Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

หุ้นสหรัฐ “เดือด” เกินสตอรี่ “สองกูรู”ฟันธง..ไปต่อยาก!

17 เมษายน 2560, 4:31 น.
22 0
หุ้นสหรัฐ “เดือด” เกินสตอรี่ “สองกูรู”ฟันธง..ไปต่อยาก!

พื้นฐานศก.สหรัฐกำลัง Comeback แต่ตลาดหุ้นนิวยอร์กกลับ“ร้อนแรง”เกินหน้านโยบายที่ทำได้จริงของผู้นำคนใหม่ “วิน พรหมแพทย์” ทำนายหาก“เอสแอนด์พี 500” เกิน 2,400 จุด อย่าเสี่ยง!!

“ วิน พรหมแพทย์ ” บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด .

เมื่อแผนงานของประธานาธิบดีสหรัฐ อาจไม่เกิดขึ้นภายในเร็ววัน ตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมาอาจเริ่ม “ ไปต่อยาก ” แต่ไม่ถึงกับเป็น “ ฟองสบู่ ” เพียงแต่ตอนนี้ “ หุ้นสหรัฐไม่ถูกแล้ว ” ! .

“ตอนนี้ไม่กล้าเชียร์ให้นักลงทุนไปลงทุนหุ้นสหรัฐแล้ว เพราะโอกาสขึ้นต่อมีน้อย ฉะนั้นควรลดน้ำหนักการลงทุน สะท้อนผ่านดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่เหลืออัพไซด์น้อยมาก หลังประเมินว่า เอสแอนด์พี 500 ไม่ควรซื้อขายเกิน 2,400 จุด”

“พันธบัตรไทยอายุ 10 ปีขึ้นไป ปีนี้อาจมีผลตอบแทนใกล้ 3% เพราะดีมานด์ยังมีอยู่มาก จากเดือนเม.ย.ปี 2559 ที่อยู่ระดับ 1.50% ก่อนจะเด้งมายืน 2.7% ในปัจจุบัน ฉะนั้นแนะนำลงทุน ส่วนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี น่าจะมีผลตอบแทนในอัตราใกล้เคียงกับไทย”

“ ไม่ใช่เรื่องแปลก ” ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กกำลังจะกลับมา “ น่าตื่นเต้น ” .

“โครงสร้างตลาดหุ้นสหรัฐ 70% เป็นนักลงทุนสถาบัน อีก 30% เป็นนักลงทุนรายย่อย ขณะที่เมืองไทยมีสัดส่วนตรงกันข้าม ฉะนั้นตลาดหุ้นสหรัฐ มักเคลื่อนไหวตามเหตุและผล ทำให้ไม่ค่อยสวิงหนักเหมือนตลาดหุ้นอื่นๆ”

“หากผู้นำสหรัฐออกนโยบายที่เซอร์ไพรส์หนัก อาจมีผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินต่างชาติจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย ไปสู่ตลาดสหรัฐ”

“ตลาดพันธบัตร และตลาดหุ้นของไทย ที่มีขนาดใหญ่ และมีความคล่องตัวสูง เมื่อเทียบกับมาเลเซียและอินโดนีเซียที่มีขนาดเล็ก เวลาถอนเงินตลาดจะสะเทือน ทำให้นักลงทุนต่างชาติโยกเงินลงทุนมาซื้อพันธบัตรไทย เพื่อรับดอกเบี้ยเล็กน้อย”

“ปกติตลาดหุ้นชอบปรับฐานช่วงซัมเมอร์ หลังเหล่าฟันด์เมเนเจอร์นิยมขายของปิดพอร์ตไปพักร้อน แต่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกปี”

“การที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% เมื่อกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา (ปรับขึ้นครั้งแรกในรอบปี แต่ครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน และครั้งที่ 3 ในรอบ 10 ปี) แต่ด้วยความที่ตลาดหุ้นไทยรับรู้เรื่องเหล่านี้ไปแล้ว ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก”

ที่มา: bangkokbiznews.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0