Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

รู้จัก 'ธรรมนัส พรหมเผ่า' เอี่ยวคดีดัง 'บิทคอยน์ 797 ล้าน'

17 สิงหาคม 2561, 8:04 น.
28 0
รู้จัก 'ธรรมนัส พรหมเผ่า' เอี่ยวคดีดัง 'บิทคอยน์ 797 ล้าน'

รู้จัก “ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าเพื่อการกุศล เอี่ยวคดีดัง "บิทคอยน์ 797 ล้าน"

ซึ่งผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่บ้านเมืองเราจะต้องเดินหน้า เราเลิกทะเลาะกัน การเมืองไม่ควรจะมีสีต่างๆ ธงชาติไทยมีสามสีที่สง่างาม เสาหลักเราทั้งสามสถาบันคือเสาหลักที่ค้ำบ้านค้ำเมืองให้เดินต่อไปได้”

“ธรรมนัส” ย้ำว่าการเมืองศตวรรษใหม่ต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง “การเมืองในศตวรรษใหม่ในทัศนคติของผม เป็นสิ่งที่ควรก้าวข้ามความขัดแย้ง ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ประเทศไทยเดินหน้าได้ หลีกเลี่ยงจากการปะทะ หลีกเลี่ยงจากความแตกแยก เราแตกแยกกันแล้ว เกิดอะไรขึ้น ได้อะไรหรือไม่ ไม่มีเลยครับ พี่น้องประชาชนยังทุกข์ยาก ลำบาก เหมือนเดิม นักธุรกิจระดับ SME ล้มหายจากวงการธุรกิจกันหมด มีพี่น้องหลายคนที่อพยพจากบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง จากจังหวัดของตัวเอง ไปทำมาหากิน ทำธุรกิจ ที่กรุงเทพมหานคร ในระดับ SME ก็ดี หรือระดับกลาง ระดับใหญ่ เสียหายกันหมด ต้องกลับมาทำอาชีพเดิมที่บ้าน คือ เกษตรกร ซึ่งผมไม่อยากเห็นภาพอย่างนั้น”

ส่วนการเมืองระดับท้องถิ่นก็เหมือนกัน ควรจะนำหรือให้โอกาสคนรุ่นใหม่ ซึ่งคนรุ่นใหม่ไมได้หมายความว่าจะมีอายุน้อย คนรุ่นใหม่หมายถึงคนที่มีความตั้งใจ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ไปปกครองบ้านปกครองเมือง ดังนั้นการเมืองในศตวรรษใหม่ในทัศนคติของผม เราต้องเปลี่ยน ก้าวข้ามความแตกแยก นำความสุขความเจริญมาให้พี่น้องอย่างยั่งยืน”

“สำหรับการเมืองระดับชาติก็เช่นเดียวกัน ผมพยายามที่จะติดต่อกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่รักบ้านรักเมืองจริงๆ ในหลายๆ จังหวัดทางภาคเหนือว่า เราน่าจะรวมกลุ่มกัน สร้างในกลุ่มที่รักบ้านเกิดของตัวเอง สร้างอุดมการณ์ของตัวเอง ผมยกตัวอย่าง อย่างจังหวัดลำปางเขาก็จะมีกลุ่มพลังลำปาง กลุ่มแพร่ก็มีกลุ่มพลังแพร่ กลุ่มน่านก็มีกลุ่มพลังน่าน จังหวัดที่บ้านเกิดผมก็เช่นเดียวกัน เราเดินในกลุ่ม “พลังพะเยา” นั่นหมายความว่า เรารู้จักสำนึกรักบ้านเกิดของตัวเอง เรามีความพร้อมที่จะเสียสละเพื่อบ้านเพื่อเมือง นำคนที่มีจิตอาสาจริงๆ ที่จะมาพัฒนาบ้านเมืองของเรา คนที่มีความพร้อมทางด้านความรู้ ฐานะการเงิน มาจับมือกันสร้างบ้านแปงเมืองอย่างที่ผมตั้งใจไว้”

“ธรรมนัส” ทิ้งท้ายถึงการเมืองไทยที่ต้องรักและสามัคคีกัน เฉกเช่นปรากฏการณ์การช่วยเหลือ 13 หมูป่า “จากปรากฏการณ์ช่วยเหลือ 13 หมูป่า ทำให้เห็นว่าคนไทยมีใจรักและเป็นห่วงกัน การเมืองควรเป็นเช่นการรวมใจช่วยเหลือ 13 หมูป่า คนไทยยามบ้านเมืองมีภัย มีสงคราม เราจะสามัคคีกัน แต่พอบ้านเมืองสงบเราก็รบกันเอง ตัวเองที่เราเห็นได้ชัด คือ กลุ่มที่คนไทยทั้งประเทศต่างก็รวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่ช่วยเหลือน้องๆ หมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 ชีวิต นั่นหมายความว่ายามบ้านเมืองวิกฤติคนไทยจะสามัคคีกัน ผมเชื่อว่า ณ เวลานี้บ้านเมืองเรามีวิกฤติทางการเมือง เราควรจะสามัคคีกัน”

แน่นอนว่า ไม่ว่าจะเป็นการเมืองยุคใหม่ กลุ่มใด สิ่งเดียวที่สำคัญอย่างยิ่งยวด คือ “ความรัก สมัคร สมาน สามัคคี โดยยึดผลประโยชน์ของชาติ ประชาชน” เป็นที่ตั้ง โดยการยึดโยงและค้ำจุนของ 3 สถาบันหลัก “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”

ที่มา: bangkokbiznews.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0