Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

'อาทิตย์ นันทวิทยา' นักธุรกิจแห่งปี 2561

2 มกราคม 2562, 1:15 น.
88 0

“อาทิตย์”เล่าว่า การตัดสินใจ “Disrupt” ตัวเองในวันนั้น เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์กลับหัวตีลังกา ที่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากที่เคยเป็น “Product centric” เป็น “Customer centric” เพราะมองแล้วว่าการให้บริการลูกค้าโดยคิดค่าธรรมเนียม “ไม่ยั่งยืน” เทคโนโลยีทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น ขณะที่ธนาคารเอง สามารถที่จะเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนในการให้บริการให้ต่ำลง จนกระทั่งไม่คิดเงินจากลูกค้าได้ แต่ธนาคารจะไปถึงจุดที่ต้นทุนต่ำได้ ก็ต่อเมื่อลูกค้าเลือกใช้บริการผ่านช่องทางที่ต้นทุนต่ำ นั่นคือช่องทางดิจิทัล เพราะถ้าลูกค้ายังคงใช้บริการใน “สาขา” ซึ่งมีต้นทุนสูง โอกาสที่องค์กรจะนำเสนอบริการโดยไม่มีค่าธรรมเนียมคง “ไม่มีทางเกิดขึ้น”

แต่เทรนด์ที่เกิดขึ้นจากการที่คนไม่ไปสาขา กำลังทำให้ความสบายใจว่า เราจะสามารถลดต้นทุนได้เท่ากับที่เรายกเลิกค่าธรรมเนียมไป ที่สำคัญการทำให้องค์กรสามารถไปทำในของที่ลูกค้าต้องการได้ เดี๋ยวรายได้กับกำไรตามมาเอง ถ้ายังคิดในเรื่องเดิมๆ เพราะยังเห็นรายได้ในปัจจุบัน แต่เรารู้อยู่แล้วว่า อนาคตรายได้นั้นอาจจะไม่อยู่ แล้วไม่มีการเตรียมความพร้อมใดๆ อันนั้นคือความเสี่ยงมากๆ สำหรับผมไม่แน่ใจว่าคนจะใช้แบงก์หรือไม่ เพราะถ้าไม่พัฒนาหรือปรับตัว โอกาสที่จะใช้แบงก์เป็นสัดส่วนที่น้อยลง จะเกิดขึ้นได้อย่างมาก"

“ ทุกวันนี้คน20-30 ล้านคน ยังยินดีใช้ธนาคารและโมบายแบงก์กิ้งเป็นช่องทางหลัก เท่ากับว่าแบงก์ยังมีตัวตน ไม่ใช่ ”wallet“ ของนอนแบงก์ ดังนั้นต้องคิดว่า เราทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเรามีความหมายและตอบสนองต่อเค้าจริงๆ ไม่ใช่ตอบสนองแต่คำพูด แต่ยังนั่งชาร์จฟันหัวเค้าแบะ ทำแบบนี้ก็ไม่มีวันที่จะชนะ เพราะมีคนอื่นที่เข้ามาใหม่ สามารถadoptเทคโนโลยี โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมได้ แล้ววันนั้นเราจะแข่งยังไง ถ้าเรามัวแต่รักษาฐานที่มั่น เก็บรายได้ทุกบาททุกไตรมาส มาดูอีกที ก็เสร็จคนที่มาใหม่เรียบร้อย ซึ่งเรากลัวมาก ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น” .

“ เมื่อองค์กรสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เร็ว ด้วย new speed เป็นองค์กรที่มีวัฒนธรรมที่เอาลูกค้าเป็นตัวตั้งอย่างแท้จริง อันนั้นก็จะเป็น end game ยกแรก ส่วนยกต่อไปคือเป็นองค์กรที่มีขีดความสามารถในเชิงเทคโนโลยีที่สามารถพาองค์กรcreate innovation ใหม่ๆได้ เราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าองค์กรมีความสามารถในการปรับอย่างรวดเร็ว และadoptใช้บนเทคโนโลยีใหม่อย่างรวดเร็ว กระบวนการตัดสินใจของคนในองค์กรอย่างรวดเร็ว ลองผิดลองถูกอย่างรวดเร็ว มีโอกาสเจอสิ่งที่ลูกค้าชอบอย่างรวดเร็ว วันนั้นไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร องค์กรก็มีโอกาสแข็งแรงและผ่านมันไปได้”

ที่มา: bangkokbiznews.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0