Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

เปิดใจกว้างๆหน่อย!! “ฝ่ายประชาธิปไตย”เล่นไม่เลิก ลาก "กัปตันเฌอปราง" เข้าสมรภูมิความขัดแย้ง **เริ่มนับถอยหลัง!! โปรดเกล้าฯ “พ.ร.ป. ส.ส.-ส.ว.”นับหนึ่ง “เลือกตั้ง 2562” **“นายกฯตู่”บ่นอุบ “ขยะล้นเมือง”ต้องเสียงบปีๆ 2 หมื่นล้านบาท เก็บขยะ

12 กันยายน 2561, 22:27 น.
35 0
เปิดใจกว้างๆหน่อย!! “ฝ่ายประชาธิปไตย”เล่นไม่เลิก ลาก "กัปตันเฌอปราง" เข้าสมรภูมิความขัดแย้ง **เริ่มนับถอยหลัง!! โปรดเกล้าฯ “พ.ร.ป. ส.ส.-ส.ว.”นับหนึ่ง “เลือกตั้ง 2562” **“นายกฯตู่”บ่นอุบ “ขยะล้นเมือง”ต้องเสียงบปีๆ 2 หมื่นล้านบาท เก็บขยะ

เผยแพร่: 13 ก.ย. 2561 05:27 โดย: นกหวีด

น่าเห็นใจไม่น้อย .. คิวที่ไอดอลสาวคนดัง เฌอปราง อารีย์กุล หรือ "กัปตันเฌอปราง" แห่งวง BNK48 ได้ไปร่วมเป็น “พรีเซนเตอร์”ใน “รายการเดินหน้าประเทศไทย”ของ คสช. .. จนทำให้เกิด “วิวาทะ”ต่างๆ นานา ถึงบทบาทของ “กัปตัน BMK48”โดยเฉพาะคนที่เรียกตัวเองว่า “ฝ่ายประชาธิปไตย”ที่ตีขลุมเหมารวมไปว่า “หนูเฌอปราง”ในฐานะตัวแทน “คนรุ่นใหม่”ต้องแอนตี้ “รัฐบาลทหาร”..และไม่ควรไปร่วม “โฆษณาชวนเชื่อ”ของ “ระบอบเผด็จการ” ใดๆ ด้วย .. ตลอดจนความพยายามฉุดลากให้ “ไอดอลสาว”ต้องเลือกฝักฝ่าย ถือหางทางการเมือง จนหลงลืมไปว่า เธอเป็นแค่ “ดารา-นักร้อง”ที่ไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธได้ เมื่อ “รัฐบาล”ขอความร่วมมือมา .. หากไม่ “ใจคับแคบ”จนเกินไป “ฝ่ายประชาธิปไตย”หรือ “ขั้วตรงข้าม คสช.”น่าจะสะใจกับการที่ “รัฐบาล คสช.”ที่ต้องไปพึ่ง “เซเลปคนบันเทิง”มาดึงเรตติ้งให้ตัวเองด้วยซ้ำ .. เพราะมันสะท้อนถึง “ขาลง” ของรัฐบาลมีอำนาจล้นมือ แต่กลับต้องไปพึ่งความดังของ “เด็กสาวตัวเล็กๆ”เพื่อกอบกู้เรตติ้งของรัฐบาล .. ตลอดจน “ซูเปอร์สตาร์” อีกหลายราย ที่มาร่วมรายการเดียวกันก่อนหน้านี้ หรือการจัดอีเวนต์ ให้ “ดารา-นักแสดง”มาพบ “นายกฯลุงตู่”ที่ทำเนียบรัฐบาล ก็เช่นกัน ..

รายการเดินหน้าประเทศไทย ในตอน "กองทุนเสมอภาคทางศึกษา" ที่ดำเนินรายการโดย “เฌอปราง”ที่จะออกอากาศในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ได้เปลี่ยนประเด็น “กะทันหัน”ไปเป็น “โครงการ DLTV”หรือ “ครูตู้”แทน .. อันเนื่องมาจากการพิจารณางบประมาณปี พ.ศ. 2562 ของ สนช. มีการจัดสรรงบฯ ให้กองทุนฯ เพียง “2,537 ล้านบาท”จากเดิมที่มีการยกร่าง พ.ร.บ. ไว้ที่ “25,000 ล้านบาท”เรียกว่าหายไปถึง 10 เท่า เลยทีเดียว .. แม้ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา “ครม.ลุงตู่”จะเพิ่งมีมติอนุมัติเงินประเดิมงวดแรก 700 ล้านบาท และเงินอุดหนุนรายปีอีก 499 ล้านบาท แต่ก็เทียบไม่ได้กับงบประมาณ ที่ตั้งเอาไว้ .. ประเด็นแบบนี้ต่างหากที่ “ฝ่ายประชาธิปไตย-หัวก้าวหน้า”ควรเกาะติด และเรียกร้องให้ภาครัฐทำตามเจตนารมณ์ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ .. เพื่อเรียกร้อง“สิทธิ” ให้เด็ก-เยาวชนที่ยากจน-ด้อยโอกาส ที่คาดว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายได้รับประโยชน์ กว่า 4 ล้านคน หากกองทุนฯ ดำเนินการได้เต็มประสิทธิภาพ .. ไม่ใช่มาคอยจ้องจับผิด ค้านไม่ลืมหูลืมตา แล้วไปลากคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ มาเป็น “เครื่องมือทางการเมือง”แบบนี้.

**เริ่มนับถอยหลัง!! โปรดเกล้าฯ “พ.ร.ป. ส.ส.-ส.ว.” ปิดฉากมหากาพย์ “โรดแมป คสช.”นับหนึ่ง “เลือกตั้ง 2562”ตามไทม์ไลน์ 240 วัน 13 ธ.ค.61 ครบ 90 วัน “พ.ร.ป. ส.ส.”มีผลบังคับใช้ คสช.ปลดล็อก 100% เริ่มกรอบเวลาจัดเลือกตั้งไม่เกิน 150 วัน ฤกษ์แรก 24 ก.พ. ไปจนถึงฤกษ์สุดท้าย 5 พ.ค.62 แต่ยังต้องห้อยท้ายไว้ทุกไทม์ไลน์ว่า “หากไม่มีอุบัติเหตุ”

สัญญาณเริ่มชัด .. หลังราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชโองการโปรดเกล้าฯ “กฎหมายลูก”2 ฉบับสุดท้าย .. อันได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 .. ถือเป็นการปิดฉากมหากาพย์ “โรดแมป คสช.”ที่ขอเวลาอีกไม่นาน มาเกินกว่า 4 ปีเข้าให้แล้ว .. ในส่วนของ “พ.ร.ป.ส.ว.”นั้น “มีผลบังคับใช้ทันที”ส่งผลให้กระบวนการสรรหา ส.ว. ต้องเริ่มดำเนินการในทันทีเช่นกัน .. ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็เคยกาง“ไทม์ไลน์”ออกมาแล้ว ไม่เกินวันที่ 22 ม.ค.62 จะได้รายชื่อส.ว.จำนวน 250 คนครบถ้วน .. จำนวนนี้ มีที่แน่นอนแล้ว 6 ที่นั่ง ที่กันไว้ให้ “ปลัดกลาโหม - ผบ.ทสส. - ผบ.ทบ. - ผบ.ทร. - ผบ.ทอ. - ผบ.ตร.” ที่รู้กันหมดแล้วว่าใครเป็นใคร .. ต้องยอมรับว่า น้ำหนักความน่าสนใจเทไปที่ “พ.ร.ป.ส.ส.”มากกว่า ที่ส่งผลให้กาปฏิทินเลือกตั้งครั้งต่อไป ที่รอคอยกันมานาน .. แม้ “พ.ร.ป.ส.ส.”จะยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที ตามบทบัญญัติใน “มาตรา 2”ที่ระบุว่า ให้ใช้บังคับ เมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป .. รวมกับกำหนดวันเลือกตั้ง ภายใน 150 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล เป็นทั้งสิ้น 240 วัน หรือ 8 เดือน นับจากนี้ แต่ก็คงพูดได้เต็มปากว่า “จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน” ..

ไล่เรียง “ปฏิทินเลือกตั้ง”คร่าวๆ ระหว่างรอให้ พ.ร.ป.ส.ส. มีผลบังคับใช้ 90 วันนั้น 60 วันแรก คสช.จะ “คลายล็อก”ให้พรรคการเมืองเริ่มทำกิจกรรมได้บางส่วน ส่วน 30 วันสุดท้าย พรรคการเมือง จะต้องทำ “ไพรมารีโหวตแบบย่อ”ให้ตรงตามที่กฎหมายกำหนด .. จากนั้น วันที่ 13 ธ.ค.61 ครบ 90 วัน “พ.ร.ป.ส.ส.”จะมีผลบังคับใช้ เริ่มกรอบเวลาจัดเลือกตั้งไม่เกิน 150 วัน .. ช่วงเดียวกันธ.ค. 61 นั้น “นายกฯตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคสช.ระบุไว้ว่า จะมีการประกาศ “ปลดล็อกการเมือง”เต็มรูปแบบ .. ขณะที่ “วันเลือกตั้ง”นั้น คสช. และ กกต. ก็เคยคำนวณตามกรอบเวลาในกฎหมาย สามารถเลือกตั้งได้หมายแรก คือ 24 ก.พ.62 เรื่อยไปจนถึง 5 พ.ค.62 ที่เป็นวันสุดท้ายตามกรอบ 150 วัน .. ก่อนหน้านี้ “ทูตปุ๊” อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เคยประกาศแสดงความพร้อมตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ ว่า สามารถจัดการเลือกตั้งได้ตั้งแต่หมายแรก คือวันที่ 24 ก.พ.62 อย่างไม่มีปัญหา .. ขณะที่ทาง คสช.ในฐานะ “ผู้ถืออำนาจ”ที่ “บางส่วน”เตรียมกลายสภาพเป็น “ผู้เล่น”ร่วมลง “สนามเลือกตั้ง”ด้วย ดูท่าจะยังไม่ค่อยปลื้มกับ “ฤกษ์แรก”วันที่ 24 ก.พ.62 เท่าไร .. จับยามสามตาดูแล้ว “ฤกษ์งามยามมงคล”ของ คสช. น่าจะยืดไปถึงช่วงท้ายๆไม่ 28 เม.ย. ก็ 5 พ.ค.ฤกษ์สุดท้ายนู่นเลย .. แต่ “อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้”ต้องไม่ลืมห้อยท้ายไว้ในทุกไทม์ไลน์ ว่า “หากไม่มีอุบัติเหตุ”

** ไม่ไหวอย่าฝืน!! “นายกฯตู่”บ่นอุบ “ขยะล้นเมือง”ต้องเสียงบปีๆ 2 หมื่นล้านบาท เก็บขยะ หวัง “หาพวก”ให้ประชาชนรับรู้ความจำเป็นของ “โครงการขยะ”ที่ “บิ๊กป๊อก”เข็นไม่ขึ้น-แป้กทุกพื้นที่ อย่าง “ปากน้ำโพ”อ้างทำประชาพิจารณ์แล้ว แต่ชาวบ้านก็ไม่ยอมรับ หรือ“เมืองสองแคว” ผู้ว่าฯ ไปอุบอิบ เซ็นเอ็มโอยู ถูกจับได้ล่มไม่เป็นท่า สงสัยต้องหันหัว “โครงการขยะ”เข้า “ค่ายทหาร - เขตทหาร”ให้หมด ไร้แรงต้าน-ลงตัวที่สุด .

เพิ่งบูทเครื่องหมาดๆ .. หลัง “นายกฯตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกโรงเร่งเครื่อง“นโยบายบริหารจัดการขยะ”..โดยสั่งการตรงให้ “บิ๊กป๊อก”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะกำกับกระทรวงมหาดไทย ไปทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง เพื่อให้โครงการต่างๆ เดินหน้าได้ .. พร้อมกับอนุมัติ “งบกลาง”ให้ถึง 1.72 หมื่นล้านบาท เป็น “รายปี”ลงไปโปะงบประมาณกำจัดขยะ ที่อ้างว่ามีแค่ปีๆ ละ 2 พันกว่าล้านบาท ทั้งที่ต้องใช้ถึง 2 หมื่นล้านบาท .. แล้วใช้จังหวะเดียวกันนี้ ย้ำให้เห็นถึงความน่ากลัวของ “ปัญหาขยะล้นเมือง”ที่ปีๆหนึ่ง ทั้งประเทศมีตกค้างมากถึง 27 ล้านตัน .. โยงไปถึงโครงการบริหารจัดการขยะ ของกระทรวงมหาดไทยว่า จึงจำเป็นต้องมี “คลัสเตอร์ขยะ”ทั้งหมดมากกว่า 300 คลัสเตอร์ เพื่อบริหารจัดการให้เป็นระบบ .. มองได้ไม่ผิดว่า การที่ “บิ๊กตู่”ออกหน้าเองในเรื่องขยะอีกครั้ง ก็เพื่อ “หาพวก”ให้ประชาชนรับรู้ถึงความจำเป็นของการดำเนิน“โครงการขยะ”ไม่ว่าจะเป็น “โรงคัดแยกขยะ-โรงไฟฟ้าขยะ” ..มิเช่นนั้นก็ต้องมาเสียงบประมาณแผ่นดินปีๆไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท ดีไม่ดีต้องขูดรีดเก็บภาษี-ค่าจัดเก็บขยะจากประชาชนมากขึ้นด้วย .. ตรงนี้ไม่มีใครเถียงความจำเป็นเร่งด่วน เกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพ อีกทั้งก็รู้ด้วยว่า หากมี “โรงคัดแยกขยะ”แล้วต่อยอดไปถึง “โรงไฟฟ้าขยะ”ได้ แทนที่จะสูญเสียงบประมาณ หรือประชาชนต้องควักเงินเพิ่มขึ้น กลับจะสร้างรายได้ให้กับชุมชนด้วยซ้ำ .. แต่ประชาชนเองก็มีคำถามกลับเช่นกันว่า “ได้คุ้มเสีย” หรือไม่ ด้วย “โครงการขยะ”ที่เร่งรัดเร่งรีบทำกันอยู่นี้ ไม่มี "หลักประกัน" ในชีวิต-สุขอนามัย ทั้งเรื่องผังเมือง-ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะรัฐบาล คสช. เลือกใช้ "อำนาจพิเศษ" กรุยทางผ่านตลอด ..

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0