Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

เที่ยว “ไร่กาแฟขี้ชะมด” ระบบเปิด ดูนานาสัตว์น่ารัก สนุกได้ทั้งครอบครัว

19 ธันวาคม 2560, 9:10 น.
50 0
เที่ยว “ไร่กาแฟขี้ชะมด” ระบบเปิด ดูนานาสัตว์น่ารัก สนุกได้ทั้งครอบครัว

เผยแพร่: 19 ธ.ค. 2560 16:10:00 โดย: MGR Online

“ไร่กาแฟขี้ชะมด” นายเกียรติศักดิ์ คำวงศา “เฟลม” คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ (BUSEM) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ “BlueGold Coffee” .

เฟลมได้เล่าถึงความเป็นมาของไร่กาแฟขี้ชะมดให้ฟังว่า “ก่อนหน้าที่จะมาทำไร่กาแฟขี้ชะมดนี้ ผมต้องเสียคุณพ่อและมีภาระหนี้สินกว่า 50 ล้านบาท ผมจึงเลือกเรียนต่อทางสายอาชีพโดยเลือกเรียนก่อสร้าง เพราะแม่รับราชการเป็นวิศวกร จึงเรียนสายนี้เพื่อมาช่วยแม่คุมคนงาน อ่านแบบ ยื่นซองประมูลแทนแม่ ช่วง 3 ปีที่เรียนสายนี้ ผมช่วยแม่ปลดหนี้ได้ทั้งหมด และฟื้นฐานะให้แม่ได้”

“จากนั้นจึงเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัยในคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (School of Entrepreneurship and Management : BUSEM) เพราะที่นี่ เขาสอนให้เป็นเจ้าของกิจการ พวกเราได้ลงมือทำจริงๆ ในช่วงที่เรียนปี 2-3 จึงหันกลับมามองสิ่งที่มีอยู่คือ ไร่กาแฟ จึงเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง ได้ทั้งอาจารย์และแม่ช่วยกันคิดจนสุดท้ายสรุปที่กาแฟขี้ชะมด”

“ที่เลือกแบบนี้เพราะว่าตลาดต่างประเทศมีความต้องการสูงในการรับซื้อเมล็ดกาแฟ ที่ขายปลีกกิโลกรัมละ 5 หมื่นบาท ขายส่ง 2-3 หมื่นบาท และในประเทศไทยก็ยังไม่ค่อยมีกาแฟขี้ชะมดให้กินมากนัก”

“เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจึงได้ลงมือเองทุกอย่างตั้งแต่การเลี้ยงชะมด เก็บขี้ชะมดมาล้างทำความสะอาดเพื่อสต็อกเมล็ดเอาไว้ ควบคุมคนงาน และค่อยๆ ปรับไร่กาแฟให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไม่ใช่แค่ไร่กาแฟอย่างเดียว"

เฟลมบอกถึงเคล็ดลับว่า “สิ่งที่ทำให้กาแฟขี้ชะมดของที่ไร่แตกต่างจากที่อื่นก็คือ เราจะเลี้ยงชะมดด้วยระบบเปิด คือไม่ได้กักให้ชะมดอยู่ในกรงแคบๆ แล้วส่งเมล็ดกาแฟให้เขากิน แต่ะจะปล่อยชะมดไว้ในไร่กาแฟ ให้พวกเขาได้เลือกกินเมล็ดกาแฟจากต้นสดๆ เลย แล้วพอเขาถ่ายออกมาแล้วค่อยเข้าไปเก็บขี้ชะมดหรือกากกาแฟ มาตากแดดเพื่อผ่านกรรมวิธีต่อไป”

“สำหรับกาแฟที่ไร่จะใช้พันธุ์โรบัสต้า เนื่องจากปลูกอยู่ที่จังหวัดนครพนม ที่มีอากาศแห้ง ไม่มีความชิ้น จึงทำให้ได้รสกาแฟที่ไม่เปรี้ยว และจะต้องใช้ไม่ใช่สารเคมีในการปลูก แต่จะใช้ปุ๋ยคอกแทน เพราะไม่อย่างนั้นชะมดที่กินเมล็ดกาแฟเข้าไปจะป่วยได้ และกาแฟจะสุกแค่ช่วงเดือนพฤศิกายน-ธันวาคม จึงทำให้ราคากาแฟชนิดนี้สูงกว่าแบบอื่นเพราะมีกรรมวิธีการผลิตที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน”

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0