Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

“น้ำเพชร” ลั่นตัดขาด "บัวขาว" ยินดีคืนพระเลี่ยมทองถ้าอีกฝ่ายอยากได้คืน!

16 ตุลาคม 2557, 8:06 น.
120 0
“น้ำเพชร” ลั่นตัดขาด "บัวขาว" ยินดีคืนพระเลี่ยมทองถ้าอีกฝ่ายอยากได้คืน!

“หนูไม่มีอะไรอยากจะพูดถึงพี่บัวขาวอีกแล้ว แต่ตอนนี้หนูอยากให้ทุกคนเข้าใจหนู ลองเปรียบเทียบดูถ้าเกิดเขาอยู่ในสถานการณ์แบบหนูเขาจะคิดยังไง เขาจะทำยังไง เขาจะรู้สึกยังไง ส่วนเรื่องความสัมพันธ์หนูก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน และเรื่องภาพที่ออกมามันก็เป็นอดีตไปแล้ว ซึ่งถ่ายไว้ก่อนที่หนูจะบอกว่าชีวิตนี้จะไม่มีชื่อพี่บัวขาวอีก หนูก็เลยไม่อยากพูดถึงมันอีกค่ะ เราไม่เคยคบกันค่ะ และที่ในรูปมีคำว่า L O V E ก็ตั้งแต่ที่เห็นเพจบัญชาเมฆได้โพสต์พูดคุยกับแฟนคลับอย่างสนิทสนม หนูก็เลยคิดว่าเขาก็คงคุยแบบนี้ได้กับผู้หญิงทุกคน ก็ไม่ได้คิดมากอะไรค่ะ”

“ในตอนที่คุยมีคำว่า L O V E นั้นคุยอะไรกันอยู่ ก็ร้องเพลงมั้งคะ (หัวเราะ) ก็คงต้องเพลง L.O.V.E มั้งคะ ตอนนั้นมันก็นานมากแล้ว รูปนั้นยอมรับว่าถ่ายนานแล้ว หลายเดือนแล้วก็เลยจำไม่ได้จริงๆ ว่าคุยอะไร (ยิ้ม) แต่ไม่ได้จีบกันค่ะ อาจจะเป็นช่วงที่หนูกำลังเครียด ไม่สบายใจ ก็เลยทำอะไรน่ารักๆ ให้เรารู้สึกขำ เพราะเขาก็เป็นคนที่น่ารักคนหนึ่ง อยากให้มองในภาพนี้มากกว่า หวั่นไหวไหม (ยิ้ม) ถ้าถามถึงความรู้สึกว่ามีคนๆ หนึ่งมาทำดีๆ กับเรา มาทำน่ารักกับเรา ก็รู้สึกดีค่ะ แต่อย่าเรียกว่าหวั่นไหวเลยค่ะ”

“ภาพนั้นหนูเป็นคนแคปเอาไว้เองค่ะ แต่ถามว่าหลุดออกมาได้ยังไงคือก่อนหน้านี้หนูทำโทรศัพท์หายที่ห้างเทอมินอล ซึ่งเป็นเครื่องที่แจ็กพ็อตพอดีเพราะว่าจริงๆ หนูมีโทรศัพท์ 2 เครื่อง อีกเครื่องหนูไม่ค่อยได้ถือ แต่วันนั้นเบลอๆ ก็เลยถือแล้ววางไว้ แล้วก็ไม่ได้ล็อกหน้าจอ ก็ไม่ทราบว่าใครเก็บไป แต่รูปในนั้นก็ไม่ได้มีอะไรเยอะนอกจากรูปตอนประกวดกับรูปที่เห็นกันน่ะค่ะ ก็ยังดีที่อีกเครื่องไม่หลุดเนอะ (หัวเราะ) ก็กลัวตัวเองอยู่นะ (หัวเราะ)”

“แต่ถามว่าแคปภาพไว้ทำไม คือเวลาที่มีคนทำอะไรน่ารักๆ ให้เราก็เลยแคปไว้เป็นเรื่องปกติ อยากให้มองเป็นมุมพี่ชายอยากทำอะไรคลายเครียดให้น้องสาวมากกว่า ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น แต่ถามว่าหนูตั้งใจทำหลุดไหม ต้องบอกว่าหนูไม่ได้ตั้งใจทำให้หลุดค่ะ เพราะหนูไม่ได้อยากเป็นข่าวกับพี่บัวขาว แต่หนูเข้าใจค่ะหนูเป็นคนที่มีภาพลบและมีข่าวแรงๆ มา ทุกคนก็จะคิดว่าหนูเป็นคนแรง หนูอยากมีกระแส ไม่ว่าหนูจะพูดอะไร พูดจริงหรือว่าพูดโกหก ทุกคนก็จะบอกว่าหนูแถ หนูปลูกไร่สตอเบอร์รี่ไปเรื่อย”

“ก็ได้เช็กฟีดแบ็กข่าวอยู่เหมือนกันค่ะ ก็มีคนที่เข้ามาให้กำลังใจหนู หนูขอบคุณมากๆ นะคะที่เข้าใจถึงความเป็นลูกผู้หญิงเหมือนกัน หนูขอโทษจริงๆ ที่หนูไม่สามารถพูดอะไรได้มากกว่านี้ได้ ที่มีคนตั้งฉายาให้หนูว่า นางงามนาธานลวงโลก คือหนูก็ไม่ได้หลอกลวงอะไรใครนะคะ ถ้าบอกว่าหนูเป็นอย่างนั้น หนูไปหลอกลวงใครคะ ซึ่งหนูก็บอกตลอดว่าหนูไม่ได้เป็นอะไรกับพี่บัวขาว ก็ตรงกันกับที่เขาพูด ซึ่งตรงนี้ทำไมทุกคนถึงมาด่าหนูฝ่ายเดียว ทำไมถึงไม่ตั้งคำถามกลับไปอีกฝ่ายหนึ่งบ้างว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเรื่องราวถึงออกมาเป็นแบบนี้ เพราะหนูรู้สึกว่าเรื่องราวพวกนี้มันวุ่นวายในชีวิตหนูมากๆ”

“ถามว่าสภาพจิตใจดีขึ้นไหม ก็ดีขึ้นแล้วจากการที่โดนถล่มด่าไปรอบแรก แต่พอมีรอบสองเรื่องพี่บัวขาว หนูก็นอยด์นะคะ หนูมีแผลในใจอยู่แล้ว หนูไม่ได้อยากให้มีใครมาด่าหนูเยอะๆ มันก็เสียสุขภาพจิตนะคะ บางทีเราอยากไปทำอะไร เราอยากเช็กอินสตาแกรมเรา แต่ก็โดนด่าเรื่องที่เราไม่ได้ทำ เราก็เสียใจค่ะ ซึ่งที่เคยบอกว่าไม่เคยไปไหนมาไหนกับพี่เขาแต่มีภาพออกมา ก็มีค่ะ แต่หนูขอโทษจริงๆ เพราะว่าหนูคงไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว คือตามที่ทุกคนเข้าใจเลย หนูไม่อยากพูดถึง”

“คุณแม่ให้กำลังใจค่ะ และตอนแรกพี่เขาก็ให้กำลังใจเรา ให้กำลังใจครอบครัวปกติค่ะ คือหนูเองก็ยังไม่ใช่ดาราเนอะ ก็ยังรู้สึกแปลกที่ว่าทำอะไรก็เป็นข่าว แต่ตอนนี้หนูน้อยใจตัวเองคือเกิดเป็นน้ำเพชรทำอะไรก็ผิด แค่รู้จักพี่บัวขาวหนูก็ผิดแล้ว ไปไหนมาไหนกับพี่บัวขาวหนูก็ผิด ไปซ้อมมวยกับพี่บัวขาวหนูก็ผิด ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นแฟนกับพี่บัวขาวหนูก็ผิด แล้วสรุปคือหนูจะต้องทำยังไงให้หนูถูกบ้าง”

“กับภาพที่ออกมายังไม่ได้คุยกับพี่บัวขาวค่ะ เพราะหนูถือว่ามันเป็นภาพที่เป็นอดีตไปแล้ว ก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่ถ้าคำถามที่จะถามหนูเรื่องภาพไปถ่ายอะไรยังไง หนูขอให้มันเป็นโมเมนต์ดีๆ ที่หนูมีกับพี่เขาดีกว่า ได้คุยกันล่าสุดตอนที่พี่เขาส่งข่าวแรกมาให้ดู ที่ซูเปอร์บันเทิงพาดหัวข่าวว่าเขาซื้อทองให้หนู 10 บาท แล้วหนูก็ปฏิเสธไปแล้วว่าไม่ได้ซื้อทองให้ แต่ให้เป็นพระเลี่ยมทอง ให้เนื่องในโอกาสวันเกิด ซึ่งหนูก็ชัดเจน หนูไม่ได้มโน หนูอยากให้ทุกคนที่เสพข่าวอยู่ตอนนี้ได้ดูอีกมุมหนึ่งของหนูบ้างว่าตรงไหนที่เราพูดจริง ก็ขอให้มันเป็นความจริงต่อไป อีก 10 ปีพี่มาถามหนู หนูก็ยังตอบเหมือนเดิมค่ะ”

“ที่บอกว่าชีวิตนี้จะไม่มีชื่อพี่บัวขาวอีก แต่ทำไมเก็บรูปเขาไว้ในโทรศัพท์ คือหนูตั้งใจจะลบอยู่แล้ว แต่พอดีช่วงที่ผ่านมายุ่งมากเพราะเพิ่งเปิดแบรนด์สกินแคร์มาใหม่ ซึ่งเปิดมาก็ขายดี บางทีก็นั่งตอบลูกค้าบ้างก็เลยลืมลบ เพราะโทรศัพท์เพิ่งหายไปเมื่อประมาณ 2 วันที่แล้วค่ะ จะโทรขอโทษพี่บัวขาวไหม ตรงนี้หนูก็ยอมรับว่ารูปมันมาจากเครื่องหนู มันอาจจะเป็นความสะเพร่าของหนูจริงๆ หนูก็ขอโทษด้วย แต่เรื่องที่เพจบัญชาเมฆทำกับหนู ใครรับผิดชอบคะ”

“น้อยใจไหม สำหรับพี่บัวขาวหนูเฉยๆ แต่หนูน้อยใจในเมื่อวันหนึ่งหนูก็เดินเข้าไปในค่ายมวยบัญชาเมฆในฐานะนักเรียนคนหนึ่ง ซึ่งวันที่หนูมีปัญหาหนูก็ไม่คิดเลยว่าทำไมคนที่เราไว้ใจ คนที่เราสนิทใจและเชื่อว่าโรงเรียนบัญชาเมฆเป็นบ้านอีกหลังหนึ่งของเรา เข้าไปแล้วมีบรรยากาศเป็นลูกอีสาน เว้าภาษาอีสานกันได้ หนูก็สบายใจที่จะอยู่ตรงนั้น แต่ในเมื่อวันนี้มีปัญหากับพี่บัวขาว ทำไมไม่เจรจากัน ทำไมไม่คุยกัน แต่กลับทำร้ายหนูโดยการที่เอารูปซึ่งเป็นรูปแผลเป็นของหนูมาทำร้ายจิตใจกัน และใช้ข้อความว่าผู้หญิงคนนี้อยากดัง อยากเป็นกระแสกับพี่บัวขาว ปล่อยน้องเขาเถอะครับ น้องเขาชอบเป็นข่าว อะไรประมาณนี้ แบบนี้ใช่มั้ยคะเป็นการกระทำของโรงเรียนที่หนูเคยศรัทธาและไว้วางใจ”

“หนูรู้สึกเสียใจและน้อยใจว่าทำไมทำกับหนูแบบนี้ หนูเสียความรู้สึกค่ะ แต่คงไม่เข้าไปเคลียร์กับเขาแล้วค่ะ หนูอยากให้เรื่องนี้จบและปล่อยผ่านไป หนูก็อยากจะพูดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าเรื่องราวทั้งหมดมันทำให้ตัวหนูรู้แล้วว่าคนที่เราคิดว่าดีแล้ว แต่อาจจะไม่ได้ดีอย่างที่เราคิด ก็ขอเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นประสบการณ์ชีวิตอีกประสบการณ์หนึ่งค่ะ”

“แต่ถ้าใครจะคิดว่าหนูตั้งใจปล่อยภาพ ก็แล้วแต่คนจะมองค่ะ เพราะเกิดเป็นหนูไม่ว่าจะพูดจริงหรือโกหกทุกคนก็จะมองว่าหนูโกหกอยู่ดี ซึ่งหนูก็บอกแล้วว่าหนูทำโทรศัพท์หาย หนูไม่ได้ตั้งใจปล่อย ถ้าหนูตั้งใจปล่อย หนูจะปล่อยตั้งแต่ก่อนที่หนูจะประกวด หนูคิดว่าตอนนั้นหนูยังไม่มีกระแสลบๆ อย่างนี้มันจะเป็นบวกกับหนูมากกว่า เพราะว่าหนูรู้จักกับพี่บัวขาวมานานแล้ว แต่ด้วยความที่หนูไม่ได้อยากจะเป็นข่าวกับพี่เขา และหนูก็ไม่ได้อยากทำร้ายตัวเอง เพราะหนูรู้ว่าเป็นข่าวกับเขา หนูจะต้องโดนคนไทยทั้งประเทศยำแล้ว หนูคงโดนผู้หญิงทั้งโลก คือไปญี่ปุ่นหนูคงโดนน้ำกรดสาดเลยมั้งคะเนี่ย (หัวเราะ)”

“แต่ถ้ามีโอกาสได้เจอกับพี่บัวขาวก็คงเข้าไปสวัสดีทักทายปกติค่ะ แต่ถ้าให้กลับไปสนิทสนมกันเหมือนเดิมคงไม่แล้ว เพราะว่าเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นในวันนี้มันเป็นปัญหาในชีวิตหนูมาก มันทำให้หนูจิตตก ทำอะไรก็โดนด่า โดนว่าไปหมดเลย ที่หนูพูดออกไปว่าชีวิตนี้หนูไม่ขอมีชื่อพี่บัวขาวก็เพราะหนูอยากตัดปัญหาค่ะ ก็ยืนยันว่าไม่ได้จีบค่ะ สำหรับเขาหนูไม่รู้นะ แต่สำหรับหนูคือขอให้ปล่อยผ่านไปแล้วกัน”

“แต่ถามว่าหนูมโนไปเองไหมหนูก็ไม่ได้บอกว่าเขาจีบนะ หนูบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกับเขา หนูไม่ได้คิดไปเองด้วย เพราะว่าที่ผ่านมาหนูก็ไม่ได้คิดอะไร ส่วนเรื่องสร้อยที่เขาให้มาก็เป็นพระที่หายากองค์หนึ่ง ซึ่งตอนที่ให้ก็มีคุณค่าทางจิตใจ ให้ด้วยความรู้สึกดีๆ แต่ถามว่าจะคืนให้เขาไหมถ้าเขาอยากจะได้คืนหนูก็พร้อมที่จะคืนค่ะ แต่ที่หนูไม่คืนเอง เพราะหนูก็ไม่รู้ว่าฝั่งนั้นเขาคิดอะไรเหมือนกัน คือการที่เขาให้เขาอาจจะคิดว่าเขาให้น้องสาว ให้ด้วยความรู้สึกดีๆ ให้ด้วยความเป็นห่วงน้องสาว แต่ถ้าเราไม่ฟังเหตุผลอะไรของเขาเลย หนูคิดว่ามันเป็นการทำร้ายจิตใจกันมากกว่า แต่ถ้าพี่ชายอยากจะได้คืนหนูก็พร้อมที่จะคืนค่ะ แต่องค์พระอย่าไปตีเป็นมูลค่าเลยค่ะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชิ้นหนึ่งดีกว่า”

“ตอนนี้ก็ยังคุยกันได้เหมือนเดิม แต่ไม่ได้กลับมาสนิทสนมกันเหมือนเดิม เพราะหนูก็ต้องปกป้องตัวหนูเองด้วย เพราะกลายเป็นว่าหนูโดนด่าฟรีคนเดียว ซึ่งหนูไม่ได้ทำอะไรเลย หนูก็เสียใจ ต่อไปหนูก็จะเก็บเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ และทำให้หนูโตขึ้นอีก เพราะตอนที่สนิทกับพี่เขาหนูก็ไม่ได้คิดอะไรนะ เพราะตอนนั้นหนูก็ยังอายุแค่ 18 ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้จำเป็นบทเรียนแล้วค่ะ”

“แต่การที่หนูมีข่าวภาพลบหรือว่าหนูจะทำงานไม่ได้ หนูอยากให้ทุกคนมองสิ่งดีๆ ที่หนูทำบ้าง คือหนูก็งงเหมือนกันที่หนูสร้างกลุ่มใจถึงใจขึ้นมาเพื่อทำโครงการจิตอาสาพัฒนาโรงเรียนชนบท ที่หนูไปมอบอุปกรณ์การศึกษา คอมพิวเตอร์ให้กับน้องๆ หนูก็คิดว่าทำไมทำเรื่องดีๆ ไม่เป็นข่าวบ้าง (หัวเราะ) หนูก็ไม่ได้เสียใจนะคะ แต่หนูอยากให้ลองโฟกัสในสิ่งที่หนูทำดีๆ สัก 10% ก็ได้ อยากจะว่าอะไรหนูก็พร้อมที่จะน้อมรับ”

“สุดท้ายนี้หนูก็ขอขอบคุณคนที่ให้กำลังใจหนู และพี่ๆ สื่อมวลชนทุกคนตั้งแต่วันที่หนูเข้ามายืนอยู่ในวงการ ตั้งแต่ประกวดเสร็จพี่ๆ สื่อไม่เคยทิ้งหนูไปไหนเลย หนูขอบคุณมากๆ ค่ะ (เสียงสั่น) และขอขอบคุณคนที่เข้ามาให้กำลังใจหนู หนูขอบคุณนะคะ สิ่งเหล่านี้ทำให้หนูเข้มแข็ง ส่วนคนที่เข้ามาว่าหรือติชม หนูก็จะเก็บตรงนี้ไว้ปรับปรุงในสิ่งที่หนูพลาดไป หนูก็จะเอามาทำตัวเองให้ดีขึ้นค่ะ”

“ตอนนี้โทรศัพท์เก็บอย่างดีมากค่ะ ให้พี่ผู้จัดการถือให้ตลอดเลย แต่ภาพที่จะแรงกว่านี้หนูรู้ตัวเองเลยว่าไม่มีแล้วค่ะ หนูก็อยากจะฝากบอกไปว่าช่วยฟอร์แม็ตเครื่องให้หนูด้วยนะคะ (หัวเราะ) ตอนนี้บอกตรงๆ เลยว่าโสดมาก เพราะว่าหนูไม่พร้อมที่จะเปิดรับใครเข้ามาจริงๆ คือหลังจากที่เป็นคนมีข่าวฉาวระดับประเทศ หนูก็เจียมตัวเอง ไม่กล้าเปิดใจให้ใครค่ะ เพราะคงไม่มีใครจะเข้ามาจีบใครหรอกค่ะ คนที่มาส่งไม่ใช่หนุ่มค่ะ (หัวเราะ) เป็นพี่เลี้ยงนี่แหละค่ะ พี่เลี้ยงเป็นเกย์ เป็นกระเทยเยอะแยะไป ไม่มีหนุ่มค่ะ (ยิ้ม) ไม่มีใครเข้ามาหยอดอะไรด้วย ตอนนี้หนูอยากทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จก่อน และอยากจะเรียนให้จบปริญญาโทตามที่มหาวิทยาลัยนอร์ธกรุงเทพให้ทุนไว้ ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ เพราะแม่อยากเห็นใบปริญญาลูกเต็มแก่แล้ว (ยิ้ม)”

ที่มา: manager.co.th

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0