Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

ผกก. ยันผู้สร้าง “ฟินสุโค่ย” ยังหลบอยู่ในไทย จวกทำวงการหนังไทยเสื่อมเสีย

20 เมษายน 2558, 9:46 น.
77 0
ผกก. ยันผู้สร้าง “ฟินสุโค่ย” ยังหลบอยู่ในไทย จวกทำวงการหนังไทยเสื่อมเสีย

“กอล์ฟรับผิดชอบมาในส่วนของโปรดักชั่นเพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายส่วนที่เป็นค่าตัวกอล์ฟ และของทีมงานพวกตากล้อง ช่างไฟ ก็ยังได้ไม่ครบ ส่วนของกอล์ฟได้มาบ้างแต่ก็ยังเหลืออีกก้อนใหญ่มากๆ ก็เป็นหลักล้าน แต่ในส่วนของค่าตัวนักแสดงทางผู้สร้างเขาจัดการเองกอล์ฟก็เลยไม่ทราบว่าใครได้ไปเท่าไหร่บ้างแล้ว เท่าที่รู้คือได้กันไปบ้างแต่ยังไม่ครบทั้งหมด แล้วกอล์ฟเองก็ไม่รู้เลยว่านักแสดงแต่ละคนได้ค่าตัวคนละเท่าไหร่เพราะมันเป็นเรื่องของนายทุนกับนักแสดงที่ดีลกันเอง ค่าตัวมาโกโตะตัวกอล์ฟเองก็ไม่ทราบว่าเขาได้เท่าไหร่ จริงๆ เขาดีลนักแสดงก่อนดีลกอล์ฟอีก เราเลยไม่ทราบตรงนี้”

“ข้อตกลงการจ่ายค่าตัวที่ตกลงกันไว้ในสัญญาจริงๆ มันก็ครอบคลุม เริ่มตั้งแต่การส่งบทจ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ ถ่ายทำไปแล้วครึ่งหนึ่งจ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ ปิดกล้องจ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ สัญญามีครบเพียงแต่ว่าการจ่ายเงินของเขาไม่ได้เป็นไปตามสัญญา เขาก็ให้มาเรื่อยๆ พอให้มันถ่ายจบ จริงๆ มันก็มีปัญหาตั้งแต่แรกแล้วแต่เราคิดว่ามันได้ทำไปแล้วก็ทำให้มันจบไป ก็พยายามถ่ายหนังให้จบและคิดว่าถ่ายจบแล้วเขาจะเอาเงินมาให้แต่ก็ยังไม่เอามาให้ จนหนังฉายไปแล้วเขาก็ยังไม่เอามาให้ ซึ่งกอล์ฟก็ติดตามทวงถามอยู่เรื่อยๆ แล้วเขาก็ไม่ได้หนีไปไหนและเขาไม่ตั้งใจที่จะโกงนะคะเพียงแต่ว่าเขาไม่มีเงินมาให้ เราก็เลยยังไม่ได้ฟ้องเขา”

“ตอนที่เขามาพูดกับเราเขาก็น่าเชื่อถือ แล้วเพื่อนของเพื่อนก็เป็นคนแนะนำเรามาอีกทีนึง แล้วเขาก็มาพร้อมแพกเกจนักแสดง เราเห็นก็ชื่อนักแสดงแล้วก็น่าเชื่อถือเพราะมีนักแสดงชื่อดังหลายคนและยังมีมาโกโตะด้วย เราก็เห็นว่าเขาสามารถติดต่อดารามาได้ขนาดนี้ก็น่าจะเป็นบริษัทที่มีเงินพอสมควร ดูจากรายชื่อนักแสดงก็น่าเชื่อถือเราถึงตกลงรับทำหนังให้เขา จริงๆ กอล์ฟก็รอบคอบเรื่องนี้อยู่แล้วนะ”

“หนังเจ๊งใช่ค่ะ หนังลงทุนไปประมาณ 10 ล้าน แต่ได้รายได้กลับแค่ 5-6 ล้าน แล้วต้องแบ่งกับโรงหนังอีกมันก็เลยขาดทุนเยอะพอสมควร ถามว่าอยากให้เขารับผิดชอบยังไง จริงๆ เราก็รอได้นะคะ แต่ก็อยากให้เขารับผิดชอบรายจ่ายที่มันต้องจ่ายเพราะกอล์ฟก็ไม่รู้จะเอาจากไหนไปจ่ายทีมงานเหมือนกัน ก็อยากให้เขารับผิดชอบตรงนี้ เขาเป็นผู้สร้างหน้าใหม่ เขาไม่เคยสร้างหนังมาก่อน แล้วในหุ้นส่วนเขาก็คือนายทุนทั้ง 3 คนก็มีปัญหาเรื่องการโกงกันเองด้วยมันก็เลยมากระทบถึงเรา ตอนแรกนายทุนมี 3 คนแต่มาตอนหลังเขามีเรื่องฟ้องร้องกันก็เลยเหลือแค่ 2 คน”

“กอล์ฟก็คุยกับเขาว่าถ้าเขามีรายได้ทางไหนมาหรือหาจากทางไหนได้ก็ให้ทยอยจ่ายเรามานะเพราะกอล์ฟก็ต้องเอาไปจ่ายทีมงานที่เหลืออยู่ ณ ตอนนี้ยังไม่คิดจะฟ้องนะคะแต่อนาคตถ้าเขายังหามาจ่ายไม่ได้ หรือถ้าการเคลียร์กันไม่เป็นผลก็คงต้องดำเนินการทางกฎหมายเพราะว่ากอล์ฟก็มีบริษัทไม่งั้นเราก็จะเสียไปด้วย เพราะตอนนี้กอล์ฟก็ถูกมองไม่ดีไปด้วย คนที่ไม่เข้าใจเรื่องกระบวนการสร้างหนังก็คิดว่านักแสดงมาเล่นหนังกับกอล์ฟแล้วกอล์ฟไม่จ่ายเงินเขา ที่กอล์ฟเห็นในคอมเมนต์ในข่าวคนที่ไม่เข้าใจก็มาคอมเมนต์ด่าเรา ไม่ได้ด่านายทุนเลย แต่มาด่าเราว่าเป็นถึงอดีตนายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์แห่งประเทศไทยทำไมมาทำแบบนี้ เสื่อมเสียชื่อเสียง ใครกำกับวะ ก็กลายเป็นว่ามาลงที่กอล์ฟ ซึ่งเราเป็นหนึ่งในผู้เสียหายเราไม่ได้โกงใคร”

“ไม่นะ กอล์ฟยังคุยไลน์กับเขาอยู่เลย เขายังอยู่เมืองไทยไม่ได้หนีไปไหน ก็คุยกับเขาทั้ง 2 คน ทั้งคุณปุณยนุช วรนิธิพงศ์ และคุณภัคกมล วิทยารางสกุล ที่กอล์ฟยังให้โอกาสเขาเพราะเราทำงานด้วยกันก็เห็นว่าเขาก็พยายามหาเงินมาทำหนังเรื่องนี้ให้มันดี เขาไม่ได้มีเจตนาที่จะโกง และกอล์ฟก็เห็นว่าเขาก็ไม่ได้หนีไปไหน คิดว่าเขามีเขาคงทยอยให้ แต่ถ้าเขามีแล้วไม่ให้ก็ค่อยฟ้องร้องกัน เขาก็บอกเหตุผลที่ไม่จ่ายเงินว่าเขาไม่มี(หัวเราะ) แต่เขาก็บอกว่าจะพยายามหาเงินมาทยอยจ่ายให้ แต่เขาบอกเขาไม่โกง ไม่เบี้ยว และไม่หนีไปไหนแน่ๆ กอล์ฟก็คุยกับเขาแหละ เขาก็บอกว่าเขากำลังปรึกษาทนายอยู่ ถ้าคุยกับทนายเรียบร้อยแล้วเขาจะแถลงข่าว ตอนนี้เขายังไม่พร้อมแถลงเพราะกลัวจะมีปัญหาก็เลยขอคุยกับทนายก่อน จริงๆ เขา(นายทุน)ก็เครียดนะ เขาเครียดมานานแล้วด้วยเพราะมีคนไปทวงเขาตลอดเวลา แล้วหนังมันก็ไม่ได้ทำเงิน รายได้ที่เขาคาดหวังว่าจะเอามาให้ทุกคนมันก็ไม่ได้ตามเป้าที่เขาตั้งเอาไว้”

“เรื่องมาโกโตะกอล์ฟยังไม่ได้คุยกับเขา(ผู้สร้าง) กอล์ฟคุยแค่เรื่องที่มันเป็นข่าวออกมาเพราะเราก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ที่มาโกโตะออกมาทวงเงินแบบนี้และมันก็จะเสื่อมเสียมาถึงวงการในประเทศไทย ว่ามาทำงานที่ประเทศไทยมันไม่มีความน่าเชื่อถือหรือเปล่าก็เลยคิดว่ามันน่าจะมีผลกระทบ ถ้าถามในส่วนตัวคิดว่ามันก็มีผลในแง่ของข่าวที่มันไม่ดี แต่ในเรื่องของการลงทุนไม่น่ากระทบเพราะอย่างที่กอล์ฟบอกไปว่าทุกบริษัทก็มีความน่าเชื่อถือของแต่ละบริษัทอยู่แล้ว แล้วศิลปินที่จะมาทำงานในเมืองไทยเขาก็ต้องดูแบ็กกราวด์แต่ละบริษัทอยู่แล้วว่ามีความมั่นคงแค่ไหนเขาถึงจะมาร่วมงานด้วย เพราะจริงๆ ในส่วนนี้ทางมาโกโตะและบริษัทฟินโปรเจกต์เขารู้จักกันมาก่อนกอล์ฟด้วยซ้ำ แปลว่าเขาก็คงมั่นใจกันมาในระดับนึง เราเป็นคนที่เข้ามาทีหลังสุด เราเห็นว่ามาโกโตะก็ยังมาเราถึงได้มั่นใจว่าจะทำงานด้วย เพราะฉะนั้นกอล์ฟคิดว่าคงไม่กระทบในวงกว้าง โอเคมันเป็นข่าวที่ไม่ดีแน่ๆ แต่ในการทำงานทุกคนคงดูที่ความน่าเชื่อถือของแต่ละบริษัท”

“จริงๆ ทางฟินโปรเจกต์ก็บอกมาแบบนั้นว่าเป็นหนังร่วมทุนกับญี่ปุ่น แต่ว่าตัวกอล์ฟเองไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาหาทุนมาจากไหน อันนี้กอล์ฟก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาร่วมทุนกันแบบไหน หรือเขาใช้แค่ชื่อร่วมทุนหรือยังไง ตรงนี้กอล์ฟไม่รู้เรื่องเลยเรารู้แค่ว่าเขาหาเงินมาทำหนัง เราเป็นคนรับจ้างเราก็ทำไป กอล์ฟเป็นแค่คนรับจ้างมาอีกทีก็เลยไม่ได้สนใจด้วยแหละว่าเขาหาเงินมาจากไหน อย่างที่บอกเราดูจากชื่อนักแสดงว่ามาโกโตะก็มา และเป็นหนังร่วมทุน เราก็ตัดสินใจจากตรงนี้ในการตกลงทำงานด้วย ส่วนสหมงคลไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้นะคะ สหฯเป็นแค่บริษัทจัดจำหน่ายเท่านั้นค่ะ”

ที่มา: manager.co.th

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0