Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

น้ำตาการเมือง!! ชาวเน็ตขุดแหลก เทียบ“น้ำตาเทือก-น้ำตาปู”ล้วนแล้วแต่ “เชื่อไม่ได้” **“บริษัทลูกบิ๊กติ๊ก-หลานลุงตู่”ทำมาค้าขึ้น ฟาดงานก่อสร้าง “โรงพยาบาลของรัฐ”อีก 3 สัญญาวงเงินร่วม 168 ล้าน ** “กลาโหม”ตั้งแท่นช็อป “ดาวเทียมจารกรรม”แพงระยับ 9 หมื่นล้าน

4 มิถุนายน 2561, 21:56 น.
58 0
น้ำตาการเมือง!! ชาวเน็ตขุดแหลก เทียบ“น้ำตาเทือก-น้ำตาปู”ล้วนแล้วแต่ “เชื่อไม่ได้” **“บริษัทลูกบิ๊กติ๊ก-หลานลุงตู่”ทำมาค้าขึ้น ฟาดงานก่อสร้าง “โรงพยาบาลของรัฐ”อีก 3 สัญญาวงเงินร่วม 168 ล้าน ** “กลาโหม”ตั้งแท่นช็อป “ดาวเทียมจารกรรม”แพงระยับ 9 หมื่นล้าน

เผยแพร่: 5 มิ.ย. 2561 04:56: โดย: นกหวีด

**น้ำตาการเมือง!! ชาวเน็ตขุดแหลก เทียบ“น้ำตาเทือก-น้ำตาปู” สมัยม็อบ กปปส. ที่เคยเย้ย “นายกฯหญิง” เล่นละครตบตา ด่าเสียคนไทยจับโกหกหลอกลวงด้วย “ซีนร้องไห้” ได้หมดแล้ว เจอตอก “ด่าตัวเองไว้ล่วงหน้า” พร้อมขยี้ปม “ตระบัดสัตย์” รีรันคำมั่นของ “เดอะเทือก” ในอดีต ล้วนแล้วแต่ “เชื่อไม่ได้”

ขยี้กันไม่เลิก .. ซีนที่ “เทพเทือก”สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ประกาศตัวเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” หรือ “รปช.” .. ที่งัดอินเนอร์ เค้นอารมณ์ บิ๊วฟีลลิ่งดราม่า ก่อนยกวาทกรรม “ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ” มากลบเกลื่อนภารกิจสนับสนุน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คืนสู่อำนาจ .. ทำเอาโลกโซเชี่ยลฯ สนุกสนานกับการวิพากษ์วิจารณ์แอคติ้งของ “สุเทพ” กันข้ามวันข้ามคืน .. ทั้งปม “ตระบัดสัตย์” เอาคำมั่นในอดีตของ “เดอะเทือก” มารีรันกันหลายรูปแบบ ตลบตะแลงอะไรไว้ เจอคุ้ยมาประจานครบถ้วน .. ทั้ง “ขุดรูอยู่” หรือ “ผูกคอตาย” หรือในรูปแบบคลิปสมัยครองผ้าเหลืองเป็น “พระสุเทพ ปภากโร” ที่ลั่นวาจาว่า "ไม่กลับไปบนถนนการเมืองอย่างเดิมแล้ว พอแล้ว" ประมวลทุกเหตุการณ์ สรุปตรงกันว่าล้วนแล้วแต่ “เชื่อไม่ได้”.. แล้วก็ยังมีคนขยันไปไล่นับอีกว่า ที่ผ่านมาชายอกสามศอกอย่าง “สุเทพ” เสียน้ำตามาแล้วกี่ครั้ง ต่อกี่ครั้งด้วย .. ที่แสบสันต์ไปถึงทรวง ก็ที่ “ชาวเน็ต” พร้อมใจกันขุดโพสต์เก่าของ “กำนันเทือก” สมัยนำชุมนุม กปปส. ขับไล่ “คุณหนูปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร .. จนเจอข้อความเปิดผนึกจาก “สุเทพ” ถึง “ยิ่งลักษณ์” ที่วันนั้น เจอกระแสกดดัน จนออกอาการร่ำไห้ บ่อยครั้ง ..

** สวนกระแสโพล!! “บริษัทลูกบิ๊กติ๊ก-หลานลุงตู่”ทำมาค้าขึ้น หอบ “พอร์ตงานทัพภาค 3” ไปฟาดงานก่อสร้าง “โรงพยาบาลของรัฐ” อีก 3 สัญญา วงเงินร่วม 168 ล้านบาท แถมงานล่าสุด 33.8 ล้านบาท ยื่นซองเฉือนราคากลาง แค่ 2.1 หมื่นบาท ทั้งที่มีเรื่องสอบผิด “พ.ร.บ.ฮั้วฯ”ค้างอยู่ในชั้น ป.ป.ช.

บักโกรกกันถ้วนหน้า .. วันก่อน “สวนดุสิตโพล” ม.ราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นคนไทย ในหัวข้อ “ความวิตกกังวลของคนไทย ณ วันนี้” .. ปรากฏว่า “ด้านเศรษฐกิจ” กังวลกันเป็นอันดับ 1 ในเรื่องของค่าครองชีพสูง น้ำมัน-ก๊าซหุงต้มขึ้นราคา สูงถึง 74.77% ที่เหลือ 30% กว่าโอดโอยว่า ค้าขายไม่ดี การเงินฝืดเคือง .. ถ้าจำไม่ผิด ครั้งหนึ่ง “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อ้างว่า เหตุที่ “เศรษฐกิจฝืดเคือง” เพราะ คสช. เข้ามา “ปราบคอร์รัปชันหนัก” จนเม็ดเงินหมุนเวียนจากธุรกิจสีเทา หายจากระบบ ก็ว่าไปนู่น .. ใครๆ ก็สัมผัสได้ ที่ว่า “เศรษฐกิจฝืดเคือง” จริงแท้แน่นอน แต่เรื่อง “ปราบคอร์รัปชันหนัก” นี่หลักฐานมันก็ฟ้องอยู่ทนโท่ว่า “ปราบหนัก” หรือ “คอร์รัปชันหนัก” กันแน่ .. ใครจะกระเป๋าแห้งฝืดเคืองยังไงไม่รู้ แต่ไม่ใช่ “SMEs ดีเด่น” อย่าง “ห้างหุ้นส่วนจำกัดคอนเทมโพรารี่ คอนสตรัคชั่น” แห่งเมืองสองแคว จ.พิษณุโลก แน่นอน .. เป็น “หจก.คอนเทมโพรารี่” ที่มี “ลูกแม่ผ่อง” ปฐมพล จันทร์โอชา บุตรชายคนโต “บิ๊กติ๊ก”พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชาย “นายกฯตู่”เป็นหุ้นส่วนใหญ่ .. เจ้าของตำนาน “สตาร์ทอัพ ลายพราง” จดทะเบียนที่ตั้งบริษัทใน “ค่ายทหาร” และรับงานก่อสร้างของกองทัพภาคที่ 3 ครบวงจร .. ในยุคที่ใครต่อใครทำมาค้าไม่ขึ้น แต่ลูกชายคนโตของ “พ่อติ๊ก-แม่อู๊ด” โชว์ชีวิตดี๊ดีย์ เจียดกำไรไปถอย “บีเอ็ม ป้ายแดง” คันละ 5 ล้านกว่าบาท เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ..

ส่วนกิจการ “หจก.คอนเทมโพรารี่ฯ”ก็ปังสุดๆ จากเดิมหลังจากเดือน พ.ค.57 ที่ คสช. เข้ามา “แอ่นแอ๊น” ฟาดงานรับเหมากับหน่วยงานภาครัฐไปเบาะ 16 สัญญา รวมเป็นเงินกว่า 170 ล้านบาท .. จำนวนนี้ มี 9 สัญญา วงเงิน 107 ล้านบาท ที่เป็นคู่สัญญากับ “กองทัพภาคที่ 3” ที่ขณะนั้น “พ่อติ๊ก” นั่งเป็น “แม่ทัพ 3” อยู่ .. ยังไม่หยุดแค่นั้น ล่าสุด “สำนักข่าวอิศรา” ออกมาเปิดเผยว่า “หจก.ลูกแม่อู๊ด” หอบ “พอร์ตงานรับเหมาทัพภาค 3” แตกไลน์ไปคว้างานก่อสร้างให้ “โรงพยาบาลของรัฐ” อีก 3 สัญญา วงเงินร่วม 168 ล้านบาท .. คงเพราะถูกจับตามองเรื่องการรับงาน “กองทัพภาคที่ 3” ก็เลยหลบกระแส ออกมารับงานข้างนอกบ้าง แต่ก็ยังเน้น “งานภาครัฐ” เหมือนเดิม .. แม้ “ลุงตู่” จะเคยชื่นชม “หลานรัก” ว่า รู้จักทำมาหากิน แต่ก็อาจหลงลืมลงมาดูว่า ธุรกิจที่ทำ โปร่งใส-โปร่งแสง แค่ไหน .. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับงานกองทัพ ในช่วงที่พ่อนั่งเป็นแม่ทัพ หรือปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเข้าข่าย “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ชัดเจน .. หรือความไม่ชอบมาพากลในการรับงานภาครัฐแทบทุกโครงการ ทั้ง “คู่เทียบขาประจำ” ที่แพ็กกันไปหน้าเดิมๆ เอื้อต่อการ “ฮั้วประมูล” เป็นอย่างยิ่ง .. เอาแค่โครงการล่าสุด งานก่อสร้างอาคาร รพ.สมเด็จพระยุพราชนครไทย จ.พิษณุโลก มูลค่า ราว 33.8 ล้านบาท ที่เพิ่งเซ็นสัญญาเมื่อ มี.ค. 61 ที่ผ่านมานี่เอง .. ไม่รู้ไปใช้ “มือชั้นเซียน” ที่ไหนคำนวณราคาประมูล หรือบังเอิญไปรู้ราคาคู่แข่ง สุดท้าย “หจก. ลูกบิ๊กติ๊ก” ยื่นซองไปต่ำกว่าราคากลาง แค่ “2.1 หมื่นบาท” ไม่ถึง 0.1% ด้วยซ้ำ .. ดูตัวเลขแค่นี้ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า อะไรเป็นอะไร ยิ่งในวงการหากินกับ “งานภาครัฐ” รู้กันดี ยื่นต่ำกว่าราคาแค่เนี้ย ถ้าเป็นปกติแพ้ตั้งแต่ในมุ้งแล้วด้วยซ้ำ .. ไม่เพียงเท่านั้น “หจก.คอนเทมโพรารี่ ฯ” ก็มีเรื่องสอบผิด “พ.ร.บ.ฮั้วฯ”ค้างอยู่ในชั้น ป.ป.ช.ด้วย .. ไม่เพียงแค่ไม่ “แบล็กลิสต์” แล้ว ยังปล่อยออกมาเพ่นพ่าน รับงานรัฐ ยื่นซองใน “ราคารู้กัน”ได้หน้าตาเฉย.

**ของมันต้องมี!! “กลาโหม” ตั้งแท่นช็อป “ดาวเทียมจารกรรม” แพงระยับ 9 หมื่นล้านบาท ในยามที่หนี้ประเทศทะลุ 5 ล้านล้านบาทไปแล้ว อ้างความจำเป็นกิจการความมั่นคง ในช่วง “ดวงเก่า” ที่ใช้ของเอกชนใกล้หมดอายุ ทำคนไทยขนหัวลุก ห่วงใช้มาตรฐาน “ซื้อแล้วไม่ได้ใช้” เหมือนสมัย “ผบ.ป๊อก”

ดูหนังมากไปหรือเปล่า .. คำชี้แจงของ “บิ๊กต๊อก” พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ต่อกรณีที่ ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ออกแถลงการณ์ คัดค้านการเตรียมการจัดซื้อดาวเทียมของกระทรวงกลาโหม .. ตามร่างยุทธศาสตร์กิจการอวกาศเพื่อการป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม ระหว่าง พ.ศ. 2561-2570 โดยการผลักดันของ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ที่เสนอจัดซื้อจัดหา “ดาวเทียมไธอา : THEIA” จำนวน 112 ดวง มูลค่า 2,850 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 9.12 หมื่นล้านบาทไทย .. โดย “ศรีสุวรรณ” ให้เหตุผลที่คัดค้านว่า เกรงว่าจะกระทบสิทธิ และเป็นการจารกรรมข้อมูลประชาชน .. ด้วยสเปกของ “ดาวเทียมจารกรรม” สนนราคาเหยียบแสนล้านบาท ที่กระทรวงกลาโหมศึกษาอยู่นั้น มีศักยภาพในการตรวจจับภาพบนพื้นผิวโลกละเอียดยิบ ถึงทุกอณูรูขุมขนเลยทีเดียว .. ร้อนถึง “บิ๊กต๊อก”ต้องออกมาชี้แจงด้วยตัวเองว่า จำเป็นต้องศึกษา “ดาวเทียมดวงใหม่” เพื่อทดแทน "ดาวเทียมดวงเก่า” ที่ใช้ของ “ไทยคม” อยู่ และกำลังจะหมดอายุปี 2564 .. เลยถือโอกาสสานฝันกองทัพไทย ที่หวังจะมี “ดาวเทียมเป็นของตัวเอง” หลังทำโครงการอวกาศมาตั้งแต่สมัย “ปู่จิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นู้น .. ปฏิเสธด้วยว่า ไม่คิดจะซื้อหามาใช้จารกรรมข้อมูลอะไร แต่จะเป็นประโยชน์สำหรับประเทศชาติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การวิจัย การสื่อสาร และเฝ้าระวังอวกาศ .. ส่วนราคาค่างวด 9 หมื่นกว่าล้านบาท ก็ยังไม่ได้ขอเบิกจ่ายงบประมาณ อยู่ในช่วงศึกษาความคุ้มค่าเท่านั้น ข้อหาที่ว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ยังไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา จึงตกไป ..

แง่มุมการละเมิดสิทธิ หรือจารกรรมข้อมูล น่าเป็นห่วงอยู่ก็จริง แต่ที่น่าห่วงมากกว่าคือ สนนราคาแพงระยับ เฉียดแสนล้านบาท มากกว่า .. เข้าใจดีถึง “ความจำเป็น”ในเรื่องของกิจการความมั่นคงประเทศ หากแต่การซื้อของราคาขนาดนี้ ในยามที่ประเทศยังทำงบประมาณแบบ “ขาดดุล” จนหนี้ทะลุเกิน 5 ล้านล้านบาทไปแล้ว เหมาะสมหรือไม่ .. อย่าลืมว่า ราคา 9.12 หมื่นล้านบาท แพงกว่าการซื้อ เรือดำน้ำ 3 ลำ มูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท ที่ “รัฐบาล คสช.”โดนค้านจนเซแทบล้มทั้งยืน เกือบ 3 เท่า .. อย่าลืมว่า กองทัพไทย มีชนักคาหลังติดไปจนวันตาย จากกรณีการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ราคาแพง แต่ใช้งานไม่ได้ ทั้ง “ไม้ล้างป่าช้า” GT200 หรือ “เรือเหาะบุโรทั่ง" ที่จัดซื้อสมัย “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น ผบ.ทบ. แล้วไม่เคยได้ใช้งานจนหมดอายุ ถูกแทงจำหน่ายไปเป็นเศษเหล็ก .. ถ้าทะลึ่งไปใช้ “มาตรฐาน” สมัย “ผบ.ป๊อก” ช้อปปิ้งของเล่นใหม่ราคาแสนล้าน อันนี้ก็ตัวใครตัวมัน .. และยิ่งต้องระวังเป็นสองเท่า กับการตั้งงบประมาณขนาดนี้ ในช่วงสุดท้ายของการมีอำนาจของ “รัฐบาล คสช.” ที่หนีไม่พ้นข้อครหา “ทิ้งทวน”อีกต่างหาก.

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0