Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

"พลิกวิกฤตศรัทธาตำรวจ ต้องกระจายอำนาจสู่ประชาชน"ผศ.พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล

8 มิถุนายน 2560, 12:46 น.
40 0
"พลิกวิกฤตศรัทธาตำรวจ ต้องกระจายอำนาจสู่ประชาชน"ผศ.พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล

ผศ.พ.ต.ท.ดร กฤษณพงค์ พูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต .

โครงสร้างการบริหารงานของตำรวจทั่วโลกมีอยู่ 3 ระบบ ระบบรวมศูนย์อำนาจ กระจายอำนาจ และผสมผสาน .

“คณะกรรมการภาคประชาชน ถูกคัดเลือกมาจากหลายๆ ภาคส่วน ทั้งส่วนราชการอย่างผู้ว่าราชการจังหวัด ตัวแทนจากผู้พิพากษา ตัวแทนอัยการ นักสิทธิมนุษยชน ภาคประชาชนซึ่งมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ เช่น พ่อค้า นักธุรกิจ เกษตรกร นักวิชาการ คณะกรรมการภาคประชาชน จะทำงานควบคู่กันไปกับตำรวจกองบัญชาการภาค ร่วมกันปรึกษาหารือ หาทางออกของปัญหา ตลอดจนทำหน้าที่ตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของตำรวจในพื้นที่ด้วย” .

“ไม่ต้องกลัวว่าการกระจายอำนาจจะทำให้เกิดแทรกแซงจากผู้มีอิทธิพล เพราะสามารถวางกลไล ระบบตรวจสอบถ่วงดุลที่เข้มแข็งได้ คณะกรรมการระดับจังหวัด ภูมิภาค ส่วนกลาง และท้องถิ่น เต็มไปด้วยคนจากหลากหลายภาคส่วน สามารถออกแบบได้ โอกาสล็อบบี้นั้นยากมาก”

ผมลองคุยกับผู้ช่วยท่านหนึ่ง เขาบอกว่าภูมิใจที่ได้ทำงาน ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แถมยังเห็นว่างานตรงนี้ได้ส่งเสริมอาชีพหลักของตัวเองด้วย โดยเฉพาะการพัฒนาภาวะผู้นำ”

“คนพวกนี้เข้ามาเเล้ว หากทำไม่ดีเองจะจัดการอย่างไร ขอตอบว่า เราสามารถสร้างระบบตรวจสอบการทำงานและประเมินผลได้ ที่สำคัญไม่ต้องมานั่งกังวลว่า เจ้าหน้าที่เหล่านี้จะแข่งขันเติบโต เลื่อนตำแหน่งเป็นยศอะไรด้วย เพราะเขาจะเป็นแค่ตำแหน่งผู้ช่วยนี่แหละ” .

“ตำรวจไทยแทบต้องซื้อทุกอย่างเองหมด เสื้อเกราะขอรับบริจาคจากวัดหรือมูลนิธิ ไม่มีความพร้อมในการทำงาน ออกไปจับยาเสพติด 10 คน มีเสื้อเกราะใส่แค่ 3 ตัว คนไหนเสี่ยงมากก็ได้ใส่ ผิดกับเมืองนอก อย่างอังกฤษเคยมีตำรวจไปจับคนร้ายแล้วพลาดถูกคนร้ายใช้มีดแทง ปรากฎว่าวันรุ่งขึ้นตำรวจทั้งเกาะอังกฤษใส่เสื้อเกราะหมดเลย” .

“อังกฤษขึ้นชื่อเรื่องการใช้กล้องสอดส่องพฤติกรรมคนในพื้นที่ทั่วไปมากที่สุดในโลก โดยมีการเก็บข้อมูลพบว่า คนๆ หนึ่งตั้งแต่ออกจากบ้าน เช้ายันค่ำกระทั่งกลับเข้าบ้าน เขาจะถูกจับภาพโดยกล้องวงจรปิดเฉลี่ย 300 ภาพต่อคนต่อวัน” .

“บ้านเราสอบข้อเขียน ตรวจร่างกาย สอบสัมภาษณ์จากคณะกรรมการ 4-5 คน แต่เยอรมันมีเพิ่มเติมอีกคือการเน้นระบบคัดเลือกที่วัดเจตคติ และความคิดผู้สมัคร โดยการสอบเป็นกลุ่มผ่านโจทย์ที่ท้าทาย มีกล้องวงจรปิดคอยจับพฤติกรรมและการตัดสินใจ .

ตัวอย่างเช่น โจทย์บอกว่าหากคนร้ายหลบหนีไปทางนั้น พวกคุณจะทำอย่างไร และปล่อยให้ผู้สมัครถกเถียงกัน ระหว่างถกเถียงจะถูกบันทึกวิดีโอไว้ ภาพทั้งหมดจะถูกส่งไปให้คณะกรรมการที่ประกอบไปด้วย นักจิตวิทยา ตำรวจผู้มีประสบการณ์สูง ผู้ชำนาญการในแต่ละสาขา เพื่อช่วยกันตัดสินว่า คนๆ นี้สมควรจะเข้ามาเป็นตำรวจหรือไม่”

“ปัจจุบันตำรวจจราจรหลายพื้นที่บอกเอง อยากให้วิทยากรมาอบรมด้านกฎหมายจราจรให้ เป็นเรื่องที่แปลกมาก เขาบอกอยากมีความรู้ เพราะเวลาไปทำงาน ถูกประชาชนถาม เถียง โต้กลับ อยากจะเถียงเรื่องกฎหมายกลับบ้าง” .

“ระบบงานตำรวจแบบทหารจะเน้นการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ การแสดงกำลังและมองฝ่ายตรงกันข้ามคือศัตรู ตรงกันข้ามกับระบบงานตำรวจในรูปแบบเสรีนิยมที่จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติโดยยึดหลักกฎหมายและความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อชุมชนและสังคม ตำรวจก็คือพลเมือง พลเมืองก็คือตำรวจ เป็นหุ้นส่วนกันและกันในการป้องกัน แก้ไขปัญหาอาชญากรรมและรักษาความสงบเรียบร้อยของชุมชน” .

“ตำรวจคนไหนทำงานให้กับประชาชน แก้ปัญหาอาชญากรรมได้ดี คนนี้จะได้รับการสนันสนุนเรื่องตำแหน่ง เราต้องสร้างรูปแบบที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม โดยประชาชนมีส่วนสะท้อน ประเมินผลได้ว่า ตำรวจคนนี้ทำงานดีเหมาะสมที่จะได้เลื่อนตำแหน่ง วิธีการเช่นนี้ทำให้ตำรวจแข่งขันกันด้วยการทำงาน อย่างเอฟบีไอของสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับทุกคดีไม่เฉพาะแค่ที่สื่อสนใจเหมือนบ้านเรา” .

“อย่าให้ความผิดพลาดในอดีตส่งต่อถึงคนรุ่นถัดไป ต้องจบในเจเนอเรชั่นนี้ อย่าให้คนรุ่นหลานมาถามว่า เมื่อ 30 ปีที่แล้ว คนรุ่นพ่อทำอะไรกัน”

“ตำรวจคือประชาชน และประชาชนคือตำรวจ” (the police are the public and the public are the police)

ที่มา: posttoday.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0