Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

จับท่าที“บ้านใหญ่นครปฐม”ไม่กลับเพื่อไทย ศิโรราบ“พรรคสีเขียว” **“อธิบดี พส.”เล่นไม้นวมสอบวินัยไม่ร้ายแรง “ผอ.ศูนย์ฯขอนแก่น”โกงเงินคนไร้ที่พึ่ง **“นายกฯตู่”ตัดสินใจปม “หมู่บ้านป่าแหว่ง”รื้อเท่านั้น **สายด่วนจากทำเนียบฯ!! เปิดเหตุล้มกระดานสรรหา กสทช

18 เมษายน 2561, 22:18 น.
75 0
จับท่าที“บ้านใหญ่นครปฐม”ไม่กลับเพื่อไทย ศิโรราบ“พรรคสีเขียว” **“อธิบดี พส.”เล่นไม้นวมสอบวินัยไม่ร้ายแรง “ผอ.ศูนย์ฯขอนแก่น”โกงเงินคนไร้ที่พึ่ง **“นายกฯตู่”ตัดสินใจปม “หมู่บ้านป่าแหว่ง”รื้อเท่านั้น **สายด่วนจากทำเนียบฯ!! เปิดเหตุล้มกระดานสรรหา กสทช

เผยแพร่: 19 เม.ย. 2561 05:18: โดย: นกหวีด

**เทศกาลดูดแหลก!! จับท่าที“บ้านใหญ่นครปฐม”ไม่กลับเพื่อไทย ศิโรราบ“ขุนทหาร”สวมเสื้อ“พรรคสีเขียว”ลุยเลือกตั้งแน่ “แมวมอง คสช.” ไล่สอย “ดาวฤกษ์” เตรียมเปิดตัวอีกเพียบ ทั้ง “มัชฌิมา-บ้านริมน้ำ-อยุธยา”ขนาด “ผู้เฒ่าเหนาะ”ผู้แนบแน่นกับ “บิ๊กบูรพาพยัคฆ์”ก็อาจมาจอยด้วย .

อยู่เฉยไม่ได้แล้ว .. “ทัพใหญ่เพื่อไทย”นำโดย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ - พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล - ภูมิธรรม เวชยชัย และแกนนำพรรคเพื่อไทยรวม 24 คน แบกถุงกอล์ฟไปเยือน“นิกันติ กอล์ฟคลับ”จ.นครปฐม ของ “ตระกูลสะสมทรัพย์” ตามนัดหมาย .. ที่อ้างว่าไป ออกรอบเอาสุขภาพก็เรื่องหนึ่ง ที่สำคัญกว่าคือ หวังไป “ห้ามเลือด” อย่างทันท่วงที ไม่ให้ไหลออกไปมากกว่านี้ ด้วยกำลังถูก “พรรคประชารัฐ” ไล่ตกเขียว “กลุ่ม-ก๊วนการเมือง” ต่อเนื่อง .. โดย “บ้านใหญ่นครปฐม” ถือเป็นเป้าแรกๆ ที่ “แมวมอง คสช.” ไล่ต้อนเข้าคอก ทั้งใช้ “ไม้แข็ง” ปิดจังหวัดตรวจค้นถี่ยิบ ก่อนใช้ “ไม้นวม” ส่ง “ทัพใหญ่ คสช.” นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และชาวคณะ ไปออกรอบมาก่อนหน้านี้ .. เจอเข้าไปทุกขนาน ทำเอา “ตระกูลสะสมทรัพย์” หมดทางเลือก ยอมศิโรราบแต่โดยดี จนป่านนี้ยังไม่โผล่ไปยืนยันสมาชิกกับพรรคเพื่อไทย .. การที่ “ทัพใหญ่เพื่อไทย” มาเยือน ก็คงเพื่อเช็กอาการให้แน่ๆ อีกที แต่พอมาถึงก็คงรู้แก่ใจว่า “สายเกินแกง” .. บรรยากาศการต้อนรับต่างจากตอน “ทีมลุงตู่” บุกมาประชิด ที่ออกมาต้อนรับทั้งตระกูล “เผดิมชัย-ไชยยศ-ไชยา-อนุชา” แต่พอเป็น “ทีมเพื่อไทย” กลับส่งแค่ “ไชยยศ - อนุชา” มารับหน้า ..

**ลูบหน้าปะจมูก!? แฉ “อธิบดี พส.”เล่นไม้นวมสั่งสอบวินัยไม่ร้ายแรง “ผอ.ศูนย์ฯขอนแก่น”ทั้งที่เป็นต้นตอโกงเงินคนไร้ที่พึ่ง แถมมีพฤติการณ์โกงชัดแจ้ง ขนเอกสารไปกรอกที่บ้านพักตัวเอง ก่อนกลับลำเล่นวินัยร้ายแรง-พักราชการ หลังจากเป็นข่าวใหญ่ .

ทะแม่งๆชอบกล .. วันก่อน “นายกฯตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพิ่งเปิดทำเนียบฯ มอบโล่เชิดชูเกียรติให้ “น้องแบม-น้องเกมส์” สองนักศึกษาผู้เปิดโปงการทุจริตงบประมาณคนไร้ที่พึ่ง ไปหมาดๆ .. หากแต่การสอบสวนหาผู้กระทำความผิดกลับมีความไม่ชอบมาพากล .. เมื่อมีข่าวว่า "นภา เศรษฐกร" อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ลงนามในคำสั่ง เมื่อวันที่ 9 ก.พ.61 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทาง“วินัยไม่ร้ายแรง” เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น 3 ราย กรณีไม่ปฏิบัติตามระเบียบกรมฯ ว่าด้วยการสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่พึ่ง พ.ศ.2552 .. อย่าลืมว่า ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น นี่แหละที่ถูก “น้องแบม-น้องเกมส์”เปิดโปงว่าถูกบังคับให้กรอกเอกสารเท็จ เพื่อเบิกงบประมาณ จนเป็นชนวนที่ลามไปพบการทุจริตโมเดลเดียวกันค่อนประเทศ .. แล้วก็เป็นเหตุให้ พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และ ณรงค์ คงคำ รองปลัดฯ ตลอดจนผู้ตรวจราชการอีก 1 ราย ถูกตั้งกรรมการสอบ “วินัยร้ายแรง”และถูกให้ออกจากราชการ ..

ในทางกลับกัน “ต้นตอการโกง”อย่าง ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ที่มี พวงพยอม จิตรคง เป็น ผอ.ศูนย์ฯ และเจ้าหน้าที่อีก 2 คน โดนสอบ “วินัยไม่ร้ายแรง”ซะอย่างงั้น .. ซึ่งตามระเบียบ ก.พ. ระบุว่า โทษของการสอบวินัยไม่ร้ายแรง นั้นมีแค่ “ภาคทัณฑ์ - ตัดเงินเดือน - ลดขั้นเงินเดือน”ซึ่งไม่น่าจะสมน้ำสมเนื้อการพฤติการณ์โกงคนไร้ที่พึ่งเป็นพันๆ คนเช่นนี้ .. อีกทั้งพฤติการณ์ของ “เจ๊พวงพยอม”ก็ยังเกินจะให้อภัย เมื่อมีภาพจากกล้องวงจรปิดระบุถึง จังหวะที่คุณเธอขนเอกสารจำนวนมากจากศูนย์ไปขึ้นรถส่วนตัว เพื่อนำกลับไปที่บ้านพักส่วนตัว ก่อนจะมีการเปิดโปงว่าเกี่ยวกับการทุจริตการเบิกจ่ายงบศูนย์ไร้ที่พึ่ง .. ที่น่าสนใจก็ให้หลังมาถึงวันที่ 22 ก.พ. “อธิบดีฯนภา”กลับลำมาให้ข่าวว่า “เจ๊พวงพยอม”อาจมีความผิดวินัยร้ายแรง ทั้งที่ตัวเองเป็นคนเซ็นคำสั่งสอบสวนทาง “วินัยไม่ร้ายแรง”..ก็ไม่รู้ว่าไปแอบออกคำสั่งใหม่ตอนไหน หรืออาจจะเห็นว่า “เจ๊พวงพยอม”คงไม่รอดแน่ ขืนไปอุ้มอาจเจ๊บตัวไปด้วย .. ก่อนที่ต้นเดือน เม.ย.จะลงนามคำสั่งอีกฉบับให้ “เจ๊พวงพยอม”พร้อมกับอีก 4 คน ขาดจากเงินเดือน-สวัสดิการ .. กว่าจะเข้าที่เข้าทาง ก็ปาไปร่วม 2 เดือน จนคนนินทาทั้งกรมฯว่า “ลูบหน้าปะจมูก”หรือเปล่า .. จะกลับลำยังไงก็เอาที่สบาย แต่อย่ามวยล้มต้มคนดูละกัน .

ยังคงหาทางลงไม่เจอ .. นอกจาก “ตัวแทนศาลอุทธรณ์ภาค 5” จะไม่เข้าร่วมประชุมหาทางออกข้อพิพาท “หมู่บ้านป่าแหว่ง” แล้ว ยังดูเหมือนเป็นปัจจัยสำคัญที่ยื้อยุดปัญหาให้ลุกลามบานปลายไปอีก .. เมื่อมีการเปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมฯ จากภาคส่วนต่างๆ ที่ทาง “กองทัพภาคที่ 3” เป็นตัวกลาง ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่หน้างานได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับอนุญาต ทั้งที่ติดต่อประสานงานไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนสงกรานต์แล้ว .. เอาเข้าจริง การเข้าพื้นที่โครงการฯ อาจจะไม่จำเป็นนัก เมื่อมีข้อเท็จจริงจากการสำรวจภาคพื้นดิน รวมทั้งภาพถ่ายทางอากาศที่ชี้ชัดอยู่แล้วว่า บริเวณนั้นเต็มไปด้วยป่าเต็งรัง-ป่าเบญจพรรณ .. ผนวกกับข้อคิดเห็นของ “ผู้สันทัดกรณี” ที่ชี้ตรงกันว่า “บ้านพักตุลาการ” ไร้ซึ่งความสง่างาม อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความอัปลักษณ์ในทุกมิติ ฟันธงเหมือนกันหมดว่า “ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง” .. อย่างไรก็ตามเมื่อ “ฝ่ายตุลาการ” เลือกที่จะ “บอยคอต” ไม่เข้าร่วมกระบวนการแสวงหาแนวทางแก้ไขใน “ระดับพื้นที่” แล้ว ก็มีแนวโน้มว่า ข้อเสนอของ “ภาคประชาชน” ที่ต้องการให้คืนพื้นที่ป่า และจะต้องรื้อบ้านพักทั้ง 45 หลัง อาคารแฟลตที่พัก 9 หลัง จากทั้งหมด 13 หลัง ในพื้นที่ “ป่าแหว่ง” โดยยึดแนวเขตป่าดั้งเดิม จะเป็นออปชั่นอันดับแรกที่จะมีการสรุปโดยคณะกรรมการร่วมฯในพื้นที่ ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ และส่งให้ “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ..

วุ่นจนนาทีสุดท้าย .. ด้วยวานนี้ (18 เม.ย.) มีการประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) เพื่อกลั่นกรองวาระเข้าที่ประชุม สนช. .. วาระสำคัญคือ การลงมติเลือกผู้ได้รับสรรหาเป็น “กสทช.ชุดใหม่” จาก 14 ให้เหลือ 7 คน จาก 7 ด้าน ที่นัดหมายกันในวันนี้ (19 เม.ย.) .. ที่มีข่าวกระฉ่อนว่า ส่อจะ “ล้มกระดาน” กระบวนการสรรหาทั้งหมด อ้างว่าผู้สมัคร 8 ใน 14 คนมี “คุณสมบัติต้องห้าม” ตามที่กฎหมายกำหนด .. แต่ก็ติดขัดเรื่องข้อกฎหมายที่กำหนดให้ สนช. “ต้องเลือก” ด้วยขั้นตอนพิจารณาคุณสมบัติได้ผ่านไปตั้งแต่รอบแรก ที่คณะกรรมการ สรรหาฯ เคยให้ผ่านทั้ง 86 คน ที่เข้ามาสมัครแล้ว .. ร้อนถึง คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติฯ ที่มี พล.อ.อู๊ด เบื้องบน เป็นประธาน ต้องหยิบเอารายงานประวัติทั้ง 14 คน ที่ทำเสร็จไปแล้วมาแก้ไขใหม่ .. เพื่อขยายผล “ตำหนิ” ทั้งในเรื่องคุณสมบัติ พฤติกรรม ของผู้เข้ารอบสุดท้ายให้มากที่สุด เพื่อปูทางให้มีการ “ล้มกระดาน” ตาม “ใบสั่ง” ให้จงได้ .. หากแต่ในการประชุมวิป สนช.ที่มี “บิ๊กอู๊ด” เข้าร่วมด้วย ก็ยังต้องถกเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียด .. เมื่อมี “สนช.ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่” พยายามหยิบยกข้อกฎหมายต่างๆ ว่า การล้มกระบวนการสรรหาไม่สามารถทำได้ อีกทั้งการลงมติ เลือก หรือไม่นั้น ถือเป็น “เอกสิทธิ์” ของ สนช.ที่ทำหน้าที่แทน “วุฒิสภา” ในยามนี้ .. และยืนยันว่า ยังสามารถเดินหน้าเลือก กสทช.ในด้านที่ไม่มีปัญหาได้ ส่วนด้านที่มีปัญหาก็งดการเลือก แล้วส่งเรื่องกลับให้ทางคณะกรรมการสรรหา ..

เมื่อทำท่าจะคุยกันไม่จบ ทำให้มี “สนช.รายหนึ่ง” ถึงขั้นโพล่งออกมาว่า “ผมได้รับการประสานในวันหยุดว่า ท่านนายกฯ ท่านไม่แฮปปี้กับผู้ที่สรรหามาทั้งหมด ทั้ง 14 คน ท่านต้องการใช้อำนาจที่ท่านมีอยู่ ยกเลิกพวกนี้ทั้งหมด” .. เพียงเท่านั้น ก็ทำให้ผู้ที่อยู่ในที่ประชุมเหมือนโดน “สะกดจิต” เห็นคล้อยตามกันว่า จำเป็นต้อง “เซตซีโร” เริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ทั้งหมดทันที.. จากนั้นก็เป็นการระดมสมอง หาถ้อยคำที่จะนำมาแต่งเติมหลักการ เหตุผล ให้มีน้ำหนัก เพื่อส่งต่อ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ในการส่งต่อไปให้ “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. ผู้ถือดาบ “มาตรา 44” ตัดสินใจขั้นตอนสุดท้าย ในการใช้ “อภินิหาร” ก้าวข้ามข้อจำกัดของกฎหมายปกติ .. กลายเป็นว่า รัฐสภาอันศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นเพียง “สภาฝักถั่ว” ที่ต้องรอ “ใบสั่งผู้มีอำนาจ” ในทุกๆ เรื่อง เหมือนครั้งที่ล้มการสรรหา กกต. หรือการแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช. .. สภาพนี้ก็ไม่ต่างจากสมัยเลือกตั้ง ที่เป็น “เผด็จการรัฐสภา” ปล่อยให้ “ฝ่ายบริหาร” แทรกแซง “ฝ่ายนิติบัญญัติ” อยู่ร่ำไปนั่นเอง.

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0