Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

ซะงั้น! แฉ จนท.สรรพสามิต อวยพรลูกยายขายข้าวหมาก วิ่งเต้นกู้เงิน 1 หมื่นจ่ายค่าปรับ ขอให้เจริญ!

17 สิงหาคม 2561, 8:23 น.
30 0
ซะงั้น! แฉ จนท.สรรพสามิต อวยพรลูกยายขายข้าวหมาก วิ่งเต้นกู้เงิน 1 หมื่นจ่ายค่าปรับ ขอให้เจริญ!

เผยแพร่: 17 ส.ค. 2561 15:23 โดย: MGR Online

ยายเสน่ห์ : “ค้าขายค่ะ ขายทุกอย่าง น้ำพริก ผักดอง ผักเสี้ยนดอง ผักกาดดอง ข้าวหมากก็ขาย”

ยายเสน่ห์ : “วันนั้นขายอยู่ สงสัยว่ามีใครแจ้งหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผู้หญิงเดินมาซื้อครั้งแรก ซื้อปุ๊บเขาถามว่าน้ำอะไรซื้อด้วยสิ ก็บอกว่าน้ำข้าวหมาก ก็ขายไป 20 บาท ถุงเดียว น้ำก็มาจากน้ำข้าวหมาก หลังจากนั้นเขาก็เรียกพวกมา มาถ่ายในถัง แต่ในห่อข้าวหมาก เขาไม่ได้ถ่าย เขาถ่ายในถัง แล้วเอาฉันพาไปที่กรมเลย ทีนี้ก็เรียกเงิน 5 หมื่นบาทครั้งแรก ฉันบอกไม่มี ก็ลงมา 3 หมื่น ฉันไม่มีจริงๆ ติดตัวอยู่ 2 บาท ลูกสาวก็ไม่มี ฉันร้องไห้ ฉันกราบเลย ว่าขอเถอะ ฉันไม่มีหรอก(ร้องไห้) เขาก็ไม่สงสาร บอกว่าถ้าไม่ได้หมื่นนึงมา ยายติดคุก วันละ 300 เขาว่าอย่างนี้ ลูกสาวเลยไปยืมเขามา ดอกร้อยละ 20 ดอกลอย เกือบจะไม่ได้ ไปครั้งแรกได้มา 5 พัน บอกว่า 5 พันได้มั้ย เขาบอกว่าไม่ได้”

ยายเสน่ห์ : “ก็ต่อเรื่อยๆ เขาบอกว่าถ้าไม่ได้หมื่นนึงก็จะเอายายไปขังลูกเดียว”

ยายเสน่ห์ : “เอาน้ำข้าวหมากในกะละมัง ใส่ถุงเอาไว้อยู่แล้ว เอามาจากบ้าน”

ยายเสน่ห์ : “เขาก็อวยพรให้ลูกสาวหากินให้ร่ำรวย พระอยู่ในบ้าน จงช่วยพระ ครั้งแรกเขาไม่ได้พูดอะไร จะเอาเงินอย่างเดียว”

ยายเสน่ห์ : “มันไม่ใช่เลย ที่ออกมาเป็นสีเหลือง ของยายสีขาว ที่เอาออกมาเมื่อคืนมันไม่ใช่”

บุญมณี : “อวยพรให้หนูทำมาค้าขึ้น เลี้ยงพระในบ้าน จากที่หนูไปหยิบยืมเงินมา ขอให้หนูเจริญรุ่งเรือง”

อาจารย์อ๊อด : “สาโทเขาจะหมักประมาณ 7 วัน แป้งสาโทจะเป็นอีกแบบนึง มียีสต์เปลี่ยนน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์มากกว่า และหมักประมาณ 1 อาทิตย์จนเกิดฟองแก๊ส แล้วใส่น้ำลงไปอีกครึ่งนึง แล้วตักข้างบนขาย คือสาโท”

อาจารย์อ๊อด : “ใช่ครับ ข้าวหมากแค่เปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล มีแอลกอฮอล์ผสมนิดหน่อย ใช้เวลาหมักประมาณ 2-3 วัน ถ้าสาโทข้าวจะไม่เป็นเม็ดแบบข้าวหมาก จะเป็นผงๆ เลย ถ้าสาโทช่วงต้น 7 วันจะหวาน คนกินสาโทจะเมาลึกเลยเพราะมันหมักต่อในท้อง แต่ถ้าหมักเรื่อยๆ จะเริ่มเปรี้ยวไม่มีรสชาติหวานมันจะเปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์ ถ้าจะให้ได้เปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์มากก็เอามากลั่น เหมือนชาวบ้านทำสาโทหมักนานๆ 2 อาทิตย์ เขาก็จะกลั่นเลย ซึ่งมันก็คือเหล้าขาวเลย อันนี้ผิดกฎหมายเต็มๆ แล้ว ไม่ว่าจะเหล้าขาวที่กลั่นหรือสาโท แต่ประเด็นของป้า เขาบอกว่าเขาทำข้าวหมาก แล้วมีน้ำเหลือ”

ยายเอาข้าวเหนียว เอาลูกแป้งมาหมักเป็นข้าวหมาก ผ่านไป 3 วัน มันจะมีน้ำออกมา น้ำพวกนี้เป็นวิธีการย่อยสลายของข้าวหมาก ยายก็ตักอันนี้ไปขาย แกก็เอาน้ำเปล่าไปเติม แล้วตักใส่ถุงไปขาย แบบนี้เรียกน้ำสาโทหรือน้ำข้าวหมาก?

อาจารย์อ๊อด : “ตอนนี้สู้กันว่าเป็นน้ำข้าวหมากหรือสาโท ถ้ามองตามภาพ ขายเป็นข้าวไม่ผิด แต่พอเป็นน้ำต้องสู้กันแล้ว”

อาจารย์อ๊อด : “น้ำข้าวหมากครับ น้ำข้าวหมากจะมีน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ คือชิมปุ๊บจะหวาน เหมือนน้ำหวาน เพราะแป้งถูกย่อยสลายกลายเป็นน้ำตาลกลูโคส แต่สาโทจะเป็นแอลกอฮอล์เป็นหลัก ความต่างคือเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์”

ได้ติดต่อไปทาง “คุณณัฐกร อุเทนสุต” ผู้อำนวยการสำนักงานแผนภาษีกรมสรรพสามิต ท่านบอกเลยว่าจะเป็นน้ำขาวหมากหรือสาโทก็ผิดอยู่ดีเพราะไม่มีการขออนุญาต?

อาจารย์อ๊อด : “เขามองในลักษณะการผลิตเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ คือข้าวหมากไม่ผิด เป็นการถนอมอาหาร เอาข้าวเหนียวที่เหลือมาใช้ เขาอนุญาตให้ใช้ แต่พอเป็นของเหลว มันก็เข้าสู่การทำสุราพื้นบ้าน เพราะฉะนั้นคดีอาญาอยู่ที่เจตนา เขาทำข้าวหมากขายอยู่บนโต๊ะ แล้วมีน้ำข้าวหมากเหลือออกมา ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเขาทำสาโทจริงๆ สาโทจะไม่มีข้าวหมากเหลือบนชั้น”

อาจารย์อ๊อด : “คือเอาน้ำเปล่า 1 ขวดกับแอลกอฮอล์มาวาง เรายังแยกไม่ออกเลย อันนี้ก็เหมือนกัน แยกไม่ออก บางทีผมอาจมองเป็นนมก็ได้ เหมือนไปตรวจฉี่ ต้องตรวจก่อนว่ามีสีม่วง แล้วบอกว่ามียาเสพติด อันนี้ก็เหมือนกัน เห็นแต่ข้างนอก การสงสัยเป็นหน้าที่เจ้าหน้าที่อยู่แล้ว เขาต้องจับ ถ้าไม่จับเดี๋ยวจะมีคนแจ้งความว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”

ยายเสน่ห์ : “มันตั้งเดือนกว่าแล้วมาอยู่ได้ยังไง เขาก็บอกว่าเขาจะกิน พวกสรรพสามิตเขาบอกว่าหวานดีนะยาย เขาชิม”

อาจารย์อ๊อด : “ถ้าหวานคือน้ำข้าวหมาก เปลี่ยนจากแป้งเป็นน้ำตาล ถ้าน้ำตาลหมดความหวานก็ลดลง เป็นแอลกอฮอล์เหมือนสาโท ทีมงานชิมแล้วเปรี้ยว เพราะเป็นแอลกอฮอล์ เมื่อกี้บอกว่าชิมแล้วหวาน ก็อาจเป็นไปได้ว่าอาจเป็นน้ำข้าวหมาก ตรงนี้ต้องวัดเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์”

เดชา : “ใครจะยืนยันไม่สำคัญ เรื่องพวกนี้เป็นวิทยาศาสตร์ โดยหลักแล้วเวลาเจ้าพนักงานจะไปจับอะไร ยกตัวอย่างง่ายๆ จับยาบ้า ต้องไปเทสดู ไม่ใช่อยู่ดีๆ ไปจับยาบ้าเลย ผมว่าการทำของเจ้าหน้าที่เขาพลาด คุณรู้ได้ไงว่าเขาขายอยู่เป็นถุงๆ เป็นสาโท มองปุ๊บรู้เลยเหรอ ชิมก็ไม่รู้ ต้องตรวจสอบ”

เดชา : “มันไม่ได้ ถึงได้บอกว่าพลาด ต้องตรวจสอบดู ยังไม่ได้ตรวจสอบแต่ปรับแล้ว ไม่มีใครเขาทำหรอก มีแต่สรรพสามิตประเทศไทยนี่แหละ เขาต้องตรวจสอบมีแอลกอฮอล์เท่าไหร่ กฎหมายกำหนดไว้ ชิมรู้เลยเหรอ คุณเป็นนักชิมระดับโลกเหรอ ต่อไปไม่ต้องมีหมอพรทิพย์ นิติวิทยาศาสตร์แล้วสิ ใช้ลิ้นชิมได้เลยเหรอ ผมถือว่าเป็นการทำงานที่พลาดเลย”

เดชา : “แน่สิ ต้องพิสูจน์สิ ขนาดอาจารย์เรียนจบปริญญาเอก เสียเงินมาตั้งเยอะ แกยังไม่กล้าบอกเลย ว่านี่คือสาโทหรือข้าวหมาก”

เดชา : “แล้วรู้ได้ไงไปสันนิษฐานว่าเขาเป็นโจรได้ที่ไหนล่ะ กฎหมายรัฐธรรมนูญ สันนิษฐานทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ หน้าตาดูซื่อๆ ดูสิ”

อยู่ในสายกับท่านณัฐกร กรณียายข้าวหมาก แกอ้างว่าแกขายน้ำข้าวหมากไม่ได้ขายสาโท แล้วน้ำข้าวหมากผิดมั้ยครับ?

ณัฐกร : “ขออนุญาตเรียนว่าสุราตามพรบ.ภาษีสรรพสามิต หมายถึงเครื่องดื่ม ที่มีดีกรีเกิน 0.5 ดีกรีถือว่าเป็นแอลกอฮอล์ ต้องดูระยะเวลาในการหมัก ถ้าหมักเกิน 7 วัน ดีกรีก็จะสูงขึ้นเรียกว่าสาโท กรณีข้าวหมาก อาจอยู่ระหว่าง 3-5 ดีกรี ระยะการหมักก็จะสั้นลง”

เดชา : “ถึงแม้บอกว่าผิด ก็ต้องไปดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าแป้งข้าวหมาก ไม่ใช่เชื้อสุรา มันก็ไม่ใช่สุรา”

อาจารย์อ๊อด : “ดูจากที่ฟังคำสัมภาษณ์เมื่อกี้ ท่านบอกต้องมีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ในของเหลว เกิน 0.5 เปอร์เซ็นต์ น้ำที่จับมามีการพิสูจน์หรือยังว่าเกิน 0.5”

เดชา : “แล้วจะรู้ได้ไง จะมีห้องแล็ปทำไมจับอาหารเสริม ครีมต่างๆ ยังไม่แจ้งข้อหาเลย รออย.พิสูจน์ก่อนสิ”

เดชา : “มันทำไม่ได้ เพราะยังไม่รู้เลยว่าเกินเท่าไหร่ กี่ดีกรี แจ้งข้อกล่าวหาก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเกินหรือเปล่า 0.5 ดีกรี เอาลิ้นไปแตะแล้วรู้เลยเหรอ เป็นเจ้าหน้าที่ไม่ใช่เทวดา”

เดชา : “อยู่ดีๆ ลดข้อหาเขา เหมือนช่วยผู้กระทำความผิดสิ จะรอดได้ไง เจ้าหน้าที่สรรพสามิตชุดนี้”

เดชา : “เหมือนผมต่อยหน้าคุณหนุ่ม แล้วปรับ 20 บาทเพื่อลดกระแส มันไม่ได้ คุณป้ามีไว้เพื่อขายเปล่า เขาก็พยักหน้ายอมรับสารภาพ คุณไปเปลี่ยนจากมาตรา 191 เป็นมาตรา 192 โทษต่างกันตั้ง 5 เท่า คุณก็ไปช่วยเหลือผู้กระทำความผิดน่ะสิเนี่ย หลับไปไม่ได้ ไปไม่ถึงเลยนะ”

อาจารย์อ๊อด : “ฟังสัมภาษณ์ชัดเจนแล้ว ขายของแข็งได้ ขายของเหลวมีปัญหา ป้ายืนยันว่าเอาน้ำผสมขึ้นไปอีก อยากได้กำไรเยอะๆ เอาน้ำผสมไปอีก ถ้าเปอร์เซ็นต์การหมัก มันยิ่งเจือจาง สรรพสามิตได้พิสูจน์หรือทดสอบว่าเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์เกินคำว่าน้ำสุรา น้ำดื่มที่มีแอลกอฮอล์เกินหรือยัง ถ้าชิมแล้วบอกว่าหวาน แล้วบอกว่าเป็นน้ำสาโท ก็เลยจับ ฟังแล้วก็แปลกๆ ทะแม่งๆ อยู่ ตอนจับกุม 22 ก.ค. วันที่เอาน้ำสาโทมาโชว์เมื่อวันสองวันนี่เอง”

ยายเสน่ห์ : “โชว์เมื่อคืน ป้าไม่มีหุงหิ้วอะไร ในถุงนั้นก็ไม่ใช่ มันเดือนกว่าแล้ว ไม่ใช่เขากินหมดแล้วเหรอ ก็เขาชิมแล้วบอกว่าหวาน”

ยายเสน่ห์ : “ไม่ แถวนั้นเขารู้หมดว่าไม่ใช่ ตลาดนัดนั้นรู้หมดว่าไม่ใช่สาโทเป็นน้ำข่าวหมาก มีแต่ผู้หญิงกินทั้งนั้น ผู้ชายไม่กินหรอก เพราะมันไม่ฉุน”

อาจารย์อ๊อด : “มีเหตุผล ต้องดูว่าพยานป้าชัดเจนมั้ย ตอนจับกุมเจ้าหน้าที่มีอะไรเพิ่มหรือเปล่า ภาพถ่ายคลิปวิดีโอหรือว่ามีน้ำข้าวหมากวางบนแผงจริงหรือไม่”

เดชา : “ต้องตรวจสอบก่อน ไม่ใช่สรรพสามิตตาวิเศษ ดูแล้วรู้ปุ๊บกี่เปอร์เซ็นต์”

อาจารย์อ๊อด : “มาตรวจวันนี้ก็ไม่ได้ เพราะมันทิ้งระยะแล้ว มันเกิดการหมักเพิ่มขึ้น เปอร์เซ็นต์แอลกอฮอลล์ก็สูงขึ้น ต้องถามว่าเจ้าหน้าที่ได้ตรวจวันแรกๆ หรือเปล่า”

เดชา : “ดูการปฏิบัติหน้าที่ไม่รอบคอบ ดูว่าเป็นการกลั่นแกล้งประชาชนก็ได้”

เดชา : “ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ต้องรอบคอบในการทำงาน จับอะไรก็ต้องไปวิเคราะห์ก่อน นี่ยังไม่ได้วิเคราะห์เลย ห้าหมื่นไม่มี เอาสามหมื่น สามหมื่นไม่ได้ ก็เอาหนึ่งหมื่นกดดันเขา”

ยาย : “ขอฝากด้วยนะคะ ขอหมื่นนึงคืนค่ะ หากินทุกวันวันละบาทสองบาท ดอกเบี้ยด้วยค่ะ ร้อยละ 20 ยืนยันว่าไม่ได้ขายสาโท ขายน้ำข้าวหมากค่ะ หวานผู้หญิงเขากินกันค่ะ”

บุญมณี : “อยากตอกย้ำว่าอย่าซ้ำเติมคนจนค่ะ เวลามาจับ ถ้าผิด คนจนไม่รู้กฎหมาย ขอให้ตักเตือนก่อน อย่าเอาไปจับ ปรับ ขู่จะให้ติดคุก”

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0