Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

เปิดใจ‘เสกสรรค์ ศุขพิมาย’ ร็อกเกอร์สู่ธุรกิจ ‘โลโซ’

26 กุมภาพันธ์ 2559, 22:49 น.
21 0

หากเอ่ยถึงชื่อ “เสกสรรค์ ศุขพิมาย” หรือ เสก โลโซ บนถนนเส้นทางดนตรีเรียกว่าไม่ต้องมีอะไรพิสูจน์กันอีกแล้ว เพราะประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งฐานะนักร้อง นักแต่งเพลง จนกลายเป็นตำนานร็อกแอนด์โรลของเมืองไทย วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 5:49 น.

“เสกสรรค์ ศุขพิมาย” หรือ เสก โลโซ “เสก โลโซ” “ทีมข่าวเศรษฐกิจ เดลินิวส์” .

แต่หากถามว่า ... เป็นการเปลี่ยนตัวเองหรือไม่ ? ตอบได้ทันทีเลยว่า เรื่องการค้าไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับโลโซ เพราะตั้งแต่สมัยเริ่มทำเพลงดังใหม่ ๆ เวลาออกทัวร์คอนเสิร์ต วงโลโซ ได้ทำทั้ง เสื้อทัวร์ และของที่ระลึกไปวางขายเป็นประจำอยู่แล้ว ผลออกมาขายดีมีแฟนเพลงซื้อกันเยอะ เลยมองว่าชื่อเสียง “โลโซ” เป็นเหมือนสินทรัพย์มีค่าอย่างหนึ่งที่นำไปต่อยอดเป็นจุดขายได้ .

“จอห์น เลนนอน” แม้เสียชีวิตไปนานแล้วแต่ชื่อยังขายได้อยู่ มีแฟนเพลงซื้อเสื้อยืด แว่นตารุ่นจอห์น เลนนอนอยู่เลย หรืออย่างวงร็อก “โรลลิง สโตนส์” รูปโลโก้ ปากแลบลิ้น ก็เป็นเครื่องหมายการค้าที่ซื้อลิขสิทธิ์ไปทำธุรกิจเยอะ .

ด้วยฐานแฟนเพลงของผม ที่สั่งสมมาตลอดร่วม 20 ปี จนเป็นที่รู้จักของคนไทยและต่างชาติ เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะทำธุรกิจได้ เพราะฐานแฟนเพลงโลโซในเมืองไทยมีหลายล้านคน ตรงนี้ ... จึงเป็นต้นทุนสำคัญในการทำธุรกิจ เห็นได้จากที่ผ่านมาก็มีเจ้าของธุรกิจใหญ่ ๆ สนใจยื่นข้อเสนอใช้ชื่อ โลโซ ไปทำธุรกิจอยู่หลายราย” .

เสก” เสื้อ ของที่ระลึก กีตาร์โปร่ง กีตาร์ไฟฟ้ายี่ห้อ “โลโซ” มินิมาร์ท “โลโซ 22 ช็อป” โทรศัพท์มือถือ รุ่น “ใจสั่งมา” พอทิศทางออกมาดี ประกอบกับการเตรียมพร้อมด้านธุรกิจสุกงอมได้ที่ ในปี 59 ตั้งใจว่าให้เป็นปีแห่งการเดินหน้าธุรกิจในเครือ “โลโซ” อย่างเต็มตัว โดยมีสินค้าหลักที่เปิดตัว เครื่องดื่มบำรุงกำลังยี่ห้อ “โลโซดี” ช่วงเดือน เม . ย . นี้ ตามด้วยเบียร์กระป๋อง เหล้าขาว โทรศัพท์มือถือ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่แฟนเพลงบริโภคใช้กันอยู่แล้ว และมั่นใจว่าจะไปได้สวย เพราะสินค้ากลุ่มนี้มีตลาดใหญ่มาก อย่างเบียร์ปีหนึ่งคนไทยดื่มกันถึงปีละ 1 แสนล้านบาท เหล้าขาว 65,000 ล้านบาท เครื่องดื่มชูกำลัง 35,000 ล้านบาท จึงมีลู่ทางให้เข้าไปแชร์ตลาดได้ .

“สินค้าที่ผมตั้งใจเป็นหัวหอกอันดับหนึ่งของโลโซ คือ เครื่องดื่มชูกำลัง เพราะทำตลาดได้ง่าย ตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งตลาดไว้ 10% หรือประมาณ 3,500 ล้านบาท รองลงมาเป็นเบียร์ เหล้าขาว โทรศัพท์มือถือ โดยสินค้าทุกตัวผมทำสูตร ทำรสชาติเป็นมาตรฐานใกล้เคียงกับตลาดอยู่แล้ว แต่จุดที่จะทำให้สินค้าขายได้อยู่ที่แบรนด์โลโซ หรือลูกเล่นการตลาดที่ดึงดูดแฟนเพลงมาเป็นลูกค้ามากกว่า เช่น โทรศัพท์มือถืออาจมีเพิ่มลูกเล่นฟังก์ชั่น หรือทำเป็นรุ่นพิเศษอย่างมีรุ่น “ใจสั่งมา” ต่อไปอาจทำรุ่น มอเตอร์ไซค์รับจ้างให้ใช้ได้สะสมกัน”

อีกคำถามหนึ่ง ... ที่หลายคนสงสัยว่าเปิดตัวสินค้ามากมายขนาด นี้ต้องลงทุนเป็นจำนวนมากเพียงใด เรื่องนี้ ... นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดังชี้แจงว่าตัวเองไม่ได้ร่ำรวยจนต้องลงทุนเปิดโรงงานผลิตเอง แต่ใช้วิธีบริหารจัดการแบบ “แมทชิ่ง” ธุรกิจเข้าช่วย ด้วยการมองหาตลาดก่อน เมื่อได้ออร์เดอร์กับเงินมัดจำจึงนำไปสั่งให้โรงงานผลิต ยกตัวอย่าง เครื่องดื่มชูกำลัง เมื่อมีสูตรของตัวเองเรียบร้อยแล้ว จึงจ้างโรงงานผลิตสินค้าตัวอย่างมาลอตหนึ่ง จากนั้นให้ตัวแทนกระจายสินค้าซึ่งตอนนี้เป็นบริษัท ดีเคเอสเอช ( ประเทศไทย ) กระจายสินค้าให้ พอได้ออร์เดอร์เข้ามาจึงไปจ้างให้โรงงานผลิตมาเป็นลอต ๆ .

สุดท้ายนี้ เสก โลโซ ฝากทิ้งท้ายถึงแฟนเพลงว่า แม้หันมาเป็นนักธุรกิจเต็มตัวแบบนี้ แต่ยังไม่หันหลังให้วงการดนตรี โดยขณะนี้กำลังทำงานเพลงชุดใหม่ ต่อจากเสก - โลโซ พาร์ท 2 อยู่ . .

ที่มา: dailynews.co.th

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0