Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

ชงดึง “เบอร์มือถือ-เลขบัตรปชช.” เข้าฐานข้อมูล “Big Data ภาครัฐ” หวังจำแนกข้อมูลรายบุคคล แก้ความยากจน

24 มีนาคม 2561, 9:21 น.
15 0

เผยแพร่: 24 มี.ค. 2561 16:21: โดย: MGR Online

สภาพัฒน์ แนะ หน่วยงานด้านพัฒนาคน ดึง “เบอร์มือถือ-เลขบัตรประชาชน” เข้าระบบฐานข้อมูล “Big Data ภาครัฐ” เน้นข้อมูลที่สามารถระบุตัวตน จำแนกข้อมูลรายบุคคลได้ หากหน่วยงานใดสนใจใช้ ต้องเซ็น MOU พัฒนาต่อยอดร่วมกัน เผย รัฐไฟเขียว ร่างโครงการพัฒนาฐานข้อมูลส่วนกลาง ให้ 3 หน่วยงานบูรณาการข้อมูลระบบสวัสดิการภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน .

วันนี้ ( 24 มี.ค.) มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมการขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล (กขร.) ที่มี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเห็นชอบต่อแนวทางการบูรณาการระบบสวัสดิการภาครัฐเพื่อการแก้ไขปัญหาความยากจนมุ่งเป้า เพื่อให้เชื่อมโยงการทำงานร่วมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายเพื่อใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ศูนย์ข้อมูล (Data Center)และ คลาวด์ คอมพิวติ้ง (Cloud Computing)

แหล่งข่าวจากทำเนียบ ระบุต่อว่า ล่าสุด เน็ทเทค ได้ดำเนินการจัดทำ (ร่าง) โครงการพัฒนาฐานข้อมูลส่วนกลางเพื่อการบูรณาการข้อมูลระบบสวัสดิการภาครัฐ (Data integration and analytics platform for integrated welfare management)

"ขณะที่ ฝ่ายเลขานุการ อนุฯ กขร. ได้ดำเนินการจัดทำแบบสำรวจ ข้อมูลสวัสดิการภาครัฐ โดยได้เชื่อมโยงจากแบบสำรวจของทั้ง สศค. และ เน็ทเทค ให้เป็นแบบสำรวจชุดเดียวกัน เพื่อความสมบูรณ์ครบถ้วนของข้อมูล และง่ายต่อการกรอกข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมจัดทำรายงานสรุป ประกอบด้วย ข้อมูลหน่วยงาน ข้อมูลเกี่ยวกับสวัสดิการ (ชื่อสวัสดิการ/กองทุน/โครงการ/มาตรการ) ลักษณะการจัดเก็บข้อมูล ข้อจำกัดในการให้ข้อมูล ผู้รับผิดขอบในส่วนของข้อมูลสวัสดิการที่สามารถติดต่อได้"

"สภาพัฒน์ ยังมีข้อเสนอแนะว่า หน่วยงานที่จัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคน ให้มีการจัดเก็บข้อมูลเลขบัตรประชาชน รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ พร้อมทั้งให้หน่วยงานทำ MOU ร่วมกันในการใช้ข้อมูลเพื่อการพัฒนาได้ต่อไป"

เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรี มีข้อสั่งการ ให้ พล.อ.อ.ประจิน เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน หรือจากต่างประเทศมาเป็นที่ปรึกษาดำเนินการรวบรวมข้อมูล ด้านการเกษตร การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา การสาธารณสุข เป็นข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้องและสามารถรายงานปัญหาอุปสรรคให้นายกรัฐมนตรีสามารถสั่งการแก้ไขได้ตรงจุด โดยในปี 2560 - 2561 รัฐบาลได้ใช้งบประมาณ 30 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาระบบ “Big Data” ใน 3 ด้าน.

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0