Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

ศักดิ์ศรี จิตวิญญาณเสรี! ผิดจากนี้มิใช่เรา! สุทธิชัย หยุ่น

12 มกราคม 2561, 16:45 น.
61 0
ศักดิ์ศรี จิตวิญญาณเสรี! ผิดจากนี้มิใช่เรา! สุทธิชัย หยุ่น

“ผมบอกกับทุกคนได้ว่าจงภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของเนชั่น หรือเคยเป็นส่วนหนึ่งของเนชั่น ว่านี่คือสถาบันที่เราตื่นเช้าทุกเช้าแล้วบอกกับตัวเองได้ว่าเราเป็นสื่อ .

วันนี้อย่างที่รู้กันว่า “สุทธิชัย หยุ่น” ที่ปรึกษากองบรรณาธิการเครือเนชั่น ในวัย 72 ปี ได้ประกาศวางมือจากองค์กรสื่อที่ปลูกสร้างมากับมือจนกลายมาเป็นยักษ์ใหญ่ “เครือเนชั่น”

บรรยากาศบริเวณสถานที่จัดงานก่อนช่วงงานเริ่มที่ค่อนข้างเงียบเชียบและดูหงอยเหงา กลับแคบไปถนัดตา กับภาพของผู้คนที่ไม่เฉพาะชาวเนชั่น แต่ยังมีแขกวีไอพีจากหลายองค์กรชั้นนำ ตลอดจนสื่อมวลชนจากหลายค่ายมากันเพียบ! เพื่อร่วมเลี้ยงอำลาบุคคลที่เปรียบเสมือนบิดาผู้ให้กำเนิดเนชั่นก็ไม่ผิด!

จากนั้นนาทีสำคัญก็เกิดขึ้น นั่นคือการขึ้นกล่าวบนเวทีของ "เทพชัย หย่อง" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือเนชั่น และตามมาด้วย “สุทธิชัย หยุ่น” ที่ต้องบอกว่าอาจจะมีแต่ “คนเนชั่นพันธุ์แท้” เท่านั้น ที่ฟังแล้วอินเนอร์มาเต็ม!!

“วันที่ผมพบกับคุณสุทธิชัยครั้งแรก ไม่ใช่ในฐานะของน้องชาย แต่เป็นคุณสุทธิชัยที่ทุกลมหายใจคือการทำงานเพื่อเนชั่น วันนั้นคือเด็กหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ บริหารงานมีลูกน้องเป็นฝรั่งที่อายุมากกว่าเขาด้วยซ้ำ”

“แต่เหนือสิ่งอื่นใดทุกอย่างที่คุณสุทธิชัยได้เริ่มและได้ทำมา ถ้าเรามองย้อนกลับไปดูเกือบทั้งหมดมันกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระแส จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในวงการสื่อสารมวลชนที่คนไทยตั้งหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษเพื่อแข่งกับฝรั่ง”

“ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ในฐานะที่คุณสุทธิชัยเป็นส่วนสำคัญในการทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมา ที่มีส่วนในการกระตุ้นให้คนเห็นความสำคัญของสื่อ”

“แต่สิ่งหนึ่งที่มีความหมายและทุกคนเห็นตรงกันว่าเป็นสิ่งที่คุณสุทธิชัยได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่พวกเรามากที่สุด ก็คือการให้แรงบันดาลใจในฐานะที่เป็นผู้นำองค์กร ที่จะกล้าทำหน้าที่สื่ออย่างเสรี ลุกขึ้นมาปกป้องการทำงานในหลักการอันถูกต้องของสื่อ ไม่ว่าสถานการณ์จะวิกฤติ และท้าทายอำนาจไม่ว่าจะมีมากมายขนาดไหน” .

“ผมบอกกับทุกคนได้ว่าจงภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของเนชั่น หรือเคยเป็นส่วนหนึ่งของเนชั่น ว่านี่คือสถาบันที่เราตื่นเช้าทุกเช้าแล้วบอกกับตัวเองได้ว่าเราเป็นสื่อมีศักดิ์ศรี”

“ไม่เคยมีใครสั่งเราให้เขียน หรือไม่เขียน รายงาน หรือไม่รายงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ตั้งแต่วันแรกของเนชั่นจนถึงวันนี้ ทุกคนที่ผ่านที่นี่มาและที่ยังอยู่จะรู้ว่าสิ่งที่เป็นจิตวิญญาณที่สำคัญที่สุดของความเป็นเนชั่น คือการที่ไม่มีใครสั่งให้เราทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตามหลักจริยธรรมได้...ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียว”

“และทุกครั้งที่เราสูญเสียอิสรภาพในการทำงาน เราฟื้นกลับมาอีกครั้ง และทุกครั้งที่เราฟื้นจากวิกฤติ เราจะแข็งแกร่งขึ้นเช่นเดียวกัน”

“พลังของการเป็นสื่ออิสระนี่มันมีค่าอย่างที่จะอธิบายไม่ได้ ทำไมคนเนชั่นต้องทำงานหนัก ต้องเคร่งครัด ทำไมเราต้องมีเล่มเล็กๆ นี้ แล้วทำไมเราถึงต้องประกาศว่า ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา”

“มีคนบอกว่าเราอหังการ์ มีคนบอกว่าเราน่าหมั่นไส้ ก็ตอนที่เราออกกติกาว่าด้วยจริยธรรมให้แก่นักข่าวทุกคน บรรณาธิการทุกคน เพราะเป็นพันธะกรณีกับสังคม ที่เราทำตามนี้ ถ้าเราผิดจากกติกาข้อไหน กรุณารายงานและลงโทษเราด้วย” .

จากนั้นสุทธิชัยยังกล่าวอีกว่า ถ้าคนสื่อเนชั่นจะสร้างศรัทธากับประชาชนเราต้องมีกติกาบอกกล่าวกับเขาว่าความประพฤติของเรา มาตรฐานอยู่ตรงไหน นี่จึงเป็นที่มาของการที่ผู้คนมีความเชื่อใน “แบรนด์เนชั่น”

“เราอาจจะเป็นสื่อเดียวในประเทศไทยที่ร่วมกันตั้งขึ้นมาด้วยจิตวิญญาณของคนข่าว ไม่ใช่นายทุน ไม่ใช่คนมีเงินคนใดคนหนึ่งอยากจะเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ เจ้าของสื่อ แล้วมาบอกว่า ผมจ้างพวกคุณทำ แล้วแนวหนังสือพิมพ์ต้องเป็นไปตามที่นายทุนต้องการ...ไม่มีครับ แล้วเรารักษามันประดุจชีวิตของเรา จริงๆ ตลอดเวลา”

“ผมหวังว่าเราจะมีภูมิต้านทาน ความพร้อมที่จะปรับตัวจากนี้ไป สำหรับทุกคนที่ยังต้องเดินเส้นทางนี้ต่อไป”

“คนทำสื่อในเครือเนชั่นมีความตระหนักอย่างลึกซึ้งว่าสังคมคาดหวังมาตรฐานจริยธรรมของคนทำข่าวสูงกว่าผู้คนในหลายอาชีพ และในฐานะที่เราอาสามาเป็นผู้เสาะแสวงหาข้อมูลข่าวสารมืออาชีพ ถือว่าไม่มีอะไรมีค่ามากกว่าความน่าเชื่อถือของสังคมโดยส่วนรวม และความน่าเชื่อถือที่มั่นคงถาวรย่อมมาจากการมีหลักปฏิบัติ มีจริยธรรมที่ถือเอาความถูกต้องเที่ยงธรรม ยุติธรรมและความรอบด้านของการทำหน้าที่ของเราอย่างมุ่งมั่น โปร่งใส สอดคล้องกับทำนองคลองธรรมแห่งสื่อมวลชนที่อิสรเสรีและรับผิดชอบ” .

“จึงประกาศไว้เป็นสัจธรรมแก่ผู้อ่าน ผู้ฟัง ผู้ชม และผู้ร่วมขบวนการแห่งข่าวสารข้อมูลของเครือเนชั่นว่า ...ผิดจากนี้จึงมิใช่เรา”

ถึงตรงนี้หลายคนอาจถามว่า เรายังเห็นหน้าค่าตา สุทธิชัย หยุ่น ในหน้าสื่ออีกหรือไม่ คำตอบที่เจ้าตัวให้ไว้ในวันนั้นคือ เขาจะยุติการทำงานหน้าจอเนชั่นทีวีนับแต่สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ และจะเขียนคอลัมน์ “กาแฟดำ”ชิ้นสุดท้ายในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจฉบับ 28 กุมภาพันธ์ 2561 นี้ แต่แฟนพันธุ์แท้ของเขาจะยังคงพบเขาได้ในเฟซบุ๊ก “Suthichai Yoon”

เพราะหนทางมีไว้ให้เดิน ข่าวสารมีไว้ให้บอกต่อ และเรื่องราวของเจ้าตำนานคนข่าวผู้นี้จะไม่มีวันจบ!

ที่มา: bangkokbiznews.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0