป็นเม็ด แต่ถ้าทำฟ้าทะลายโจร สมุนไพรที่ได้จากกิ่งและใบ มีสารเคมีอยู่ 120 ตัว ถ้าผลิตไม่ดีแทนที่โรคจะหาย ก็อาจนำโรคอื่นเข้าไป คนไทยยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้ คิดว่า โรคที่รักษาด้วยธรรมชาติจะหาย แต่ถ้าใช้ โดยไม่คำนึงถึงมาตรฐาน ก็มีปัญหา”

“คนเราต้องอารมณ์ดี ก็จะมีความสุข อีกอย่างต้องรู้จักเดินสายกลาง ไม่โลภ ทำแบบนั้นก็จะมีสารบางอย่างหลั่งออกมาที่ปลายประสาท ทำให้ไม่แก่ ไม่เป็นมะเร็ง เซลไม่เสื่อม และเราควรทำวันนี้ให้เหมือนกับวันสุดท้ายของชีวิต เพราะไม่มีวันพรุ่งนี้ให้แก้ตัวแล้ว”

และไม่ได้คิดว่าเรียนจบสูงๆ ปริญญาจะมีค่า คนเราจะมีค่าอยู่ที่การกระทำ แต่ก็ต้องหาปริญญามาเป็นตั๋วผ่านทาง เพราะบ้านเรายอมรับเรื่องนี้ เรียนโน้นเรียนนี่ก็ได้ปริญญามา ก็แค่นั้นเอง ไม่เคยไปรับปริญญาเลย ไม่ได้มีความหมายอะไร"

และก่อนหน้านี้เราไม่ได้ตั้งเป้าว่า จะช่วยคนไทยได้กี่คน แต่ก็ช่วยได้ทั้งประเทศ ไม่มีปัญหายาต้านเอดส์แพงแล้ว แต่ในแอฟริกา คนยากจนมาก เสียชีวิตด้วยเอดส์ปีละหนึ่งล้านคน จริงๆ แล้ว เสียชีิวิตด้วยมาลาเรียเยอะกว่า ปีละสองล้านคน ที่คนไม่พูดถึงมาลาเรีย เพราะเป็นเรื่องของคนจน"

“พอเราตายไปก็ให้คนอื่นมาอยู่ เราไม่มีบ้านหลังที่รักที่สุด รักไปทำไม ถ้าเรารัก เราก็ผูกติดกับสิ่งที่เรารักใช่ไหม เราไม่ผูกติดกับมัน เราไม่มีออฟฟิศ เพราะออฟฟิศเคลื่อนที่ไปตามตัวเรา เราไปตรงไหน ตรงนั้นก็คือที่ทำงาน”

ยังอ่าน: “มิตร มิตรชัย” สู้สุดพลังลุยโปรเจ็คท์ลิเกเงินล้านแทน “ไชยา- แอน” ปีกุนคิวงานแน่น

ที่มา: bangkokbiznews.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0