Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

"มุ่งขายสมาชิก-ใช้เทรนเนอร์หารายได้" ถอดบทเรียนธุรกิจ เมื่อ "ฟิตเนส" ไปไม่รอด

13 มิถุนายน 2560, 13:30 น.
22 0
"มุ่งขายสมาชิก-ใช้เทรนเนอร์หารายได้" ถอดบทเรียนธุรกิจ เมื่อ "ฟิตเนส" ไปไม่รอด

นาทีนี้ สาเหตุความล้มเหลวในธุรกิจฟิตเนสเมืองไทย กำลังเป็นกลายคำถามที่น่าสนใจ..

“ค่าเช่าสถานที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าบริหารจัดการอื่นๆ ฟิตเนสใหญ่ ตามห้างดังหรือพื้นที่ใจกลางกรุง มีค่าใช้จ่ายตายตัวอยู่ราวๆ 4.5 แสนบาทโดยประมาณ เนื่องจากค่าเช่าที่ค่อนข้างแพง ถ้าบริหารงานได้ต่ำกว่าก็เท่ากับเจ๊ง”

“เทรนเนอร์บางแห่งถูกกำหนดให้ทำยอด ถ้าเทรนไม่ถึง 100 ชั่วโมง จะได้แค่ค่าเทรนเพียงชั่วโมงละ 100 บาท หรือ 150 บาท ถ้าเกิน 100 ชั่วโมงอาจได้ถึง 250 บาท แล้วแต่ตกลง เป็นเหตุผลว่าทำไมฟิตเนส หลายแห่งถึงพยายามขายเทรนเนอร์กันจนลูกค้ารำคาญ” .

ที่สำคัญคือเทรนเนอร์บางคนยังต้องมานั่งโทรตามลูกค้าให้เข้ามาเทรน เพราะเงินก้อนที่ขายได้เข้าไปอยู่กับเจ้าของฟิตเนส พวกเขาจะได้รับก็ต่อเมื่อมีการเทรนเกิดขึ้นจริง”

“ออกกำลังกายเสร็จกว่าจะเดินออกจากสถานที่ได้ต้องโดนยื้ออยู่พัก ขายโน่นนี่นั่น คนเริ่มรู้สึกแย่ เริ่มมองหาที่ใหม่ ตัวเลือกสมัยนี้เยอะ ไม่มีสัญญาผูกมัด ทำให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น”

สัญญาณความล้มเหลวของฟิตเนสที่ทุกคนควรทราบเอาไว้ก็คือ การเริ่มเก็บค่าสมาชิกในการราคาถูกลง ขายคอร์สตลอดชีพ และมีโปรโมชั่นสิทธิประโยชน์มากมาย เพื่อสร้างแรงจูงใจในการสมัคร .

“เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ฟิตเนส ค่าเช่าที่แพงๆ บนห้างสรรพสินค้าหรือใจกลางเมือง เดือนหนึ่งมีค่าใช้จ่ายประจำ 4-5 แสน อยู่ๆ ประกาศลดค่าสมัครสมาชิกรายปีเหลือหมื่นกว่าบาทจากปกติ 2-3 หมื่น หรือตลอดชีพเพียงแค่ 2 หมื่น พาเพื่อนมาเล่นฟรีได้อีก 5 คน แบบนี้มันเป็นการโกยเงินให้ได้มากที่สุดก่อนจะบินหนีแล้ว”

“เดินตามห้างจะมีคนมาแจกโบชัวร์ ไปที่ไหนก็มีแต่คนเดินเข้ามาบอก สนใจไหมไหมคะ สนใจไหมครับ”

แท้จริงแล้วกลยุทธ์สำคัญต่อความยั่งยืนคือ การรักษาลูกค้าเก่า สร้างความประทับใจด้วยอุปกรณ์เครื่องเล่น คลาสออกกำลังกาย ตลอดจนสังคมภายใน เพื่อให้เกิดความรู้สึกคุ้มค่ากับการบริการมากที่สุด จนไม่คิดอยากเริ่มต้นใหม่ที่ไหน โดยตัวเลขทางวิชาการชี้ว่าการรักษาลูกค้าเก่านั้นมีต้นทุนที่ถูกกว่าการออกไปหาลูกค้าใหม่ถึง 5 เท่า .

“หาลูกค้าใหม่คุณต้องจ้างพนักงาน เปิดบูทตามห้างต่างๆ โฆษณาหลากหลายช่องทาง ขึ้นบิลบอร์ด ลงหนังสือ ค่าใช้จ่ายสูง แต่การรักษาลูกค้าเก่าแค่บริการดี ใส่ใจ สร้างสังคมที่ดีให้เกิดขึ้นในสถานที่ มันใช้ต้นทุนต่ำกว่า หลายๆ เเห่งล้มเหลว ไม่ดูแลจุดนี้ มัวแต่มุ่งไปหาลูกค้าใหม่จนเกิดอัตรายกเลิกสมาชิกสูง”

“เทรนด์เริ่มไปทางฟิตเนสที่เป็นลักษณะเฉพาะทางมากขึ้น เช่น พิลาทิส (Pilates) โพลแด๊นซ์ (Pole Dance) ไต่เชือกหรือว่าวิ่งในน้ำ พูดง่ายๆ ว่ามีการรูปแบบการออกกำลังกายมากขึ้น ทำให้ฟิตเนสแบบเดิมๆ ไม่น่าดึงดูด ไม่รู้จะฝ่ารถติดไปเล่นทำไม ถ้ามีเพียงแค่สิ่งของพื้นฐาน เก็บเงินซื้อไว้เล่นเองที่บ้านดีกว่า” .

สำหรับกรุงเทพฯ ยังมีโอกาสจะเติบโตได้อีก เนื่องจากมีจำนวนประชากรหนาแน่น และลูกค้าส่วนใหญ่เน้นเรื่องการเดินทางมาใช้บริการ จึงมักจะเลือกเล่นฟิตเนสใกล้ที่ทำงานหรือใกล้บ้านเป็นหลัก ที่สำคัญกระเเสการออกกำลังของเหล่าศิลปินดาราก็ช่วยหล่อเลี้ยงกระเเสให้เดินต่อไป .

ค่าผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลนั้นยังไม่ปรากฏข้อจำกัดที่ชัดเจน โดยแตกต่างกันไป อาทิ ค่าฝึกการออกกำลังกายประเภทยกน้ำหนัก และประเภท TRX ควรอยู่ระหว่าง 300 -700 บาท ต่อชั่วโมง ค่าฝึกออกกำลังกายประเภทโยคะ และพิลาทิส (Pelates) ควรอยู่ระหว่าง 500 –2500 บาท ต่อชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์ของผู้ฝึกสอน)

ยังอ่าน: แม็คโคร เปิดประตูการค้าสู่ภาคเหนือตอนล่าง เปิดสาขาพิจิตร

ที่มา: posttoday.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0