Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

หาคำตอบ "ประตูกั้น" กระแทกผู้โดยสาร ระบบบกพร่องหรือปัญหาพฤติกรรมคน

1 พฤษภาคม 2560, 12:23 น.
52 0
หาคำตอบ "ประตูกั้น" กระแทกผู้โดยสาร ระบบบกพร่องหรือปัญหาพฤติกรรมคน

นับตั้งแต่เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2542 วันนี้ระบบประตูอัตโนมัติที่รองรับผู้ใช้งานสูงสุดกว่า 8 แสนเที่ยวต่อวันกำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก...

ธีรวุฒิ สถิตภัทรกุล “เปลี่ยนซะทีเหอะ…ที่กั้นรถไฟฟ้าให้มันไม่กระแทกสะโพกจนม่วง” .

“เรื่องการใช้งานเครื่องกั้นที่ถูกวิธีนั้น ล่าสุดทางบีทีเอสได้ชี้แจงแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้กระแทกอย่างที่หลายคนโดน แต่ก็แสดงให้เห็นว่าระบบไม่ได้ลื่นไหล แต่สำหรับประเด็นที่สอง สังคมยังไม่ได้รับการชี้แจง เรื่องการพัฒนาให้ดีขึ้น อาทิเช่น ประเทศญี่ปุ่นที่เครื่องกั้นเป็นแบบพับไม่ใช่แนวขวาง คำถามคือ ระบบของบีทีเอส เมื่อใช้มาเป็น 10 ปี จะไม่มีการพัฒนาเลยหรือ เหล่านี้คือสิ่งที่องค์กรระดับใหญ่ที่เป็นองค์กรที่ก้าวหน้า ต้องนำไปขบคิด เพราะมีการร้องเรียน” .

ประตูทางเข้าออกนี้เรียกวา AFC barrier gates มีเซนเซอร์ชนิด optical ติดอยู่ 4 จุด ไล่ตามลำดับการเข้าใช้งาน เมื่อเราสอดตั๋วโดยสารเข้าไปในช่องสอดตั๋ว ตราบเท่าที่เรายังไม่ดึงตั๋วออกจากช่องรับตั๋ว barrier หรือประตูจะไม่เปิดออก เมื่อเราดึงตั๋วออกจากช่องรับตั๋วแล้วประตูจะเปิดออก ให้เราเดินเข้าไปได้ ระบบถูกออกแบบมาให้ป้องกันไม่ให้มีการโกงด้วยการเดินผ่านประตู มากกว่า 1 คน ในการสอดตั๋วครั้งเดียว ดังนั้น เซนเซอร์ทั้ง 4 จุด จะทำหน้าที่ตรวจสอบการเดินผ่านของคน และควบคุมการปิดประตู .

"เซนเซอร์ตัวที่ 1 และ 2 จะทำหน้าที่ตรวจสอบว่ามีคนผ่านเข้ามาแล้ว และประตูจะปิดลงเมื่อคนเดินผ่านเซนเซอร์ตัวที่ 3 ส่วนเซนเซอร์ตัวที่ 4 มีไว้ตรวจสอบการผ่านออกไปจากประตู มีเพียงเหตุการณ์เดียวที่จะทำให้ประตูปิดตัวลง คือ มีคนเดินผ่านเซนเซอร์ตัวที่ 3 สำหรับเหตุการณ์ปกติ ผู้โดยสารสามารถเดินผ่านแบบช้าๆ ไม่ต้องรีบได้โดยไม่เกิดเหตุการณ์ประตูหนีบ เวลาที่กำหนดมีมากพอ และในกรณีที่มีผู้โดยสารสอดบัตรติดๆ กัน ระบบจะตรวจจับได้ว่าต้องมีคนผ่านกี่คน ตามจำนวนตั๋วที่สอดติดๆ กัน ต่อให้จำนวนผู้โดยสารมีจำนวนมากก็จะไม่มีใครโดนหนีบ"

เงื่อนไขที่จะทำให้เกิดการหนีบคือ ผู้โดยสารมีสัมภาระ กระเป๋าหรือสิ่งของ โดยถือนำเข้าไปก่อนจนถูกเซนเซอร์ตัวที่ 3 จับได้ .

"พิจารณาจากเทคโนโลยีแล้ว ระบบที่บีทีเอสและเอ็มอาร์ทีใช้ ไม่ได้เก่า ล้าสมัย หรือไม่ปลอดภัยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ปัญหาที่กำลังเกิดในขณะนี้น่าจะเกิดจากความไม่เข้าใจของผู้โดยสาร ตลอดจนพฤติกรรมการถือของเดินนำเข้าไป การเปลี่ยนตัวประตูเป็นนวมแบบญี่ปุ่นจึงไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา ตราบเท่าที่ระบบตรวจจับ และพฤติกรรมการเดินผ่านยังเป็นแบบเดิม" .

ถึงแม้เรื่องนี้จะไม่ใช่ความผิดพลาดของเทคโนโลยี เป็นเรื่องพฤติกรรมและความรู้สึกของผู้บริโภค อย่างไรก็ตามเมื่อผู้บริโภคส่วนหนึ่งเห็นว่า ระบบที่ใช้อยู่ไม่เหมาะสม บีทีเอสก็อาจจะศึกษาเรียนรู้ระบบอื่นๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับรถไฟฟ้าเส้นทางที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต .

ที่มา: posttoday.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0