Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู วันที่ 17 ตุลาคม 2557

16 ตุลาคม 2557, 17:00 น.
92 0

“ไม่มีอะไรน่าสงสัย...แบ่งกันไปกันทีละคนสองคน รวดเร็วแต่อย่าให้มีพิรุธ เข้าใจนะ...ไปได้”

“เดี๋ยวก่อน...ฉันมีเรื่องจะพูดกับหลินฮุ่ย ตอนที่เธอสลบคราวที่แล้วน่ะ ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้อยู่ช่วยเธอ เพราะฉันตกใจยกโทษให้ฉันด้วยเถอะนะ”

เป๋งกุ่ยยิ้มจับมือหลินหลิน “ขอบใจจริง ๆ งั้นเราก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้วสินะ”

“แล้วนี่จะไปไหนกันเนี่ย ทำอะไรเหรอ อย่าบอกนะว่าจะเข้าไปในโรงงานร้างนั่น มันสกปรกแล้วก็เหม็นมากเลย มีคนบอกมีผีด้วยนะ จะเข้าไปสำรวจผีใช่มั้ย ไปด้วยคนสิ”

ขณะที่หลินหลินดูนิ่งกว่า “บังเอิญผ่านมาแถวนี้ เป๋งกุ่ย เธอจะไปไหนก็ไปเถอะ ธุระของเราสองคนไม่เกี่ยวกับเธอ”

บางอย่างในสายตาหลินหลินทำให้เป๋งกุ่ยยอม “เออ ไปก็ไป อะโด่ ไม่ได้อยากไปด้วยเท่าไหร่หรอกนะ พวกเธอสองคนอย่าทำอะไรไม่ดีละกัน ขอเตือนนะ”

“ตอนแรกอาจารย์แม่ห้ามมันฝึกวิทยายุทธ ต่อมามันก็ค่อย ๆ แอบฝึกเอง ...ผมเคยสอนวิชาหมัดแปดทิศให้มัน มารู้ทีหลังว่ามันเอาไปสู้กับมิเชลได้”

“ใช้หมัดแปดทิศสู้กับมิเชลเนี่ยนะ...ต่อให้เป็นฉันก็ยังทำไม่ได้ ถ้ามันทำได้ขนาดนั้นก็สมควรเป็นลูกของจางเหลียงจริง ๆ...แกโกหกฉัน รู้มั้ยว่าต้องได้รับโทษอะไร”

พายุคุกเข่า หัวโขกพื้นถี่ยิบ “ผมขอโทษ ท่านเจ้าสำนักไว้ชีวิตผมด้วย ฮือ ๆ ผมอยากมีอำนาจ ฮือ ผมอยากมีชื่อเสียง ยกโทษให้ความโง่เขลาของผมด้วย ฮือ ๆ”

จางซื่อหันมาทางอาเฟย “ที่ฉันให้แกไปกำจัดพวกโรงงิ้วที่เหลือ เป็นไงบ้าง”

“แกเคยเป็นครอบครัวเดียวกับพวกมัน แกต้องไปสืบหาที่อยู่ของพวกมันมา ถ้าทำสำเร็จ ฉันจะลดโทษให้”

“ตอนแรกผมนึกว่าพวกเขาไปพลอดรักกัน แต่พอมารู้ทีหลังว่าพวกเขาหายกันไปทั้งบ้าน ผมก็เลยเอะใจ ว่าจริง ๆ แล้วพวกนั้นอาจจะไปหลบอยู่ที่นั่นกันหมดทุกคนเลยก็ได้”

“ผมเห็นพี่หยิบเงินให้อาเจ่กป้อ แต่บังเอิญว่าอาเจ่กป้อไม่รู้ แต่ผมรู้...ผมอยากได้เงินเท่าที่พี่จะให้อาเจ่กป้ออะ”

“ได้ซี้ มากกว่านั้นก็ได้ แต่ลื้อต้องไปแอบดูให้แน่ใจก่อนว่าในโรงงานนั้นมีใครอยู่บ้าง โดยเฉพาะไอ้กังฟู แล้วลื้อจะได้เงินตามที่ต้องการ”

“ไอ้เรื่องนั้นน่ะรู้แล้ว แต่ที่อยากรู้น่ะคือมวยไทยของเมลดาเข้ามาในค่ายกลนี้แล้วเป็นยังไง”

“เมลดาไม่มีพื้นฐานกำลังภายใน แต่อาวุธมวยไทยก็พิสดาร หนัก คม เร็ว สร้างความเสียหายให้ศัตรูได้เหมือนกัน เป็นส่วนหนึ่งของค่ายกลดอกเหมยได้”

“แต่เฮียเต๋าพูดก็ถูก เราต้องใช้เวลาอีกสักพักเพื่อให้ลงมือเป็นหนึ่งเดียว”

“เพราะฉะนั้น ช่วงนี้พวกเราต้องไม่ประมาท อยู่แต่ในห้อง ออกไปเฉพาะเท่าที่จำเป็น ยืดเวลาซ่อนตัวให้ได้นานที่สุด เราถึงจะมีหวังชนะมันได้”

“เป๋งกุ่ยไม่ใช่พวกอสูรเทวานี่นา อีกอย่าง เห็นคนเดือดร้อนต้องช่วยเหลือ ถ้าศิษย์น้องไม่ออกมาช่วย ขาเขาอาจจะหักหรือพิการไปตลอดชีวิตก็ได้นะครับ...ศิษย์พี่อย่าวิตกอะไรไปเลยครับ ศิษย์น้องช่วยเขา เขาไม่เอาเรื่องของเราไปบอกคนอื่นหรอก”

“การที่เมลดาใช้มวยไทยแม้จะขาดพื้นฐานกำลังภายในแต่ก็ทำให้ค่ายกลนี้จู่โจมได้เร็วและแหลมคมขึ้น”

“ขอบใจมากเป๋งกุ่ย...แต่ว่าต่อไปนี้ไม่ต้องมาหาอั๊วที่นี่แล้วนะ อั๊วไม่อยากให้ใครรู้ว่าอั๊วอยู่ที่นี่ เข้าใจไหม”

กังฟูเอากับข้าวที่เป๋งกุ่ยเอามาให้ ไปให้ทุกคนกิน “นี่ ...ขาหมู เป็ดย่าง ผัดคะน้าฮ่องกง ผัดหน่อไม้จีน เต้าหู้ทรงเครื่อง ไก่แช่เหล้า เนื้อผัดใบกะเพรา หมูตุ๋นยาจีน แล้วก็ไข่พะโล้”

“เมื่อวานผมช่วยชีวิตเป๋งกุ่ยเอาไว้ วันนี้เขาเลยเอาของกินมาให้เป็นการขอบคุณน่ะครับ”

“แต่เมื่อวานถ้าศิษย์น้องไม่ช่วยชีวิตเขา เขาก็ตายแล้วนะครับ เขาคงไม่เอาของบูดของเน่ามาให้ศิษย์น้องกินหรอก”

เฮียเก้าสั่งสอน “บู๊ลิ้ม ลื้อยังเป็นเด็ก ต้องหัดดูคนให้ลึกซึ้ง คนบางคนหน้าตาดีพูดจาดีแต่จิตใจต่ำทราม คนบางคนอย่างไอ้เป๋งกุ่ย หน้าตาอุบาทว์กิริยาชาติชั่ว แต่อาจเป็นคนดีก็ได้”

“เฮียกังฟูรับไป หน้าตาดีใจมาก เหมือนไม่ได้กินอะไรดี ๆ มานาน ไม่สงสัยอะไรผมเลยครับ”

“เปล่า ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องเอาของกินไปให้ ฉันหมายถึงเรื่องที่กังฟูช่วยชีวิตแกไว้ แต่แกยังอกตัญญูกล้าเอาอาหารใส่ยาพิษไปให้เขากิน นับว่าเลวจริง ๆ”

“ยังเด็กแต่ทั้งหน้าด้านทั้งชั่วร้าย นับว่าเจ้ามีอนาคตยิ่งนัก ฮ่า ๆ ๆ...เอาไป”

“ช่างมันเถอะ เขาไม่เชื่อก็ตามใจ ว่าแต่ศิษย์น้องออกมาทำไม อย่าบอกนะว่า ศิษย์น้องไม่ไว้ใจเป๋งกุ่ย”

“ศิษย์น้องเชื่อใจเป๋งกุ่ย อย่างน้อยก็เชื่อว่าของกินของเขาอร่อยแน่ ๆ แต่ศิษย์น้องห่วงใยศิษย์พี่มากกว่า”

“ขอบใจ ไม่มีอะไรหรอก... เอาจริง ๆ ฉันว่าเป๋งกุ่ยมันก็คงไม่เลวขนาดจะวางยาอะไรในอาหารหรอกนะ แต่ศิษย์พี่ไม่ชอบขี้หน้ามัน เลยพาลไม่อยากกินของที่มันเอามา ไม่อยากให้ใครกินแล้วก็ชื่นชมมันด้วย โดยเฉพาะหลินหลิน”

“ศิษย์พี่อย่าคิดมาก หลินหลินเป็นคนฉลาด ไม่มีทางมองว่าเป๋งกุ่ยดีกว่าศิษย์พี่หรอก”

“โกวเล้งกล่าวว่าผู้ชายคนใดคิดว่าตัวเองเข้าใจผู้หญิง มันผู้นั้นคือตัวโง่งมที่แท้จริง”

บู๊ลิ้มทำใจครู่หนึ่ง “กินก็กิน...อย่างมากศิษย์พี่ก็กินแต่ไข่เจียวกับผักดองก็ได้”

“เปล่า...แต่ว่า...ฉันไม่อยากทำให้บู๊ลิ้มเสียใจ ก็เลยไม่กินของของเป๋งกุ่ย”

“ความผิดของอั๊วเอง อั๊วไม่น่าเชื่อเป๋ง กุ่ยเลย ความผิดของอั๊วเอง อาจารย์...ทุก ๆ คน อั๊วขอโทษ”

ที่มา: dailynews.co.th

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0