Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

เปิดชีวิต จันดี รบชนะ ผู้เลี้ยงทารกกำพร้านาน 16 ปี

18 มิถุนายน 2560, 0:31 น.
23 0
เปิดชีวิต จันดี รบชนะ ผู้เลี้ยงทารกกำพร้านาน 16 ปี

“เราไม่รู้ว่าน้องถูกวางไว้ตรงนั้นกี่วันแล้ว แต่ภาพที่เราเห็นคือเรารับไม่ได้ บนตัวน้องมีมดขึ้น สะดือมีเลือดออก และเสียงร้องไห้ของน้องตอนนั้นมันเหมือนเสียงผี ทั้งน่ากลัว น่าสงสาร หาคำอธิบายไม่ได้”

“สรุปวันนั้นไม่ได้เดินไปทำงาน แต่เราอุ้มน้องกลับแคมป์ อาบน้ำ ล้างเนื้อล้างตัวให้ แล้วนั่งนิ่งตั้งสติตัวเองอยู่ครึ่งวัน เพราะเราไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ พอได้สติได้พาน้องไปคลินิกเด็ก ไปซื้อนม ซื้อเสื้อผ้า ทำแบบนี้อยู่ 5 วัน ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าใช่สิ่งที่ควรทำหรือเปล่า แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องทำเท่านั้นเอง”

การรักษาได้ดำเนินไปถึง 2 เดือน โดยที่เธอ “ไม่ได้เห็นหน้าลูก” กระทั่งโรงพยาบาลติดต่อให้เธอเข้าไปชำระค่ารักษา แต่เธอสารภาพว่า “ไม่มีเงิน” การรักษาจึงจบลงตรงนั้น ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ป้าจันดีพาน้องน้ำผึ้งกลับบ้านพร้อมกับอาการเดิมที่เธอตั้งคำถามว่า “ทำไมลูกเหมือนกับจะตาย”

“เราคิดในใจบอกลูกว่า ถ้าหนูไม่หาย แม่จะพาหนูไปโรงพยาบาลรามาฯ” เธอกล่าวต่อ “ปรากฏว่าตื่นเช้ามาอาการลูกแย่มาก เราเลยตัดสินใจอุ้มลูกมาที่โรงพยาบาล ซึ่งพอดีกับลูกมีอาการชัก เรารีบเข้าไปบอกพยาบาลให้ช่วยรักษาลูก แล้วโชคดีมากที่พวกเขาให้ลูกเราแอดมิตเข้าโรงพยาบาล นอนรักษาอยู่ 2 เดือน ระหว่างนั้นเราไม่ได้บอกหมอว่า น้องไม่ใช่ลูกแท้ๆ จนกระทั่งน้องต้องผ่าตัดหน้าท้อง ถึงรู้ว่าน้องเป็นโรคพัฒนาการทางสติปัญญาช้า และมีปัญหาด้านการกลืนอาหาร ต้องให้อาหารผ่านหน้าท้อง ซึ่งหมอบอกว่าน้องจะมีชีวิตอยู่ได้แค่ 8 ปี พอรู้แบบนั้นเราไม่คิดแล้วว่าน้องเป็นคนอื่น แต่เขาเป็นลูกสาวที่เราต้องดูแลให้ดีที่สุดจนกว่าจะถึงวันสุดท้าย”

“กลับมาแคมป์ กินมาม่าวันละซอง” ป้าจันดีเปิดใจ “แต่การพาน้องไปเลี้ยงอยู่ในที่แบบนั้นมันไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่ดี อาการชักเลยกลับมาบ่อย จนเราต้องพาน้องกลับไปโรงพยาบาลรามาฯ ซึ่งคราวนี้น้องอยู่ที่โรงพยาบาลนานเกือบ 2 ปี เพราะเราบอกหมอเลยว่า ขอฝากลูกไว้ที่นี่ได้ไหม เป็นห่วงลูก แต่ทุกวันเราจะกลับไปนอนกับลูกที่โรงพยาบาลทุกคืนไม่มีขาด ขอนอนหน้าตึกก็เอา เพราะตื่นเช้าขึ้นมาเราอยากเห็นหน้าลูกว่าเป็นยังไง”

“อาชีพตอนนี้ คือ ดูแลลูกและแม่ และทำเกษตรพอเพียง เหลือจากกินก็ขาย โดยได้เริ่มจากสร้างแหล่งน้ำ ปลูกผัก ปลูกข้าวไร่ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ และตอนนี้เพิ่งเลี้ยงกบ 4 สายพันธุ์ไว้ขาย เลี้ยงปลาดุกไว้กินเอง พูดง่ายๆ คือ เราทำบ้านให้เป็นตลาด ใครมาซื้ออะไรก็ขาย”

ถ้าขอพรได้ป้าจันดีอยากขออะไร “อยากให้น้องน้ำผึ้งหาย” เธอตอบทันใด “เราไม่อยากร่ำรวย ไม่อยากนอนห้องแอร์ แต่เราอยากให้ลูกเดินได้ อยากพูดกับเขา เพราะตอนนี้ถึงแม้น้องจะพูดไม่ได้ แต่เขาเข้าใจหมดว่าเราพูดอะไร และถ้าลูกเดินได้และแข็งแรงได้จริงๆ เราจะจับมือไปด้วยกัน สู้ไปด้วยกันไปจนกว่าคนใดคนหนึ่งจะหลับตาไป”

ยังอ่าน: อลิซ อาร์สยาม" เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ชาวอุบล

ที่มา: posttoday.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0