Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

ทำไมประชาชนจึงต่อต้าน “โรงไฟฟ้าถ่านหิน” / เลิศชาย ศิริชัย

17 กุมภาพันธ์ 2560, 4:29 น.
5 0

หากไม่นับเหตุการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว เรื่องที่ถือว่าร้อนที่สุดในภาคใต้ คือ การผลักดันการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินของ กฟผ.และรัฐบาล ซึ่งสำหรับ กฟผ.แล้วไม่เป็นที่แปลกใจ เพราะผลักดันเรื่องนี้แบบถอยไม่ได้ และไม่เลือกวิธีมานานแล้ว สำหรับข้าราชการและรัฐมนตรีที่รับผิดชอบก็ไม่น่าแปลกใจที่จะดาหน้ากันสนับสนุนด้วยเหตุผลที่ไม่ผิดเพี้ยนกับ กฟผ.

การที่นายกฯ ใช้เหตุผลนี้อย่างมั่นใจแสดงให้เห็นว่า ในที่สุดแล้วท่านก็ฟังความข้างเดียว เพราะในความเป็นจริงมีงานวิจัยมากมายที่แสดงถึงผลกระทบของโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศต่างๆ และมีนักวิชาการไทยหลายท่านที่ศึกษาเรื่องนี้อย่างชัดเจน รวมทั้งทำวิจัยในกรณีของประเทศไทยด้วย และมีรูปธรรมยืนยันที่ชัดเจนว่า หลายประเทศกำลังทยอยเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ กฟผ.และผู้สนับสนุนกลับไม่พูดถึงเรื่องนี้ และนำเสนอข้อมูลแบบด้านเดียวมาตลอด .

ทั้งนี้ก็เพราะการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่ใช่เกิดขึ้นลอยๆ หรือเพราะเป็นห่วงคนภาคใต้ แต่เป็นแผนงานหนึ่งที่อยู่ในแผนพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคใต้ ( Southern Seaboard) ทั้งนี้เนื่องจากระบบทุนนิยมโลกในปัจจุบันได้วางตำแหน่งแห่งที่ภาคใต้ของไทยให้เป็นศูนย์กลางการคมนามคม เครือข่ายพลังงาน และประตูเชื่อมต่อทางอุตสาหกรรมของภูมิภาค เนื่องจากภาคใต้อยู่ในทำเลที่เหมาะสม คือเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนตอนบน รวมถึงประทศจีนด้วย กับกลุ่มประเทศอาเซียนตอนล่าง .

ผลที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและจะทยอยเกิดมากขึ้นก็คือโครงการขนาดใหญ่ เท่าที่มีผู้พยายามค้นหาโครงการเหล่านี้ ซึ่งถูกซุกซ่อนไว้ตามแผนงานของฝ่ายต่างๆ พบว่า มีแผนและ/หรือมีการการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการมากมาย ที่สำคัญ เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน 9 แห่ง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4 แห่ง ท่าเรือน้ำลึกจำนวนมาก แลนด์บริดจ์หลายสาย นิคมอุสาหกรรมปิโตรเคมี 4 แห่ง นิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ 4 แห่ง เขื่อนกักเก็บน้ำจืดมากกว่าสิบแห่ง เป็นต้น .

ที่หลักการข้างต้นนี้สำคัญก็เพราะว่า โครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นล้วนเข้าไปแย่งชิงทรัพยากรที่มีคนในท้องถิ่นใช้ประโยชน์อยู่ และเป็นการนำพิษภัยไปให้เขาพร้อมกันด้วย ดังนั้นต้องเคารพคนในท้องถิ่นให้มากที่สุด สื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมามากที่สุด และให้ประชาชนได้ตัดสินด้วยความรู้ความเข้าใจมากที่สุด .

ในพื้นที่ดำเนินโครงการก็สร้างสื่อที่แสดงความหมายลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน เช่น การแจกเสื้อยืดให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยที่เสื้อดังกล่าวเขียนข้อความว่า “ลูกหลานอ่านหนังสือ ที่พึ่งคือแสงสว่าง เราต้องการโรงไฟฟ้า”

ดังนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ จะให้ประชาชนในพื้นที่ที่จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทำอย่างไร จะให้พวกเขางอมืองอเท้า เพื่อรอรับชะตากรรมที่ตัวเอง ซึ่งก็รู้ถึงผลแน่ชัดอย่างนั้นหรือ หรือให้รอรับความเมตตาจากผู้กระเหี้ยนกระหือรือให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทั้งที่ตนเป็นคนที่อื่นและจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการเกิดขึ้นของโรงไฟฟ้าดังกล่าว .

พอดีกับว่ายุคนี้เป็นยุคโลกาภิวัตน์ ลักษณะสำคัญของยุคก็คือ เกิดพลังครอบงำทางวัฒนธรรม ทำให้คนยึดติดอยู่กับการบริโภคความหมาย จนไม่เห็นความสำคัญของคน ดังจะเห็นว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกมุมโลก ที่ผู้คนนับหมื่นนับแสนถูกเข่นฆ่าอย่างโหดร้าย ทั้งที่พวกเขาไม่รู้หรือไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยเลย โดยผู้เข่นฆ่าอ้างเพียงความหมายประชาธิปไตยบ้าง สิทธิมนุษยชนบ้าง หรือพระบัญชาอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าบ้าง .

ซึ่งการผลักดันการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินก็ไม่ต่างอะไรจากนี้ เพียงความหมายที่ว่าจะไม่มีไฟฟ้าใช้ ชีวิตจะขาดความสะดวกสบาย เราก็พร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมองไม่เห็นผู้คนจำนวนมากที่จะได้รับอันตรายอย่างร้ายแรง หรือนี่คือวิธีการปฏิรูปประเทศของรัฐบาลทหารด้วย .

ที่มา: manager.co.th

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0