Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

ออเจ้ารอได้มั้ย “รอมแพง” เปิดใจ บุพเพฯ 2 อาจต้องรอมากกว่า 7 ปี! ชี้อาจได้ดูหนังก่อน

25 เมษายน 2561, 3:52 น.
32 0
ออเจ้ารอได้มั้ย “รอมแพง” เปิดใจ บุพเพฯ 2 อาจต้องรอมากกว่า 7 ปี! ชี้อาจได้ดูหนังก่อน

เผยแพร่: 25 เม.ย. 2561 10:52: ปรับปรุง: 25 เม.ย. 2561 11:22: โดย: MGR Online

“รอมแพง” เผยยังไม่ได้เริ่มเขียนบุพเพฯ ภาค 2 อยู่ในช่วงหาข้อมูล จะพูดเรื่องราวสมัยพระเจ้าท้ายสระ “ขุนหลวงทรงปลา” บอกมีความเป็นคอมเมดี้คล้ายบุพเพฯ โอดตบมุขในบุพเพฯ ไปหมดแล้ว ต้องหามุขใหม่ๆ ถ้าอยากจะให้ดีกว่าภาคแรกอาจต้องรออีก 7 ปีหรือนานกว่านั้น แจงสร้างเป็นหนังจะเห็นภายใน 5 ปีนับจากวันที่เซ็นสัญญา บรอดคาซท์ฯ ลุยสร้างเองไม่เกี่ยวช่อง 3 รับบ่นผิดหวัง 3 ตอนพิเศษ ไม่มีอะไรสเปเชียล ในฐานะคนดูละคร .

ยังไม่ได้เขียนสักตัวเลย อยู่ในช่วงหาข้อมูลอยู่ เดี๋ยวเดือนพฤษภาคมจะไปรับข้อมูลจากอาจารย์ทางด้านภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ แล้วก็จะไปหาข้อมูลที่หอสมุด ดูพวกวิทยานิพนธ์ ในภาคนี้จะพูดถึงเรื่องราวสมัยพระเจ้าท้ายสระ เพราะรู้สึกว่าท่านมีความคอมเมดี้ดี ท่านมีชื่อเล่นว่าขุนหลวงทรงปลา .

แต่เราไม่ได้กดดันอะไร เราก็เขียนไปตามที่เราอยากจะเขียนอยู่แล้วมันทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วนอกจากที่เราจะเขียนในสิ่งที่เราอยากเขียนเท่านั้นเอง ก็พยายามทำให้มันออกมาดีที่สุด ส่วนผลมันจะออกมาเป็นยังไงก็แล้วแต่คนดู คนอ่านจะตัดสินใจ ตอนนี้ยังหาข้อมูลได้ไม่ครบถ้วน .

เราไม่ได้มุ่งมั่นกะจะเอารางวัล มันเป็นไปตามธรรมชาติของมัน ไปดูสถานที่จริงบ้างอะไรบ้าง เราทำไปเรื่อยๆ จนเรารู้สึกว่าเราตกตะกอนแล้วเราจะเขียน .

อย่างบุพเพฯ เองก็นานนะ ใช้เวลา 7 ปีกว่าจะได้ดูกันนับจากวันที่ซื้อบทประพันธ์ไป แล้วพรหมลิขิตถ้าจะให้มันดีกว่าบุพเพฯ ก็ต้องใช้เวลาที่มากกว่ารึเปล่า เราก็ไม่รู้เหมือนกัน เขียนบท 2 ปี ทำเป็นละครนี่ก็น่าจะมากกว่า 2 ปี เราพยายามจะเขียนนิยายให้จบภายใน 5 ปี ตามที่เคยบอกไว้ เราไม่อยากจะบอกว่าเดี๋ยวปีนี้ก็จบ ถ้ามันไม่จบขึ้นมา มันก็เกิดเป็นความคาดหวังของคนที่รอ เราก็ให้เขาคาดหวังไปสัก 5 ปี (หัวเราะ) .

เราคุยกันแล้วว่าเอาเท่าที่เราทำได้ ถามถึงเรื่องกระแสจะซา เราเองอยากจะให้กระแสมันขาดตอนไปเลยเหมือนกัน คนจะได้ลืมๆ ของเก่า ให้ความรู้สึกประทับใจของคนมันซาๆ ไป เพื่อที่งานใหม่มาเขาจะได้เปิดรับมันได้อย่างเต็มที่ ไม่เปรียบเทียบอะไรมากนัก .

“ก็ต้องรออีก ยังไม่ได้เซ็นสัญญาอะไร แต่เราพูดคุยทำสัญญากันเรียบร้อยแล้ว แค่ยังไม่ได้เซ็น ตอนนี้บุพเพฯ ก็ยังไม่ได้เซ็นเพราะหมดสัญญาไปเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ครั้งก่อนเซ็นสัญญาไว้ 5 ปี แล้วต่อสัญญาปีต่อปี แต่ปีนี้ยังไม่ได้เซ็น”

ระยะเวลาสร้างเป็นภาพยนตร์ก็ 5 ปี นับจากที่เซ็นสัญญา แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เซ็น คือภาพยนตร์บุพเพฯ จะได้เห็นภายใน 5 ปี แต่ละครเรื่องพรหมลิขิต ยังบอกไม่ได้ว่ากี่ปี .

“เนื้อหาต่างกันขนาดไหนต้องรอดูค่ะ ภาพยนตร์มันต้องมีจุดสนใจมากกว่าละคร แต่เราไม่ทราบเหมือนกันว่าใครเป็นคนเขียนบท เพราะมันต้องขึ้นกับคนเขียนบทอย่างเดียวเลย และเราไม่ใช่คนเขียนคนบท เราขายแค่เรื่องเหมือนละคร แต่ภาพยนตร์คือจะไม่เกี่ยวกับช่อง 3 เลยนะคะ เหมือนเป็นทางบรอดคาซท์ฯ ทำคนเดียว ลงทุนเอง ไม่เกี่ยวช่อง”

คือไม่เชิงว่าไม่พอใจ เพียงแต่เรารู้สึกว่าทำไม อุตส่าห์นั่งดู ไม่เห็นมีเลย ไหนบอกว่ามี เราอยู่ในฐานะคนดู ไม่ได้อยู่ในฐานะเจ้าของบทประพันธ์ เพียงแต่เราบ่นในแฟนเพจเรา ที่เราบ่นคือ บ่นเป็นเพื่อนกับแฟนคลับของเรา หัวอกเดียวกัน แบบเรามาสุมหัวกันตรงนี้เถอะ .

แต่แค่รู้สึก หึ ไหนบอกว่าจะมีทำไมไม่มี แล้วจะให้ไปดูตอนรีรัน คือเป็นความรู้สึกเหมือนคนดูทั่วไป ไม่ใช่ขุ่นเคือง แค่บ่นออกมา แต่ไม่คิดว่าที่เราบ่นจะฮือฮา .

เขาก็ตกใจ โทรมา บอกน้องอุ้ยๆ ไปพิมพ์อะไรหน้าเพจ เราก็บอกว่าพิมพ์ค่ะ ไหนบอกว่ามันจะมี ทำไมไม่มี คือแค่นั้นเอง .

อยากเห็นลูกๆ ทั้ง 4 คนของการะเกด ฉากไปตลาด อยากเห็นแม่ปรางเพราะแม่ปรางน่ารัก คือมันไม่เชิงว่าอยากเห็นขนาดนั้น .

“คนก็โจมตีช่องเยอะ และก็มีที่เขาเข้ามาบ่นมาว่ากับเพจเราเหมือนกัน เราก็ตอบไป เนอะ เพราะเราก็รอดู เราเป็นพวกเดียวกัน”

ก็ไม่เชิงตายตอนจบ เพราะตอนจบสำหรับเราคือวันที่ 11 เม.ย. คือจบแล้ว แต่ส่วนทึ่เอามาฉายซ้ำหรือเป็นสเปเชียล เราก็อยากเห็นอะไรที่มันสเปเชียลไง แต่นี้มันไม่สเปเชียล .

ถามว่าเสียดายมั้ย เพราะทำมาดีตลอด แต่กลับมาถูกคอมเมนต์เอา 3 ตอนพิเศษก็ไม่นะ .

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0