Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

บังเอิญไปไหม!? จุดพลุข่าวถอนตัว “องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ” จังหวะเดียวกับที่ “บิ๊กป้อม” กำลังโดนมรสุม “โคตรนาฬิกาหรู” **“สมาชิกฝักถั่ว” เกทับยืดโรดแมปเลือกตั้ง หวังเอาใจ “ผู้มีอำนาจ” **ฝันสลาย “ชินคันเซ็น เชียงใหม่”เหตุแพงเกินไป

25 มกราคม 2561, 22:11 น.
20 0
บังเอิญไปไหม!? จุดพลุข่าวถอนตัว “องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ” จังหวะเดียวกับที่ “บิ๊กป้อม” กำลังโดนมรสุม “โคตรนาฬิกาหรู” **“สมาชิกฝักถั่ว” เกทับยืดโรดแมปเลือกตั้ง หวังเอาใจ “ผู้มีอำนาจ” **ฝันสลาย “ชินคันเซ็น เชียงใหม่”เหตุแพงเกินไป

เผยแพร่: 26 ม.ค. 2561 05:11:00 ปรับปรุง: 26 ม.ค. 2561 05:21:00 โดย: นกหวีด

เร่งทำคะแนนกันใหญ่ .. น่าสะอิดสะเอียนเหลือเกินกับ “แอคชั่น” ของ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ไม่เพียงแต่เป็น “ฝักถั่ว” มาตลอดในสมัย คสช.เรืองอำนาจแล้ว .. การอภิปรายออกความเห็นต่างๆ ก็สุดจะรับไหว ก้าวข้าม “หลักการ - ความถูกต้อง” ทั้งมวล แล้วมุ่งแต่จะ “เชลียร์” เอาอกเอาใจ “ผู้มีอำนาจ” กันจ้าละหวั่น .. แล้วก็เหมือนว่า แต่ละคน ยังไม่เข็ดกับ “ข้อหาฉกรรจ์” ที่จุกคออยู่ ฐานเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ เมื่อครั้งแก้ไขร่างกฎหมาย ป.ป.ช. ต่ออายุให้ กรรมการบางคน ตาม “ใบสั่งผู้มีอำนาจ” ไม่พอ .. มาถึงร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ที่ “ออกลาย” บ่งบอกความเป็นตัวตน กระสันที่จะห้อยโหน เกี่ยวอำนาจจนหน้ามืด .. กับประเด็นที่มีการเสนอให้จะแก้ ร่าง พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. ให้มีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายใน 90 วัน ยืดโรดแมปเลือกตั้งออกไปอย่างน้อยๆ 3 เดือน ..

ก่อนหน้าก็มี รายของ ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง กฎหมายดังกล่าว ที่ออกตัวแรงว่า 90 วันไม่น่าจะพอ จริงๆ ต้อง 120 วันด้วยซ้ำ .. พอมาถึงในที่ประชุมใหญ่ สนช. กลายเป็นเวทีประจบประแจงเอาใจ “บิ๊ก คสช.” ด้วยการเกทับกันหมดหน้าตัก รายของ “เดอะเอ๋” สมชาย แสวงการ ไม่มีเหนียม บอกว่า 90 วันน้อยไป เบิ้ลให้อีกเท่าตัว 180 วันไปเลย .. แต่ก็ยังเจอเกทับโดย พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต ที่เสนอให้ลากยาวๆ 60 เดือน หรือ 5 ปี ไปเลย อ้างว่าเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี .. ที่ออกตัวกันแรงไม่มียั้ง เหตุเพราะหมายตาตำแหน่ง “ว่าที่ ส.ว.สรรหา” ที่ต่างหวังได้อยู่ในวงศ์วานอำนาจกันต่อยาวๆ นั่นแหละ .. แต่จะเอากี่วันก็เอาเถอะ แค่อยากจะเตือน “ท่านสมาชิกฝักถั่ว” ไว้นิ๊ด ออกตัวแรงไป ระวังจะหัวทิ่มตัวตำไปกับ “รัฐบาล คสช.” ไม่รู้ตัว .. ด้วยคะแนนนิยมที่รูดมหาราช เข้ายุคเสื่อมโดยแท้ ยิ่งพฤติกรรม “ผู้มีอำนาจ” ที่มีแต่ความไม่ชอบมาพากล จะเหม็นคาวฉาวโฉ่แค่ไหน ก็อุ้มกันแบบไม่แคร์สายตาประชาชี .. จะเลื่อน จะลากแค่ไหน ก็เอาที่ชอบๆ เถอะ กลัวก็แต่ “พะนะท่าน” จะมีอันเป็นไปกันก่อนจะถึงเลือกตั้งน่ะซิ๊.

สงสัยจะเป็นโรคกลัวความเร็ว .. ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ “โครงการรถไฟไทย-จีน” มีอันต้องลดสปีดจาก “รถไฟความเร็วสูง” ความเร็วกว่า 250 กม.ต่อชั่วโมง กลายเป็น “รถไฟเร็วปานกลาง” วิ่งได้แค่ 160 กม.ต่อชั่วโมง จนงงกันทั้งประเทศมาครั้งหนึ่งแล้ว .. จู่ๆ ก็มีข่าวจาก “หนังสือพิมพ์นิกเคอิ” ของประเทศญี่ปุ่น อ้าง “แหล่งข่าวในรัฐบาลไทย” ว่า “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งการให้ “กระทรวงคมนาคมไทย” พิจารณาเกี่ยวกับการลดความเร็วของรถไฟความเร็วสูง เส้นทาง กรุงเทพมหานคร-เชียงใหม่ .. เหตุเพราะราคาที่ทาง “ญี่ปุ่น” เสนอในวงเงิน 4.2 แสนล้านบาท “แพงเกินไป” ก็เลยคิดที่จะ “ลดต้นทุน” .. โดยขอลดความเร็วจากเทคโนโลยี “ชินคันเซ็น” ที่วิ่งได้ 300 กม.ต่อชั่วโมง เหลือ 180-200 กม.ต่อชั่วโมงเท่านั้น ซ้ำรอย “รถไฟไทย-จีน”

.. ข่าวจาก “แดนอาทิตย์อุทัย” บอกว่า คำร้องของ “รัฐบาลไทย” สร้างความประหลาดใจให้แก่ “ฝ่ายญี่ปุ่น” เป็นอย่างมาก .. เพราะอุตส่าห์ร่วมทำงานกับฝ่ายไทยมาถึง 3 ปี โดยใช้ “เทคโนโลยีรถไฟหัวกระสุน” หรือ “ชินคันเซ็น” (shinkansen) ที่โด่งดังไปทั่วโลก อันสุดภาคภูมิใจ เป็นตัวตั้งมาโดยตลอด .. แล้วถ้าปรับลดความเร็วตามรีเควสของฝ่ายไทย ก็ผิดความตั้งใจของฝ่ายญี่ปุ่น ที่ไม่ได้ขายสุดยอดเทคโนโลยีอย่างที่คิด .. ถ้าข้อสรุปเป็นเช่นนี้จริง ประเด็นก็จะวนลูปมาเหมือน “รถไฟไทย-จีน” อีกครั้งว่า หากการขนส่งทางรางด้วย “ความเร็วปานกลาง” ก็จะเสียเปรียบการเดินทางโดย “เครื่องบินโลว์คอสต์” อีกตามเคย .. แบบนี้ก็ประหยัดงบประมาณ ทนนั่ง “รถไฟไทย” แบบ “ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง” เหมือนเดิมก็ได้ .. ต้นสายปลายเหตุ หรือข้อสรุปจะเป็นอย่างไร คงต้องให้ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ออกมาชี้แจงแถลงไขอีกที.

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0