Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

เต้นเปลี่ยนชีวิต นวินดา วรรธนะโกวินท์ ปัจฉิมสวัสดิ์

9 กุมภาพันธ์ 2560, 3:19 น.
64 0
เต้นเปลี่ยนชีวิต นวินดา วรรธนะโกวินท์ ปัจฉิมสวัสดิ์

ระหว่างที่ตัดสินใจอยู่นั้น สถาบันบางกอกแดนซ์ก็ได้เปิดโครงการโซโลอีสต์ (Soloist) ขึ้นมาเป็นครั้งแรกพอดี โดยคัดเลือกเด็กที่มีศักยภาพในการเต้นและครอบครัวพร้อมที่จะส่งลูกให้เรียนต่อทางด้านนี้เพื่อต่อยอดไปสู่อาชีพได้ คุณแม่ก็เลยจับดิฉันไปเข้าโครงการนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วต้องบอกว่าแม้จะเรียนบัลเลต์มาตั้งแต่เด็ก แต่โครงสร้างร่างกายเราก็ไม่ได้เป็นนักบัลเลต์เลย เพราะตัวสูงมาก กระดูกใหญ่ แถมพอเข้าไปอยู่ในโครงการนี้แล้ว จากที่เรียน 2-4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ก็กลายเป็นเรียน 14-15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เลยล่ะ แต่พอเรียนไปสักพักก็กลับพบว่าร่างกายเราทำได้เกินกว่าที่คิดไว้ สามารถยกขาขึ้นไปแนบกับศีรษะได้ จนลืมคิดเรื่องเลิกเรียนไปเลย กลับเริ่มรู้สึกถึงความท้าทายและคิดที่จะพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ”

ดิฉันเป็นคนไทยคนเดียวในที่นั่น ซึ่งโชคดีมากที่มีเพื่อนชาวต่างชาติที่ใช้ชีวิตแบบสมถะ ใช้เงินแค่วันละ 5 เหรียญออสเตรเลีย เราจึงได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างออกไป คือได้เรียนทั้งศิลปะและได้เรียนรู้การใช้ชีวิตจากคนอื่นไปพร้อมกัน ต่างจากตอนอยู่เมืองไทยเราจะเป็นคุณหนูมาก ใช้ชีวิตสบายๆ เรียนโรงเรียนอินเตอร์ แต่พอได้มาเห็นเพื่อนฝรั่งบางคนที่ไม่ได้รวย แต่ชีวิตเขากลับดูมีความสุขมากกว่าเรา นั่นก็เพราะเขารู้จักความพอเพียง เราจึงได้เรียนรู้และซึมซับตรงจุดนี้มา จนทำให้เลิกใช้แบรนด์เนมไปเลยค่ะ” (ยิ้ม)

คิดได้แบบนั้น ดิฉันจึงตัดสินใจเดินทางกลับเมืองไทย เพื่อมาเป็นผู้บุกเบิกศาสตร์การเต้นแบบคอนเท็มโพรารี ด้วยการกลับมาเป็นครูสอนเต้นที่บางกอกแดนซ์ โดยตั้งใจว่าเด็กที่มาเรียนกับเราไม่ใช่แค่เรียนจบไปแล้วเป็นนักเต้นเท่านั้น แต่เขาต้องสามารถสร้างงานศิลปะในแบบของเขาได้ และสามารถที่จะเป็นได้ทั้งนักเต้น นักแสดง และอื่นๆ ได้ด้วย”

หลักในการทำงาน ดิฉันจะยึดตามแนวทางของคุณแม่ ซึ่งท่านจะพูดเสมอว่าเราไม่ได้ยึดถือการทำธุรกิจ หรือเรื่องเงินเป็นหลัก แต่เรายึดถือการเป็นครอบครัว บุคลากรหรือครูที่สอนในสถาบันของเราจะต้องแข็งแรง ต้องอยู่ดีมีความสุข มีการดูแลซึ่งกันและกัน บางคนอยู่กับเรามาเป็นสิบๆ ปีเลยก็มี หรืออย่างเด็กที่มาเรียนกับเราก็เหมือนญาติในครอบครัวไปแล้ว บางคนเรียนมาตั้งแต่ 5 ขวบจนโตเป็นสาวเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ก็ยังอยู่กับเราและกลายมาเป็นครูสอนเต้นที่สถาบันก็มี เรียกว่าเราอยู่ด้วยกันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเลยก็ว่าได้”

ที่มา: posttoday.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0