Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

เจตนาดี..ออก!! โหนกระแสดอกดาวเรืองหาเสียง“หญิงหน่อย”ดรามาน้ำตาแตก อ้างชวนคนทำดี แต่โดนด่าขรม เปิดเบื้องลึกคนระดับนี้“คิดเอง

16 ตุลาคม 2560, 22:14 น.
14 0
เจตนาดี..ออก!! โหนกระแสดอกดาวเรืองหาเสียง“หญิงหน่อย”ดรามาน้ำตาแตก อ้างชวนคนทำดี แต่โดนด่าขรม เปิดเบื้องลึกคนระดับนี้“คิดเอง

** เจตนาดี..ออก!! โหนกระแสดอกดาวเรืองหาเสียง“หญิงหน่อย”ดรามาน้ำตาแตก อ้างชวนคนทำดี แต่โดนด่าขรม เปิดเบื้องลึกคนระดับนี้“คิดเอง - ทำเอง”ไม่ต้องโทษทีมงาน แถมสั่ง“ลูกทีมนครบาล”ปูพรมฉวยโอกาสหาเสียงเต็มพิกัด .

การ์ด“รู้เท่าไม่ถึงการณ์”คงใช้ไม่ได้กับกรณี“หญิงหน่อย”คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่เผอิญวิญญาณ“นักเลือกตั้ง”เข้าสิง โดดขึ้นรถแห่รณรงค์การจัดงาน“ดอกดาวเรืองแทนใจชาวลาดปลาเค้า”แถมยังมีการกะเกณฑ์สื่อ ไปตามตีข่าว“การทำความดีของตัวเอง”ด้วย .. อีกทั้งสภาพรถแห่ ที่มีชื่อตัวเองแปะหราอยู่ มองอย่าไม่อคติยังไงก็เข้าข่าย“หาเสียง”ชัดๆ จนภาพออกมา“ดูไม่งาม”เจอตีความไปต่างๆ นานา ว่า “เจ้าแม่นครบาล”มี “เจตนาแอบแฝง”โดนด่าขรมเมืองไปตามระเบียบ .. กระทั่ง“ป๋าป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ คสช. ที่ข่าวว่ารักใคร่ชอบพอกันดี หวังหนุนส่งให้เป็น“นารีขี่ม้าขาว No.2”ยังต้องออกปากตำหนิว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เล็งที่จะส่งคนไปพูดคุยทำความเข้าใจด้วย ..

ควันหลงทัวร์“ลุงตู่ อิน ยูเอสเอ”..นอกเหนือจากประเด็นที่ “ลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปโดน“ลุงทรัมป์”โดนัลด์ ทรัมป์ ปิดทำเนียบขาว ล็อกคอขายของ จนบักโกรก พ่วงด้วยการชักศึกเข้าบ้าน ในปมคาบสมุทรเกาหลี ส่วนฝ่ายไทยก็ได้แค่“ตราประทับ”รับรองความเป็นรัฐบาล ที่สหรัฐฯคบหาด้วยกลับมาเท่านั้น .. จนเกิดคำถามถึงความคุ้มค่ากับงบประมาณที่ขน“ผู้ร่วมทริป”ทั้งราชการ-เอกชน ไปนับร้อยชีวิตหรือไม่ .. แต่อาจจะไม่“น่าเกลียด”เหมือนเมื่อครั้ง“อะโลฮ่าทัวร์”ของ “ป๋าป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เช่าเหมาลำ ไปประชุมที่มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา เมื่อราว 2 ปีก่อน ก็เลยไม่ค่อยถูกขุดคุ้ยเท่าไร .. ทว่าทั้งทริปของ“น้องตู่”กับทริปของ “พี่ป้อม”ก็มีเรื่องบังเอิญคล้ายกันขึ้นมา เมื่อมี“แขกไม่พึงประสงค์”ตามติดคณะทัวร์ไปด้วย .. แต่มิใช่“สายลับ”อะไร ที่ว่ากันว่าอาจเป็นปมทำให้ "ลุงป้อม" ไม่เป็นที่ปลาบปลื้มของทางการสหรัฐฯ ตั้งแต่ครั้งก่อนนู้น .. ประเด็นอยู่ที่ว่า“ผู้ร่วมคณะ”ที่ร่วมทัวร์ไปในฐานะ“สื่อมวลชน”ครั้งก่อน “ทัวร์ลุงป้อม”ก็มีดราม่า“หนูทิพย์” พ.ต.หญิงชลรัศมี งาทวีสุข ผู้ประกาศข่าวสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 (ททบ.5) ที่มีชื่อร่วมเที่ยวบินไปด้วย แต่มีบางอย่างดลใจทำให้ตัดสินใจสละเรือบินอดไปเหยียบแดนอะโลฮ่าในนาทีสุดท้าย ..

มาคราวนี้“ทัวร์ลุงตู่”ที่ปกติเวลาที่ผู้นำประเทศไปภารกิจต่างแดน ก็จะมีการหมุนเวียนทีมข่าวจากสถานีโทรทัศน์“ช่องหลัก”ไปทำหน้าที่“พูล” ข่าวกลับมายังสถานีต่างๆ ในประเทศไทย ซึ่งคราวนี้เห็นว่าเป็นคิวของ“ทีมข่าวช่อง 7”ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร .. ทว่าก่อนเดินทางไม่นาน กลับมีการอ้าง“นโยบายใหม่”สั่งตรงจาก“ตึกไทยคู่ฟ้า”ว่า ให้หนีบทีมข่าวจาก“ทีวีดิจิทัล”ไปในทุกภารกิจต่างแดนของท่านผู้นำ .. ประเดิมที่การเยือนไวท์เฮ้าส์ ครั้งนี้ ขอล็อกไปที่ “ช่อง ท.”ยักษ์ใหญ่ ของวงการสื่อ โดยที่ไม่ได้มีการเปิดโอกาสให้ทีวีดิจิทัล ช่องอื่นๆ ร่วมคัดสรรส่งทีมงานไปเยือนแดนมะกันกับท่านนายกฯ ตามระบบหมุนเวียนเหมือนอย่าง“ทีวีช่องหลัก” ทำกัน .. ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ร่วมคณะที่ทางช่องส่งไป ก็ได้แก่ “สาว ม.”ผู้ประกาศสาวสวย หาใช่“ผู้สื่อข่าว”ที่ไปตามติดรายงานข่าวภารกิจของคณะนายกฯ เหมือนอย่างเช่นสื่ออื่นๆ ทำกัน ที่สุดก็ไม่ได้งานส่งกลับมาแดนมาตุภูมิสักนิด .. จนมีเรื่องเม้าต์ สนั่น“รังนกกระจอก”ห้องพักผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบฯ ว่า เหตุที่“สาว ม.”ได้เป็นผู้ที่ถูกเลือกร่วมไฟลต์ ไปกรุงวอชิงตันนั้น เป็น“ใบสั่ง”จากตึกไทยคู่ฟ้า แต่มิใช่บัญชาจากนายกฯ อย่างที่เข้าใจกันตอนต้น .. หากแต่เป็น“รีเควส”ของ“นายทหารทีม เสธ.ข้างกายนายกฯ”ที่ปลูกต้นรักกับ“สาว ม.”มาตั้งแต่สมัยที่สาวเจ้าไปออกหน้าจอ“สถานีสนามเป้า”นู่น .. เผอิญมีภารกิจไปแดนลุงแซมกับท่านนายกฯ ก็เลยได้ที หนีบ“คู่รัก”ไป สวีตวี้ดวิ้วกันที่นู่น .. ว่าแต่“นายกฯตู่” รู้ไหมเนี่ย ??

ศักดิ์สิทธิ์เสียจริง .. ป่านนี้ “หม่องนิมิต”อดีตพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง ต.สุเทพ อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ หนีไปอยู่ไหนต่อไหนแล้ว หลังถูกดำเนินคดี“สวมบัตรผี”แสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ ขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย .. แต่ขณะที่ผู้กระผิดหลบหนีไป กลับมีทั้ง “สงฆ์-ฆราวาส”เรียงหน้ามากางปีกปกป้องอย่างกะ“ไข่ในหิน” ประสานเสียงว่า “หม่องนิมิต”มีคุณงามความดี มากมาย .. วันก่อน “หลวงพ่อพายัพ”พระราชโพธิวรคุณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ด ก็ออกมา“เลี่ยงบาลี”ว่า ท่านเจ้าคุณอาจมีความผิดทางโลก แต่ไม่ผิดธรรมวินัย ทั้งที่มีหลักฐานทนโท่ว่า “หม่องนิมิต”ผิด “ศีลพื้นฐาน” ข้อ 2 อทินนาทานฯ ลักขโมย และข้อ 4 มุสาวาทาฯ พูดปด มาตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา เข้าข่าย“อาบัติปาราชิก”จาก “เจ้าคุณชั้นราช”กลายเป็น“สมีนิมิต” ไปแล้ว .. ยังไม่หมด“หลวงพ่อบุญส่ง”พระครูอมรธรรมทัต เจ้าอาวาสวัดพันอ้น ย่านประตูท่าแพ ต.ศรีภูมิ อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ และเลขานุการ ศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนา จ.เชียงใหม่ ก็ชักชวนพระสงฆ์-ตัวแทนองค์กรชาวพุทธ ตั้ง“วอร์รูม”หาแนวทางเคลื่อนไหวปกป้อง-ตอบโต้ทางกฎหมาย ให้แก่“หม่องนิมิต”ด้วย .. ไม่ใช่แค่วงการสงฆ์ ลูกศิษย์ลูกหาก็มี อย่าง เฟซบุ๊ก "ท่านมหาฮักษา คุ้มหลวงดอยฮาง" ที่ได้โพสต์ข้อความ อ้างถึงคำพูดของ พ.อ.นเรศร์ จิตรักษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และอดีตอนุศาสนาจารย์ กองทัพบก ที่อาการหนักไปถึงขนาดว่า“สมณทูต”แต่โบราณกาล เดินทางเผยแผ่ศาสนาโดยไม่มีบัตรเข้าเมืองหรือ“วีซ่า”ก็ถือเจตนาบริสุทธิ์ .. ที่ไม่น่าเชื่อก็ความเห็นของ “รั้วของชาติ”ที่ว่า แม้ “หม่องนิมิต”จะลักลอบเข้าเมืองมาจากชนชาติอื่น แต่ก็ไม่ได้เป็น“ภัยต่อความมั่นคงของชาติ”เลย ถือเป็น“ต่างด้าว”ที่เข้ามาผิดกฎหมาย แต่ทำดีตลอดชีวิต .. แบบนี้ก็ได้เหรอ หรือไปโดนตัวไหนมา ครับท่าน ??

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0