Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

"นักท่องเที่ยวจีนไม่ผิด มึงต่างหากที่ไม่พร้อม" เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

27 มีนาคม 2559, 13:10 น.
34 0

สมัยช่วงแรกๆมากันวันละ 200-300 คน เริ่มเจอเหตุการณ์ขี้ไม่ล้าง เจ้าหน้าที่เปิดห้องน้ำดู ไอ้หยา ขี้ไม่ราด เรียกมันมาดูมันก็ไม่สน ไม่เอาอะไรทั้งนั้น โอเค ไม่เป็นไร มึงขี้ก็ขี้ไป เราก็ล้างไป แต่ทีนี้พอนักท่องเที่ยวมันมาเยอะขึ้นๆ มาเป็นพันๆคน เจ้าหน้าที่วัดต้องล้างขี้ให้คนจีนทุกวัน บางคนขี้เสร็จแทนที่จะราดน้ำให้สะอาด เสือกเอากระดาษทิชชู่มาแปะๆกองๆไว้ บางคนแทนที่จะขี้ลงในโถส้วม เสือกขี้ข้างนอก บางคนแย่กว่านั้นแม่งขี้ลงอ่างน้ำ บางคนลูกขี้เสร็จก็พามาล้างตูดในอ่างล้างหน้า ผู้หญิงบางคนเป็นประจำเดือนแม่งถอดผ้าอนามัยแปะไว้กับข้างฝา ... โอ้ แม่เจ้า (ตะโกนเสียงดังมาก) .

พอจะแอนตี้ ลูกชายผมมันก็บอกว่า พ่อจะมาปิดวัดหนีแบบนี้ไม่ได้นะ คนจีนเขาอุตส่าห์เสียเงินมาชื่นชมงานศิลปะพ่อ พ่อจะไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของเขาแบบนี้ไม่ได้ พ่อต้องคิดให้ดี คนจีนไม่ใช่ว่าไม่ดีทั้งประเทศ พ่อจะเกลียดคนจีนทุกคนไม่ได้ พอลูกเตือน ผมเลยมานั่งคิดว่า เออว่ะ เราด่ามัน ยังไงแม่งก็มากันอยู่ดี แทนที่จะด่ามันไปเรื่อยๆ ทำไมเราไม่ย้อนกลับมาดูความผิดตัวเองว่า เราพร้อมรับนักท่องเที่ยวจีนหรือเปล่า ไอ้ที่เราให้มันเข้ามาเที่ยว เราเตรียมพร้อมรับมือกับมันดีพอรึยัง .

อย่างเรื่องขี้ไม่ราด ห้องน้ำที่มีปัญหาคือห้องน้ำที่นั่งยองๆขี้ ซึ่งห้องน้ำในวัดยังมีแบบนั่งยองๆครึ่งนึง เป็นชักโครกอีกครึ่งนึง นี่คือปัญหา ปัญหาต่อมาคือ บุคลากร คนจีนแม่งไม่รู้จักเข้าคิว เอะอะโวยวาย ขนาดพวกเดียวกันมาด้วยกันแม่งยังแย่งแซงคิวกันเลย บุคลากรเราล่ะพร้อมไหมในการที่จะบอกให้มันเข้าคิว หรือคนจีนสูบบุหรี่ เรามีบุคลากรเดินเข้าไปเตือนไหมว่าที่นี่สูบบุหรี่ไม่ได้ หรือคนจีนชอบนุ่งสั้นเข้าไปในโบสถ์ ถึงจะมีผ้านุ่งให้ยืม แต่พอเข้าไปแม่งเสือกถอดผ้ากระโดดโลดเต้น ถามว่าเรามีบุคลากรคอยดูแลไหม มีอยู่หนนึงคนจีนแม่งขึ้นไปนั่งบนอาสนะแล้วทำท่าเทศน์ (หัวเราะ) เอ้า ไอ้เหี้ย ก็มันสวยอ่ะ มันคงคิดว่าขึ้นไปถ่ายรูปได้ ไม่ผิด ถามว่าแล้วเรามีป้ายภาษาจีนรึเปล่า บางคนไม่ดูป้ายหรอก แม่งเดินผิวปากไม่สนใจ แล้วทำไมเราไม่จัดเจ้าหน้าที่คอยอธิบายสักคนล่ะ .

สมมติว่ามีรถบัสมาจอดหน้าวัด 3 คัน คนจีนแม่งวิ่งลงมาเข้าห้องน้ำ เราก็ส่งทีมไปดูแลมัน ว.หากันเลย 'มันมาแล้วโว้ย คนจีนแม่งมาแล้ว ไอ้เหี้ย ห้องส้วมมึงระวังโว้ย เตรียมตัวจัดคิว' (เสียงดัง) มันจะไปยากเหี้ยอะไร ถ้ามันขี้ไม่ล้าง เจ้าหน้าที่ของเราก็คอยย้ำให้มันฟัง 'ความสะอาด ความสะอาด ความสะอาด' สอดส่องดูทุกห้องเวลามันออกมา ถ้าเห็นว่าไม่ราดน้ำ ก็ไล่มันกลับเข้าไปราดให้เรียบร้อย นี่คือกระบวนการจัดการที่เราทำขึ้นเพื่อให้มันรู้สึกว่านี่คือความผิดของมึง มึงต้องจัดการนะ หรือเวลาบอกให้เข้าคิว ถ้าเราบอก 'เข้าคิวๆๆ' แม่งก็งงสิ เพราะฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าเราพูดเป็นภาษาจีนว่า 'ไผ่ตุ้ยๆๆ' โดยมีตำรวจคอยยืนประกบ จัดให้มันเข้าคิว ห้ามแทรก คนจีนแม่งจะรีบเข้าคิวเลย เราต้องวางกฎระเบียบ และบังคับอย่างเด็ดขาด วัดร่องขุ่นใช้วิธีบังคับ และชื่นชม ไกด์คนไหนปฏิบัติตัวเรียบร้อย ถือว่าคุณช่วยเหลือพวกเรา ช่วยเหลือประเทศชาติ .

'เฮ้ย ไอ้น้อง กูขอร้องมึง มึงเพิ่้งมาใหม่ มึงเอากฎระเบียบวัดไปพูดบนรถให้เรียบร้อย' .

ยกตัวอย่างข่าวนักท่องเที่ยวจีนไปทำปะการังชิบหาย ถามว่าคนดูแลอุทยานมีกี่คน ...3 คน (ตะโกนเสียงดัง) ไอ้เหี้ย แล้วมึงจะดูแลคนเป็นหมื่นได้ไงวะ ภาษาจีนก็พูดไม่ได้สักคำ ถามหน่อยมึงจะไปดูแลเหี้ยอะไรได้ แค่จะต้อนขึ้นจากน้ำก็เป็นไปไม่ได้แล้ว มันเลยเหยียบปะการังฉิบหายวายป่วงหมดไง .

แต่วัดร่องขุ่นเราดูแลคนจีน ตั้งแต่เดินเข้ามาจะมีเจ้าหน้าที่คอยพูดอธิบาย 1 คน เลี้ยวเข้าวัดมีเจ้าหน้าที่เก่งภาษาจีนของททท. 2 คน พร้อมเจ้าหน้าที่วัดอีก 3 คนยืนคุมเชิง เดินผ่านประตูมาถึงกลางสะพานเจออีก 1 คน เดินลงสะพานเจอเจ้าหน้าที่ยืนรอหน้าโบสถ์อีก 1 คน เข้าไปในโบสถ์เจออีก 2 คน ลงโบสถ์มาเจออีก 4 คน ห้องน้ำ 3 แห่ง เจอหน้า 2 คน หลัง 2 คน ไหนจะเจ้าหน้าที่กวาดขยะคอยเป็นหูตาให้อีกนับ 10 คน .

ทั้งหมดนี้คือกลยุทธ์ที่กูใช้สู้กับมึง หรือ หอศิลป์มีรูปแพงๆมากมาย รู้ไหมมีคนดูแลกี่คน ... 12 คน (ตะโกนเสียงดัง) แล้วแบบนี้คนจีนมันจะกล้าจับรูปกูเหรอ คนจีนมันจะกล้าล้ำเส้น กล้าเสียงดัง กล้าใช้โทรศัพท์เหรอ ไม่มี (เสียงสูง) ทุกคนเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ถามว่าถ้าหอศิลป์มีคนดูแล 3 คน คนจีนเข้าไป 300 คน มึงไม่เละเหรอ ฉะนั้นความผิดคือ มึงไม่ปกป้อง ไม่ป้องกัน ไม่เตรียมพร้อมรับมือ ตรงนี้ต้องบริหารจัดการ ไม่ใช่เอาแต่ด่าๆๆ .

อย่างคลิปวีดีโอที่คนจีนแม่งแย่งกันตักกุ้ง ถ้าเป็นที่วัดร่องขุ่น มึงไม่มีทางได้ตักอย่างงั้นหรอก เราจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปคุม เพราะเรารู้จักมัน สันดานของมันชอบแย่งชิง ฉะนั้นเราต้องเข้าไปควบคุม ต้องมีพนักงานที่พูดภาษาจีนได้ไปบอกให้เข้าคิว บอกว่าอย่าตักแบบนี้ ถ้าตักแล้วกินไม่หมด มึงจะถูกปรับ ต้องอธิบายให้มันฟัง แล้วมันจะเชื่อ ไม่ใช่ไม่เชื่อ มันไม่ใช่คนป่าเถื่อน .

ถามว่าจังหวัดเชียงราย ถ้าเฉลิมชัยแม่งด่าคนจีนจนไม่มีใครกล้ามาเที่ยว วัดร่องขุ่นไม่ได้เดือดร้อนนะ แต่โรงแรม ร้านอาหาร การท่องเที่ยวของพี่น้องชาวเชียงรายจะเดือดร้อน คนจีนมาวัดร่องขุ่น 5,000 คน แต่คนจีนที่แม่งมาสร้างปัญหาอย่างเก่งมีถึง 10 คนรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่มึงจะไปด่าเขาทั้งประเทศไม่ได้ บางคนบอกคนจีนมาเที่ยวเอง เราไม่ได้แดกเงินมัน ไม่จริง (เสียงสูง) ยังไงมันก็ซื้อของ ซื้อนู่นซื้อนี่ ร้านรวงในเชียงรายก็อยู่ได้ มีกิน ดังนั้นเราจะไปปฏิเสธได้ไง .

เราก็เพิ่มคนให้มากขึ้น ยอมสูญเสียเงินมากขึ้นในการให้บริการมัน ดูแลมัน ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย สุดท้ายถ้าเราสำเร็จก็สบาย เราต้องเข้าใจนิสัยสันดานมัน เมื่อเราเข้าใจมัน เราจะมีวิธีการปราบมันได้ เพื่อให้มันอยู่ในกฎระเบียบของเรา นั่นคือ การชี้นำ ชี้แนะ อธิบาย เช่น ให้ไกด์มันอธิบายมาตั้งแต่บนรถ ลงมาเรายังมีคนอธิบายอีก ถ้ามันทำผิด เราก็ด่ามัน ด่าไกด์ ย้ำแม่งทุกวัน ความผิดมันก็น้อยลง .

สถานที่ใดไม่สามารถจะเพิ่มเงินตัวเองในการจัดคน หรือสอนให้ภาษาจีนแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อต้อนรับเขาได้ ก็ปิดซะ สถานที่ไหนคิดว่าบริการคนจีนได้ จัดการเขาได้ มันก็ได้เงิน ถ้ามึงจัดการเขาได้ นั่นคือประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจมึงด้วย การลงทุนเช่นนั้นมันยิ่งกว่าคุ้มค่า ข้างวัดร่องขุ่นมีร้านอาหาร เดี๋ยวนี้ทัวร์จีนลงแล้วกินร้านอาหารเหล่านั้น เพราะอะไร ก็เพราะร้านมันบริการคนจีนได้ ร้านมันมีแผนรับมือจัดการกับคนจีน เดี๋ยวนี้แม่งรวยไปเลย แต่ถ้าร้านไหนเกลียดเขา ด่าเขา เขาก็ไม่ไปกิน ถ้ามึงปรารถนาจะดูแลเขา มึงต้องเปลี่ยนตัวเอง แล้วมึงจะได้เงินเขา .

ผมประกาศล่วงหน้าไปเป็นปีแล้วว่า กูจำเป็นต้องเอาเงิน 50-60 บาทของมึงมาจ่ายค่าแรงงานของกู ทุกวันนี้ผมต้องจ่ายเงินเดือนพนักงาน 125 คน ไหนจะค่าซ่อมแซมก่อสร้างข้าวของที่นักท่องเที่ยวจีนทำพัง รู้ไหม วัดเราลวดลายหักเป็นประจำ แม่งเหยียบลายพังชิบหาย ห้ามจับแม่งก็จับ ห้ามพิงแม่งก็พิง ค่าใช้จ่ายในการดูแลวัดร่องขุ่นเดือนละ 4 ล้านกว่าบาท กูก็ต้องเก็บเงินเพื่อมาดูแลมึงนี่แหละ (หัวเราะ) .

ส่วนใหญ่ต้องการมาถ่ายรูปกับ 'ไป่แม่ว' แปลเป็นไทยว่า 'วัดขาว' วัดร่องขุ่นดังมากนะ เป็นสถานที่ที่คนจีนอยากจะมา เป็นความฝันของคนจีนเลยว่าต้องมาเยือนไป่แม่วให้ได้ ไม่ใช่เรื่องความศักดิ์สิทธิ์อะไรหรอก แต่เขาปรารถนาที่จะมายืนอยู่หน้าไป่แม่ว ถ่ายรูปแล้วกลับบ้าน ดังนั้นมันจะถ่ายเยอะโคตรๆเลย ถ่ายจนน่าเบื่อมาก ทุกวันปิดวัดทีจะเห็นว่าเวลาเราไล่คนจีนนี่นะ อืมหืม (ทำหน้าบิดเบี้ยว มือกุมหน้าผาก) เหนื่อยชิบหาย! (ตะโกนเสียงดังมาก) แม่งโคตรดื้อ พูดยังไงก็ไม่ฟัง ตำรวจมาพูดก็ไม่ฟัง ไกด์พูดก็ไม่ฟัง เราก็ทนเอาเว้ย ปล่อยมัน ค่อยๆต้อนจนกว่าจะหมด .

ช่วงหลังๆเจ้าหน้าที่ของเราเริ่มแยกออกได้แล้วว่า 'เฮ้ย นี่คือทัวร์จน เตรียมตัว ลุย ไปดูมันหน่อยโว้ย' (หัวเราะเสียงดัง)

คนจีนมักง่าย แต่ไม่ใช่จีนทั้งหมดนะ เป็นแค่จีนที่ด้อยการศึกษา จีนบ้านนอก มันดื้อ เสียงดัง แย่งชิง ไม่ให้เกียรติผู้อื่น ขนาดพวกเดียวกันเองยังตีกันแทบตายห่า มาถ่ายรูปไป่แม่ว โอ้โห แม่งทั้งกอดคอ เกี่ยวคอ สารพัด (หัวเราะ)

เวลาคนจีนมา เรานึกว่าแม่งเหมือนกันหมด นั่นคือคิดเอาเอง เพราะเรายังไม่ศึกษามันก็เลยด่าแม่มัน พอหลังๆมานั่งดูนั่งวิเคราะห์ เออ คนจีนที่เรียบร้อย มีการศึกษา มีมารยาทก็มีเยอะแยะมากมาย แล้วอีกอย่างคนจีนแม่งก็ด่าคนจีนด้วยกันนะ เช่น เด็กนั่งเยี่ยวหน้าวัด คนจีนฝูงใหญ่รุมชี้หน้าด่าพ่อแม่มันใหญ่ ไม่ได้ตบมือชอบใจหรอก .

หรือออฟฟิศวัดร่องขุ่นเพิ่งสร้างใหม่ มีนักท่องเที่ยวจีนแม่งอุ้มลูกมาหันรีหันขวาง สักพักแม่งเปิดประตูเข้าไปนั่งขี้อยู่ในออฟฟิศ (หัวเราะ) ขี้เสร็จแม่งหาถุงก๊อบแก๊บมาเก็บไปทิ้งลงถังขยะ ดูมันสิ ไอ้เหี้ย ห้องส้วมเลยไปอีกแค่หน่อยเดียว 20 เมตร แต่ยังเสือกมาขี้ในออฟฟิศกู ถามว่าเรื่องแบบนี้จะได้เห็นทุกวันไหม ไม่ มันอาจเกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิตก็ได้ แล้วเราจะไปโทษคนจีนเขาทั้งหมดได้ไง ไปด่าเขาทั้งหมดได้ไง มึงเข้าใจไหมมันเป็นบุคลิกภาพส่วนบุคคล มันเป็นความเหี้ยส่วนบุคคล (หัวเราะ) จะไปเหมาว่าเหี้ยทั้งประเทศจีนไม่ได้ .

ไม่ใช่คนจีนอย่างเดียวหรอก คนไทยเราก็มี เวลาไปญี่ปุ่น คนไทยแม่งเหี้ยสุดๆ คนญี่ปุ่นเดือดร้อนกันมาก เพราะมันไม่รู้เรื่องห่าอะไรสักอย่าง เข้าไปเด็ดดอกไม้ ถ่ายรูป พิงตรงนู้น จับตรงนี้ เหมือนคนจีนมาวัดร่องขุ่นเป๊ะ คนไทยไปญี่ปุ่นก็ทำเหมือนกันแหละ ทั้งคนไทยที่มีการศึกษาน้อย หรือคนไทยที่มีการศึกษาแต่นิสัยยังเหี้ยอยู่ มันเป็นธรรมชาติของคน เทียบกับฝรั่งไม่ได้เลย ฝรั่งไปไหนไม่ค่อยมีปัญหา เพราะมันเข้าใจว่าการเดินทางไปที่อื่นต้องศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมของบ้านเขา อะไรที่เป็นกฎระเบียบ ข้อห้าม แต่คนจีนเหมือนคนไทยคือ ไปเที่ยวไหนก็ไม่เรียนรู้ห่าอะไรเลย .

วิธีการจัดการที่ดีที่สุดคือ ต้องมีความเด็ดขาด ดุดัน แต่ขณะเดียวกันนั้นก็ต้องมีความปรานีในความดุดันด้วย ดุดันเพื่อให้ไกด์มันระวัง ไกด์ผิดผมเดินเข้าไปด่าเลย ออกไมโครโฟนด่าประจานให้แม่งได้ยินกันทั้งวัด มึงจะเกลียดกูก็เรื่องของมึง แต่นั่นคือวิธีการที่กูขอร้องมึงแล้วให้มึงช่วยกู ช่วยประเทศชาติมึง ถ้ามึงไม่ช่วย มึงสร้างปัญหาให้กู ก็อย่ามาวัดกูดีกว่า .

ปัญหาทุกอย่างขึ้นอยู่กับไกด์คนเดียว ถ้าไกด์ควบคุมลูกทัวร์ได้ก็จบ ไอ้ภาพที่คนจีนแม่งแย่งตักกุ้งแบบนั้น เพราะไกด์มันไม่ได้เรื่อง โรงแรมแม่งก็ใช้ไม่ได้ เมื่อรู้ว่าคนจีนแม่งมั่ว ทำไมมึงไม่จัดคนมาดูแล ทำไมมึงไม่เรียนภาษาจีน เอาคนจีนมาสู้กับคนจีนสิ กูมีหมด หนังสือภาษาจีน ป้ายภาษาจีน คนของกูก็พูดภาษาจีนได้ ปัญหาก็แก้ได้ทุกอย่าง .

รู้ไว้ซะ กูไม่ได้เงินจากคนจีนเลย คนจีนจะมาซื้อของวัดกูน่ะไม่มีหรอก ขนาดกูทำหนังสือวางขาย 5,000 เล่ม ทุกวันนี้แม่งยังวางกองอยู่พะเนินเทินทึก (หัวเราะ) หมื่นคนแม่งซื้อหนังสือกูอย่างเก่ง 10 คน ไอ้เหี้ย แค่เล่มละ 100 บาทเอง บางคนแม่งก็ซื้อการ์ดกูแผ่นนึง 10 บาท 20 บาท ทุกวันนี้คนจีนแม่งไม่ซื้อเหี้ยอะไรเลย ถ่ายรูปอย่างเดียว แล้วกูก็ไม่มีตู้บริจาค วัดกูไม่มีเจ้าแม่กวนอิม (หัวเราะ) .

ฉะนั้นมึงอย่าบอกว่ากูได้เงินจากคนจีน คนจีนแม่งให้เงินแก่พี่น้องชาวเชียงรายของกูต่างหาก ไปพักโรงแรม ไปกินข้าว ไปเที่ยวที่อื่น ทุกคนได้เงิน วัดกูเป็นหน้าด่าน เป็นเป้าหมายว่าต้องมาไป่แม่ว ถ้ากูต้อนรับคนจีนไม่ดี ไปด่ามัน ก็ชิบหาย เศรษฐกิจเชียงรายเจ๊งเลยนะ เสียหายต่อประเทศชาติด้วย เพราะฉะนั้นกูต้องสู้เพื่อรักษาประโยชน์ของจังหวัดเชียงราย รักษาผลประโยชน์ต่อประเทศชาติ กูต้องทำสิ่งที่ยากที่สุดให้สำเร็จให้ได้ นั่นคือ ร่องขุ่นโมเดลปราบจีน เมื่อปราบเสร็จ ทุกอย่างก็จบ .

ที่มา: posttoday.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0