Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

สรรพากรยัน! หนุ่มก่อสร้างถูกเรียกเก็บภาษี 500 ล้านรับในชั้นศาลเป็นกรรมการ! เจ้าตัวยันไม่จ่าย ยอมติดคุก

14 มกราคม 2562, 8:42 น.
96 0
สรรพากรยัน! หนุ่มก่อสร้างถูกเรียกเก็บภาษี 500 ล้านรับในชั้นศาลเป็นกรรมการ! เจ้าตัวยันไม่จ่าย ยอมติดคุก

เผยแพร่: 14 ม.ค. 2562 15:42 ปรับปรุง: 14 ม.ค. 2562 15:52 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

หนุ่มก่อสร้างน้ำตาคลอ โดนเรียกเก็บภาษี 500 ล้าน พูดชัดไม่จ่าย ยอมติดคุก รังแกคนจน กรมสรรพากรยันอีกฝ่ายสารภาพในชั้นศาลเป็นกรรมการจริง ทนายชี้เคยใช้สำเนาบัตรปชช-ทะเบียนบ้านกู้ยืมเงินกองทุนหมู่บ้าน คาดรับสารภาพอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ .

ล่าสุดรายการโหนกระแส วันที่ 14 ม.ค. โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์- ศุกร์ เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28 เปิดใจสัมภาษณ์ “คุณแดง ไพบูลย์” ผู้เสียหาย ที่มาพร้อม “ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต”

ไพบูลย์ : “ปราจีนบุรีอายุ 43 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้เฉลี่ยวันละ 500 เหนื่อยก็พักไม่ได้ทำทุกวัน เดือนนึงเต็มที่ไม่เกิน 12,000 บาท”

ไพบูลย์ : “จะเอาที่ไหนไปจ่าย แค่กินยังไม่พอ ตอนรับเงินก็เป็นเงินสดให้ผมเลย”

ทนายเจมส์ : “500 คงไม่ถึงเกณฑ์ ต้องดูว่ารายได้อื่นๆ ทั้งปีเขาถึงเกณฑ์หรือเปล่า”

ไพบูลย์ : “มีลูกบุญธรรม ลูกเลี้ยง 4 คน บ้านหนึ่งหลังอยู่ 8 คน ไม่ได้ใหญ่โต อยู่สองครอบครัวใหญ่ๆ”

ไพบูลย์ : “29 ล้านบาทครับ ภาษีคงค้าง ไม่ได้ชำระภาษี ผมก็ไม่ทราบว่ามาจากอะไร หลังจากนั้นผมก็ไม่ไปยื่น ไม่ไปคุยกับสรรพากร เพราะผมคิดว่าผมไม่ได้กระทำ ประมาณ ปี 59 ถ้าจำไม่ผิด ไม่ได้แจ้งความ ก็เฉยๆ ไป คิดว่าเขาส่งผิด ถึงจะเป็นชื่อเรา แต่ผมก็ไม่ทราบ เขามาเรียกเก็บในนามบริษัท ผมเป็นกรรมการ ผมไม่ไปหรอก”

ไพบูลย์ : “ไม่จบครับ วันที่ 9 ต.ค. 61 มาอีก 483 ล้านกว่าบาท ยังไม่รวมเพิ่มตามกฎหมายอีก”

ทนายเจมส์ : “มันคือเบี้ยปรับครับ เขาจะทบไปเรื่อยๆ มีแบบแจ้งประเมินมาว่าคุณไม่จ่ายจะมีเบี้ยปรับเท่านี้ เงินเพิ่มเท่านี้ เรามีสิทธิ์ไปชี้แจงได้ แต่ปัญหาคือพี่เขาไม่ไป สรรพากรเขาก็ต้องชี้มาที่คนเป็นกรรมการบริษัท”

ทนายเจมส์ :”ผมไม่แน่ใจว่าในส่วนรายได้ของเขาเป็นรายได้ที่ไม่ได้จ่ายตั้งแต่ปี 53 แต่มีเบี้ยปรับเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

เสียภาษีสัก 100 กว่าล้าน ไม่ต้องรวมดอก ต้องทำงานอะไร ต้องทำงานได้เท่าไหร่?

ทนายเจมส์ : “จากที่ดูทุนจดทะเบียนแค่ล้านเดียว ไม่รู้รายได้เขาเท่าไหร่บอกไม่ได้ ต้องไปดูจากงบ”

ไพบูลย์ : “ทีแรกก็ไม่ได้คิดอะไรเยอะ ผมก็คิดว่ามันจะจบๆ ไปหลังจากถูกปรับไปแล้ว แต่พอตัว 400 กว่าล้านมาอีก เริ่มดิ้นรนแล้ว ผมติดคุกแน่ๆ พอเฉลี่ยดู ไม่ใช่น้อยๆ 2,000 กว่าปี ผมก็ไปร้องเรียนทางไทยรัฐครั้งแรก ท่านก็ลงไปติดตามข่าวมาให้ และมีหลายช่องๆ ที่ทำข่าวให้ผม จนได้มานั่งที่นี่”

ไพบูลย์ : “ครั้งนั้นผมจะไปแจ้งความ ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าให้ไปคัดลอกเอกสารมาจากพาณิชย์จังหวัด ให้รู้ว่าใครเป็นคนทำความผิดถึงมาแจ้งความ ซึ่งผมก็คิดว่าโอ้ ถ้าอย่างนั้นคงไม่ต้องแจ้งแล้ว มันไม่ใช่หน้าที่ของผู้เสียหายต้องไปหาผู้กระทำความผิดมา ผมคิดว่าต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาให้ผมไปหามา ผมก็บอกว่าผมหาไม่ได้ เขาก็ไม่สนใจ โยนเอกสารให้ผม สภอ.เมืองปราจีน เขาบอกว่าเอกสารที่ผมเอามาให้มันไม่เรียง ประมาณนั้น”

ไพบูลย์ : “ส่งฟ้องศาลผมไม่ได้ไปแจ้งความ เป็นเจ้าหน้าที่สภอ.เมืองปราจีนบุรี เรียกผมไปสอบปากคำเรื่องตัวภาษีนี่แหละที่ไม่ไป ผมก็บอกว่าผมไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัทนี้ ผมไม่รู้เรื่อง ท่านก็สอบสวน ส่งศาล ส่งฟ้อง ส่งอัยการเลย”

ไพบูลย์ : “ผมก็ไม่ทราบครับ ไม่กล้าก้าวล่วงอำนาจเขาได้ เขาไม่มาตรวจสอบเอกสารอะไรผมเลย”

ทนายเจมส์ :”เขาเรียกว่าขัดขืนหมาย จะมีค่าปรับประมาณ 5 พันบาท เขาไปรับสารภาพก็ลดโทษกึ่งนึงเหลือ 2,500 สารภาพว่าไม่รับทราบ ที่มาที่ไป ส่วนแรกไม่แน่ใจว่าพี่เขาเอาเอกสารสำคัญเขา เอาสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านเขาไปให้ใครใช้หรือเปลา”

ไพบูลย์ : “มีแต่กองทุนหมู่บ้านที่ผมเคยให้ เซ็นเรียบร้อย ต้องใช้ในการกู้เงิน แต่ที่ตามเอกสารเอาไปเปิดบริษัท ยอมรับว่าเป็นทะเบียนบ้านผม บัตรประชาชนผม แต่ลายมือไม่ใช่”

บริษัทนี้ที่ไปทำการค้าถูกภาษีมา เขาก็เลยมาตามเก็บจากกรรมการ คือตัวเขา?

ทนายเจมส์ : “เขาเปลี่ยนกรรมการคนเก่าออก และใส่ชื่อพี่เขาเป็นกรรมการแทน เขาก็ตามตัวกรรมการ เพราะการดำเนินการนิติบุคคลคือดำเนินการผ่านทางตัวกรรมการ คือเอกสารถูกใช้ไป โดยเราไม่ได้ยินยอม อีกกรณีนึงคือยินยอมให้เอาเอกสารไปใช้ ซึ่งพี่เขา เอกสารบัตรประชาชนหรือทะเบียนบ้านก็ดี ไม่รู้ไปอยู่ในมือบริษัทนี้ได้ยังไง เพราะฉะนั้นวิธีการแกะไม่ยาก บริษัทเปิดมาตั้งแต่ปี 2537 ฉะนั้นผู้ก่อตั้งมี 3 คน คนที่เป็นพยานรับรองหนังสือมี 2คน และมีทนายความรับรองลายมือชื่อของกรรมการด้วย หาได้ไม่ยากครับ ต้องไปดูต้นสายปลายเหตุว่ามายังไง ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะพี่เขาไม่ได้ไปหาสรรพากรตั้งแต่ตอนแรก ถ้าไปอาจไม่เลยเถิดขนาดนี้ก็ได้”

เราอาจถูกกปลอมแปลงเอกสาร เอาชื่อไปลงในบริษัทนี้ ไม่รู้ยินยอมหรือไม่ยินยอม เมื่อเกิดภาษีคงค้าง สรรพากรก็ต้องตามเก็บ ครั้งที่สามมา ไปชี้แจงไม่ทันแล้วเหรอ?

ทนายเจมส์ : “ก็ยังทันอยู่ แต่พอไม่ไปตามหมายก็จะมีโทษปรับคือ 5 พันบาทต่อครั้ง พี่เขาโดนหมายไป 3 รอบ ก็ยังเหลืออีก 1 รอบ”

ไพบูลย์ : “รอบที่เพิ่มมาอีก 100 กว่าล้านนี่แหละครับที่ผมไม่ไป เลยเวลาแล้วครับ ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. 61 รอบนี้ก็คงอีก 2,500 แต่ผมคิดว่าผมจะไม่จ่าย จะยอมติดคุกแทนค่าปรับไป”

ไพบูลย์ : “คนมันไม่ได้กระทำ ความยุติธรรมไม่มี ถ้ารู้เห็นเป็นใจกับเขาสักสลึงเดียวผมจะไม่เสียใจ นี่ไม่มี ไม่รู้เรื่อง แล้วความยุติธรรมไม่มี คนแถวบ้านบอกอย่างมันหาเงินเลี้ยงแม่เลี้ยงครอบครัวยังไม่พอ จะเอาทุนที่ไหนมาจดทะเบียนเปิดบริษัทเป็นล้าน ไอ้คนเอาไปก็ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ รังแกคนจน”

ทนายเจมส์ : “สามารถดูแลได้เพราะหนังสือที่เขาถือมาปรากฏชื่อบริษัทชัดเจน สิ่งแรกเลยที่ทางพนักงานสอบสวนควรจะทำ คือหมายเรียกเอกสารจากกรมพัฒนาฯ มา แล้วไปเรียกเจ้าหน้าที่มาเพื่ออธิบาย ขั้นตอนจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการ”

ทนายเจมส์ : “ในขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท ถ้ากรรมการไม่ได้ไปเองจะต้องมีคนที่ลงลายมือชื่อรับรอง ลายมือชื่อกรรมการคนที่จดทะเบียน มี 2 คนที่รับรอง และตอนนี้มี 3 แล้ว มีนายทะเบียน สองทนายความ สามคู่สอบบัญชี มีสามคนนี้รับรองได้ และต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าเขา”

ทนายเจมส์ : “ปิดแต่ในระหว่างนี้ต้องมีการชำระบัญชี พี่ต้องไปรายงานทุกเดือน ไม่งั้นจะมีค่าปรับอีก ในส่วนนี้ จะบอกว่าถ้าเกิดไปดูเอกสารในสารบบจริงๆ จะพบผู้ก่อตั้ง 3 คน มีกรรมการ และมีในส่วนผู้เป็นพยาน รับรองลายมือชื่อของผู้ร่วมก่อตั้ง ทนายความก็ต้องรู้ว่าเป็นใคร”

ทนายเจมส์ : “ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ พี่ไม่ทำความผิด ควรไปติดต่อเจ้าหน้าที่ ไม่ควรดื้อแพ่ง เข้าใจว่าเป็นชาวบ้าน ครั้งแรกไม่ไป ผมไม่โทษเพราะเขาไปทำงานที่อื่น หลายคนโดนหมายจับเพราะเหตุนี้แหละ ที่อยู่อยู่อีกที่ ตัวอยู่อีกที่หนึ่ง พอมีหนังสืออะไรมาไม่รับรู้รับทราบ หลังจากนั้นก็ถูกออกหมายจับไม่รู้ตัว ต้องระวัง”

ทนายเจมส์ : “เบื้องต้นเมื่อสรรพากรได้รับทราบข้อมูลแล้วว่ามีการปลอมเอกสารขึ้นมา ทางสรรพากรก็ต้องตรวจสอบ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบ ว่าบริษัทนี้ ได้มีการเปลี่ยนกรรมการโดยความยินยอมของคุณไพบูลย์หรือเปล่า ต้องสอบสวนกันขึ้นมา”

อย่างเงินยังคงค้างทางสรรพากรอยู่ 400 กว่าล้านแล้วเซ็นปิดบริษัทได้เหรอ?

ทนายเจมส์ : “พี่เขาเซ็นปิดบริษัทเพื่อระงับไม่ให้เกิดค่าใช้จ่ายหรือการดำเนินการขึ้นมา หลังจากนั้น”

ทนายเจมส์ : “อีกคนที่นาจะรู้ดีที่สุดคือคนที่รับมอบอำนาจ ไปเปลี่ยนแปลงกรรมการ”

โฟนอินสัมภาษณ์ “ปิ่นสาย สุรัสวดี” โฆษกกรมสรรพากร ประเด็นแบบนี้เกิดขึ้นบ่อย?

ปิ่นสาย : “เอาเฉพาะเรื่องนี้เป็นลักษณะที่ว่าอยู่ดีๆ เราก็มีข้อมูลว่าบริษัทหนึ่ง เสียภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วน เราก็มาตรวจสอบเพิ่มเติม การถูกหัก ณ ที่จ่ายเขามีรายได้อะไร เขาเสียภาษีอื่นๆ ครบถ้วนมั้ย อย่างภาษีนิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม เคสนี้มีข้อเท็จจริงเข้ามาที่กรม กรมก็ให้พื้นที่ลงไปดูแล กรมไปดูแลปุ๊บปรากฏว่าเขายื่นเสียภาษีไม่ถูกต้องครบถ้วน ก็มีการออกหนังสือเชิญพบ กรมจะดำเนินในขั้นตอนต่อไป เริ่มต้นเราประเมินภาษีที่ตัวบริษัทที่ท่านนี้เป็นกรรมการอยู่ แต่การประเมินมี 4 ครั้ง 3 ครั้งแรกประเมินที่บริษัทเลย แต่ครั้งสุดท้ายเป็นช่วงเวลาที่บริษัทจดเรื่องนิติบุคคล ตามระเบียบเราก็ต้องไปประเมินที่ตัวกรรมการ ซึ่งเป็นผู้ชำระบัญชี มันเป็นเรื่องภาษีรายได้บุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่มครับ”

ตัวเขาเองบอกว่าถูกนำเอาเอกสาร ไปปลอมและลงเป็นเจ้าของบริษัท ตัวเขาไม่รู้เรื่อง สรรพากรต้องทำยังไง?

ปิ่นสาย : “ถ้าเป็นเรื่องรักษาสิทธิ์ มาคุยกับเรา ก็คุยกันตรงไปตรงมา ว่ากันตามข้อเท็จจริง แต่บังเอิญเคสนี้เหมือนคุณไพบูลย์ สีทอง ได้ไปยอมรับในชั้นศาลว่าเป็นกรรมการจริง เรามีหลักฐานทางศาลที่ระบุว่าคุณไพบูลย์ ศรีทองไปให้การชั้นศาลยอมรับว่าเป็นกรรมการจริง”

ปิ่นสาย : “ผมเชื่อว่ามีบริษัทหลายแห่งที่เอานายก. นาย ข. นาง ค. ไปซื้อบัตรประชาชนมาสวมเป็นกรรมการจดทะเบียน ถ้าผู้เสียหายเริ่มรู้ ก็ให้ติดต่อมาทางกรมโดยตรง กรมจะดำเนินการให้ ส่วนตัวบริษัทเอง เราค่อนข้างมีนโยบายชัดเจน ถ้าเราตรวจพบบริษัทใด เอาคนเข้ามาสร้างรายจ่ายอันเป็นเท็จ ทางเราก็จะมีการดำเนินการทางกฎหมายที่เข้มงวด ทั้งทางแพ่งและปกครอง ขอร้องว่าอย่าทำ ถ้าทำแล้วเจอโทษสูงสุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้”

ไพบูลย์ : “ครับ เพราะทางศาลบอกว่ายอมรับก็จบ ถูกปรับแล้วจบเรื่องเลย คืออยากให้มันจบ”

ทนายเจมส์ : “ในส่วนการยอมรับก็มีผล เขาก็อ้างแหละ แต่ทีนี้ก็ไปอธิบายว่าตอนนั้นที่ยอมรับ ยอมรับเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่มีทนายให้คำปรึกษา อธิบายให้เห็นเหตุจำเป็น เพื่อบรรเทา”

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0