Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย เปิดใจ ส.ต.ต. พ่อถูกฆ่าตายตอน 1 ขวบ มุ่งมั่นเรียนตร.จับตัวฆาตกร ยันไม่ได้ทำเพื่อแก้แค้น!

7 พฤศจิกายน 2561, 7:46 น.
49 0
ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย เปิดใจ ส.ต.ต. พ่อถูกฆ่าตายตอน 1 ขวบ มุ่งมั่นเรียนตร.จับตัวฆาตกร ยันไม่ได้ทำเพื่อแก้แค้น!

เผยแพร่: 7 พ.ย. 2561 14:46 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” “ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ มากประดิษฐ์” “อาร์ม” “คุณแม่รัชนี มากประดิษฐ์” .

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ : “เรื่องจริงครับ ยืนยันว่าที่เข้ามาเป็นตำรวจ ไม่ได้เพื่อแก้แค้นครับ แต่เป็นความใฝ่ฝันของตัวเอง พ่อก็อยากให้เป็นตำรวจด้วยครับ”

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ : “เขามีชื่ออยู่ในบัญชีหมายจับครั้งเก่า ซึ่งเป็นหน้างานของกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอยู่แล้วครับ ผมตามทุกหมาย สืบหาข้อมูลอย่างเดียวไม่ได้ลงพื้นที่ แต่หมายนี้ตั้งใจลงพื้นที่เอง เพราะรู้ว่าเป็นคนที่ฆ่าพ่อ”

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ : “จริงๆ ไม่ใช่ครับ คลอดแล้วครับ อายุ 1 ขวบ แม่เล่าให้ฟังว่าวันที่ 4 เดือนธ.ค. ปี 41 พ่อผมไปส่งของ รถสิบล้อไปกับพี่เขย ไปถึงสุราษฎร์ธานี แม่บอกว่าโดนฆ่าปาดคอ แต่แม่ไม่รู้ว่าหายไปไหน เห็นข่าวจากหนังสือพิมพ์ถึงรู้ ตอนนั้นหายไป 2 อาทิตย์ เมื่อทราบเรื่องก็ติดต่อไปพุนพิน ปรากฏว่าโดนฝังไปแล้ว”

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ : “ครับ แม่อ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ เจอข่าวพ่อ แม่ก็ตกใจ แม่ก็ไปติดต่อขุดศพขึ้นมาทำพิธี”

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ : “โดนจับไปแล้วสอง ตอนนั้นมีคนร้าย 3 คนครับ อีกหนึ่งคนก็คือผู้ต้องหาที่ผมไปดำเนินการ นายบุญฤทธิ์”

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ : “แม่บอกครับ ตำรวจ ทหาร พ่อชอบ ระหว่างรอก็เรียนมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี ยังไม่ได้ครึ่งของปี 1 พอตำรวจเปิดก็มาเรียนตำรวจ ก็ทั้งพ่อสั่งไว้ กับตัวเองชอบด้วยครับ”

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ : “ฝังใจครับ แต่ไม่คิดว่าจะได้มาสืบเพราะไม่มีความรู้ด้านการสืบสวน ตอนเรียนตำรวจก็ไม่ได้ไปค้นประวัติคนร้าย มาเริ่มค้นตอนที่เป็นตำรวจ เพราะแม่บอกว่าคนที่ฆ่าพ่อแล้วหนีไปได้ชื่อบุญฤทธิ์ ตอนนั้นยังไม่ได้มาทำเรื่องนี้พอได้มาทำ ก็เริ่มค้นหาชื่อว่ามีในหน้างานที่รับผิดชอบมั้ย เราค้นหาชื่อ ก็เจอหมายจับครับ มีบัญชีรายชื่ออยู่แล้ว มีฆ่าผู้อื่นกับปล้นทรัพย์”

อยู่ในสายกับคุณแม่รัชนี ข่าวดังเกรียวกราว เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย ลูกชายตามจับคนร้ายฆ่าพ่อ รู้สึกยังไงบ้าง?

รัชนี : “ก็ดีใจที่เขาจับได้ และเขาก็โดนจับ ได้รับกรรมที่เขาก่อไว้ ตอนนั้นน้องอาร์มแค่ขวบเดียว”

รัชนี : “ค่ะ หายไปประมาณ 2 อาทิตย์ ก็ตามนะ ว่าเขาไปไหน ก็ไม่เจอ สุดท้ายรออยู่ที่บ้าน รอว่าเมื่อไหร่เขาจะกลับบ้าน แล้วก็มาเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์”

รัชนี : “ไม่นานนักค่ะ ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เขาเข้ามาในพื้นที่ มีเพื่อนๆ บอกว่าเขาเข้ามาในพื้นที่ ถามหาว่าบ้านอยู่ตรงไหน ถามว่าบ้านๆ อาร์มอยู่ไหน ถามอยู่เรื่อยมา คนร้ายน่าจะรู้ว่าน้องอาร์มลูกคนที่เขาเคยฆ่าเป็นตำรวจ”

คุณแม่เลยคิดว่าการที่เขาเข้ามาในหมู่บ้าน 2 เดือนก่อนถูกจับ เข้ามาเพื่ออะไร?

รัชนี : “ไม่ทราบค่ะ แม่ไม่เคยเจอเขาค่ะ เขาก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่มาเรียก ต้องการคุยด้วย แต่ไม่กล้าออกมา เพราะเป็นเวลาที่ดึกแล้ เราแค่ฟังเสียงเขาและมองผ่านกระจกหน้าต่างออกไป เขาเรียกเราไม่ออก เขาก็หันหลังกลับ บอกว่าชื่อน้อง เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาใหม่”

ไม่รู้เป็นจุดที่อาร์มต้องทำอะไรสักอย่าง เหมือนมีการคุกคามเกิดขึ้น คนร้ายน่าจะเป็นบุญฤทธิ์ ไปเรียกถึงหน้าบ้าน?

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ : “ใช่ครับ ก็เริ่มเช็กว่ารถคันนี้ไปไหนมาบ้างเพราะแม่จำทะเบียนได้ แต่เป็นรถของใครไม่ขอเปิดเผย ก็สืบว่าอยู่บ้านหลังไหน หาอยู่ประมาณ 2 เดือน”

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ : “มีครับ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน 1 ท่านก็ให้แนวทางการปฏิบัติครับ อาร์มก็เล่าทุกอย่างให้ท่านฟังครับ”

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ : “ก็เริ่มตามหาบ้าน ทั้งแนวราบ และตามเทคโนโลยีของตำรวจ ทราบแน่ว่าวันที่จับกุมอยู่ที่บ้าน”

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ : “ห่าง 30 กิโลครับ อยู่หมู่บ้านใกล้เคียงกัน ก็ประสานกับชุดสืบสวนจ.ชุมพร กองปราบ สนธิกำลังกัน และวางแผนไปจับกุม ตอนจับกุมก็เจอ แต่เขาไม่รับสารภาพ ผมยังไม่แสดงตัว ตอนนั้นเขากำลังขับรถไถอยู่ ผมก็เดินลงมาจากรถ แต่ไม่แสดงตัวว่าเป็นลูกชายคนเสียชีวิต เขาก็มองมา ก็สงสัยว่าน่าจะเป็นผม หลังจากนั้นไม่ยอมรับ บอกว่าเขาไม่ใช่คนตามหมายจับ ใช้บัตรประชาชนของผู้อื่น ใช้บัตรประชาชนเป็นของพี่ชาย แต่เขาตอบคำถามผิดเรื่องพี่ชาย ก็ยังไม่ยอมรับ ก็พาไปที่โรงพักในพื้นที่”

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ : “ไปตั้งว่าผมทำเพื่อแก้แค้น ก็เลยดังขึ้นมา แต่ไม่ใช่ ห่วงความปลอดภัยของคุณแม่”

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ : “ก็ชื่นชมในส่วนที่จับไป แต่เป็นห่วงว่าจะทำให้เสียภาพลักษณ์ขององค์กร เพราะบางคนมองว่าผมทำไปเพราะแก้แค้น บางข่าวลงว่าตำรวจไม่ตามเรื่องนี้ แต่จริงๆ ตำรวจก็ตามอยู่”

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0