Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

นักวิจัยหาทางออก “ดินถล่ม” ให้แล้ว เหลือประชาชนปฏิบัติตาม

10 สิงหาคม 2561, 12:54 น.
8 0
นักวิจัยหาทางออก “ดินถล่ม” ให้แล้ว เหลือประชาชนปฏิบัติตาม

เผยแพร่: 10 ส.ค. 2561 19:54 โดย: MGR Online

“เราอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม เมื่อย้อนอดีตจะพบว่าไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เกิดขึ้นซ้ำๆ กัน ประเทศไทยมีพื้นที่รอถล่มอยู่จำนวนมาก ทั้งภูเขาและพื้นที่มีความเจริญหรือขุดดินขายล้วนอันตราย จากสถิติที่เก็บข้อมูลจะเห็นว่าจำนวนครั้งการเกิดดินถล่มมีการกระโดดขึ้นในปี 2545 ขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังฟื้นจากวิกฤตต้มยำกุ้ง โดยอาจเกิดจากปัจจัยเร่งการเกษตรและการส่งออกหรือไม่ต้องวิเคราะห์กันต่อไป”

“บางพื้นที่ เช่น ดอยช้าง จังหวัดเชียงราย มีหมู่บ้านที่คนอาศัยอยู่ถึง 6,000 คน กำลังขยับตัวลงไปที่ตีนดอยปีละ 50 เซนติเมตร ต้นไม้เอียง ถนนแยก กำแพงแยกพาบ้านลงไปด้วยทั้งที่ชันเพียง 10 องศา มวลดินเก่าเดิมที่เคยถล่มจากภูเขาด้านบน พื้นที่แบบนี้มีอยู่จำนวนมาก บางแห่งเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจสำคัญก็อันตราย”

“พื้นที่บ่อเกลือเป็นภูเขาที่มีแนวรอยเลื่อนตัดที่ซับซ้อนต่างจากที่อื่น สิ่งที่พบคือ จุดที่ถล่มเป็นชั้นหินทรายกับหินทรายแป้งเป็นชั้นๆ ชาวบ้านแจ้งว่าเคยเป็นถ้ำมาก่อน ฝนตกลงมาน้ำซึมลงไปตามพื้นที่รับน้ำบนภูเขาหินทรายซึ่งชันกว่าที่อื่น กัดไปเรื่อยๆ จนชะง่อนพัง พบว่ามีหินก้อนใหญ่กลมมนค้างอยู่บนเขา แปลว่าพังมานาน กับหินสี่เหลี่ยมที่แสดงว่าเพิ่งพัง พื้นที่นี้จึงเคยเกิดดินถล่มมาก่อน และในอนาคตก็จะมีตะไคร่ขึ้น จัดเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มเดิม ชาวบ้านควรย้ายออก นอกจากนี้ยังมีหลักฐานจากต้นไม้เอียงที่เติบโตขึ้นในแนวดิ่ง ที่แปลว่าเคยเกิดดินถล่มมาก่อนหน้านี้”

“พื้นที่ภัยพิบัติดินถล่มส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทับซ้อน มีรอยต่อของพื้นที่ราบกับภูเขา ต้องถามว่าเราเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ ควรทำโซนนิ่งและเอาตัวเองออกจากพื้นที่เสี่ยงให้เร็วที่สุด แม้จะไม่มีกฎหมายบังคับชัดเจนแต่ประชาชนในพื้นที่และผู้นำก็ควรจะต้องดูตามความเป็นจริง ไม่ควรอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ไม่ปลูกสร้างอาคารหรือขยายสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม แต่ถ้าจะอยู่ต่อก็ต้องปรับตัวปรับพื้นที่ให้อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย เลี่ยงร่องน้ำและร่องเขาเพราะเสี่ยงมากที่สุด ทั้งนี้ตำแหน่งดินถล่มจะอยู่ที่ความชัน 25-30 องศา ฝนตกหนักไม่ว่าเป็นป่าแบบไหนยังไงก็ไป พื้นที่อันตราย คือ ขอบเขตที่ดินที่ล้ำไปบนภูเขา”

“มีรอยเลื่อนมีพลังที่เรียกกันว่า “รอยเลื่อนบ่อเกลือ” ขนานกับรอยเลื่อนปัว ซึ่งมีอิทธิพลต่อการเกิดแผ่นดินไหวและแผ่นดินถล่ม ส่วนภูชี้ฟ้าอยู่ใกล้รอยเลื่อนแม่อิง และที่ภูทับเบิกมีรอยเลื่อนเพชรบูรณ์ ทั้งสามกรณีมีสิ่งที่ทางธรณีวิทยาเรียกว่า กองดินถล่มโบราณ โดยเฉพาะที่ภูทับเบิกกองใหญ่เท่าภูเขา สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อการเกิดดินถล่มนอกจากความชันของพื้นที่ รวมถึงปริมาณน้ำฝน การเปลี่ยนแปลงของป่าไม้ การตัดถนนหนทาง การปลูกพืชทางการเกษตร การมีชุมชนอาศัยอยู่ ทำให้เกิดพื้นที่เสี่ยงต่อชีวิต”

“จึงพิสูจน์ว่าหลายพื้นที่เคยมีการถล่มของดินจากที่สูงลงมาตามไหล่เขาตามธรรมชาติ จะเห็นได้ว่าลักษณะของการพัฒนาของภูเขาและแผ่นเปลือกโลก พื้นที่ภูเขาสูงธรรมชาติจะพยายามปรับสมดุลให้เป็นที่ต่ำลงมา ถ้ามนุษย์ไม่ไปขวางหรือยุ่งเกี่ยวกับธรรมชาติก็ไม่เป็นพื้นที่อันตราย แต่ถ้าไปเพิ่มแรงกระตุ้นก็จะทำให้เกิดการถล่มเร็วขึ้น ดังนั้นจึงต้องพิจารณากฎหมายเพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่เสี่ยงภัยต่อไป”

“พื้นที่บ้านห้วยขาบ บ่อเกลือ ไม่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัย ควรหาพื้นที่อยู่ใหม่ และจัดระบบเฝ้าระวังเตือนภัยของหมู่บ้านให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงเตรียมรับมือเหตุการณ์ที่พร้อมจะเกิดขึ้นเมื่อมีฝนตกติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2560 เราได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ธรณีพิบัติภัยรายภาค ตัวแทนรายลุ่มน้ำ 30 ลุ่มน้ำ เพื่อกระจายองค์ความรู้แก่เครือข่ายรอบนอก ขณะนี้จัดตั้งสำเร็จแล้ว 7 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำกก ลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำน่าน ลุ่มน้ำทางตะวันออกที่ระยอง ลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำตาปี และที่นครศรีธรรมราช”

“ทั้งนี้ จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการควบคุมอาคาร ส่งต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อกำหนดกฎหมายต่อไป ส่วนที่จะทำได้เร็วเพื่อให้ประชาชนปฏิบัติตาม คือ มาตรฐานก่อสร้างอาคารบริเวณเชิงเขาให้มีความปลอดภัย วิเคราะห์ความมั่นคงของพื้นที่ การป้องกันการพังทลายสำหรับพื้นที่ลาดเชิงเขา ติดตั้งอุปกรณ์หรือเครื่องมือเตือนภัย เรากำลังร่างกฎกระทรวงซึ่งทางกรมฯ ได้จัดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ โดยมี รศ.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ เป็นผู้นำเสนอ”

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0