Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

เพราะคิดถึงจึงไปหา เผย “น้องอิน” บึ่งรถไปหา “แฟนทอม” ที่อยุธยา ทะเลาะกันก่อนรถคว่ำ เสียชีวิตตั้งแต่ตี 3 พึ่งมาเจอศพ 7 โมง

8 เมษายน 2561, 12:07 น.
39 0
เพราะคิดถึงจึงไปหา เผย “น้องอิน” บึ่งรถไปหา “แฟนทอม” ที่อยุธยา ทะเลาะกันก่อนรถคว่ำ เสียชีวิตตั้งแต่ตี 3 พึ่งมาเจอศพ 7 โมง

เผยแพร่: 8 เม.ย. 2561 19:07: ปรับปรุง: 8 เม.ย. 2561 19:38: โดย: MGR Online

“บิณฑ์” รับเป็นเจ้าภาพดูแลงานศพ “น้องอิน” ไขปริณาการตาย เผยน้องอินขับรถไปหาแฟนทอมที่อยุทธยาเพราะคิดถึง ห้ามไม่ให้ไปก็ไม่ฟั ระหว่างทางเกิดมีปากเสียงกัน ก่อนจะขาดการติดต่อไปตอนตี 3 แฟนทอมโทรหา 20-30 สายก็ไม่รับ นึกว่างอนขับกลับกรุงเทพ ช็อกรู้ข่าวตอนเช้าว่าเสียชีวิต .

น้องอิน ณัฐริชา เชิดชูบุพการี” “แบมบี้ เดอะสตาร” "เบล ภูวรินทร์ แดงเจริญสุข" “ไทม์” สาวหล่อที่เคยคบหาดูใจกันก่อนคบกับเบล .

ผมได้คุยกับอดีตแฟนของน้องอินคือเบลที่เป็นผู้ชาย และแฟนคนปัจจุบันคือน้องไทม์ ซึ่งเป็นทอม วันนั้นน้องไปพัทยากับเพื่อน 4-5 คน ตอนนั้นประมาณ 3 ทุ่มเกือบ 4 ทุ่ม น้องไทม์เป็นแฟนใหม่ที่รู้จักกับน้องอินเป็นปีแล้ว แต่ตอนนั้นไทม์ไปเรียนต่อที่อังกฤษ และอินก็ได้มาสนิทสนมและคบกับน้องเบล จนทั้งคู่ก็ได้ห่างกันและเลิกกันแล้ว .

ประมาณเกือบ 02.00 น น้องอินยังไม่ถึงอยุธยา แต่บอกกับไทม์ว่าอีกประมาณ 50 กิโล จะถึงอยุธยา ตอนนั้นไทม์อยู่อยุธยาบอกว่าตอนนี้ฝนตกหนักมาก ถ้าอินอยู่กรุงเทพก็ไม่ต้องมา ให้ตีรถกลับกรุงเทพไปเลย แต่อินบอกว่าจะถึงแล้ว ถ้ามาแล้วยังไงก็ต้องขอเจอ เพราะว่าคิดถึง จนกระทั่ง 02.30 น. เริ่มคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว น้องอินบอกว่าเอาอย่างนี้ดีกว่า เจอกันค่อยคุยกันเลยวางสายไป หลังจากวางสายไปได้ประมาณ 2 นาที ไทม์ก็โทรหาใหม่ น้องอินก็รับ คุยกันไม่ถึงนาทีก็บอกว่ากำลังจะถึงแล้ว กำลังจะรีบขับรถ แล้วก็วางสายใหม่” .

“จากนั้นน้องไทม์ก็ไม่ได้โทรตามอีก จนกระทั่ง 03.00 น. โทรไปอีกก็ไม่ได้รับการติดต่อ โทรไป 10-20 รอบก็ไม่มีคนรับ น้องไทม์เลยเข้าใจว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนั้น น้องอินยังไปไม่ถึงน้องไทม์ อยู่ระหว่างกำลังจะถึงอยุธยาแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น .

“น้องไทม์ยืนยันว่าน้องอินไม่ได้กินเหล้า ไม่ได้ง่วงนอน ตอนคุยก็ยังปกติมาก ไม่มีอาการแบบนั้นเลย คิดว่าน่าจะเป็นลักษณะรีบขับ แล้วฝนตกหนักไป จึงชนขอบสะพาน ซึ่งไม่มีรอยเบรคเลย”

“ส่วนเรื่องโทรศัพท์ที่หายไป ผมถามน้องไทม์และถามกู้ภัยไม่มีใครรู้เหมือนกัน ไม่มีใครเจอ มันอาจจะกระเด็นตกตรงไหนสักที่ ที่เรายังไม่ได้ไปหาจริงๆจังๆ”

“ส่วนเรื่องที่กู้ภัยอินบ๊อกไปในเฟซบุ๊กส่วนตัวของน้องแบมบี้ ผมไม่ทราบข้อมูลนี้ ว่าทราบได้ยังไง เพราะวันนั้นกู้ภัยที่มาส่ง ผมก็อยู่ เขาก็เล่าให้ฟังว่าเจอร่างน้องอินประมาณ 7 โมงกว่า เจอกระเป๋าสตางค์ และของทุกอย่าง แล้วก็ตามหาญาติ แต่ผมไม่รู้ว่าเขาไปอินบ๊อกถามใคร ผมไม่ทราบ ส่วนเรื่องโทรศัพท์ก็ต้องหาต่อไป”

“ถนนเส้นนั้นน้องไม่เคยไป บ้านน้องไทม์ไม่ได้อยู่อยุธยา เพียงแต่เขาไปเที่ยวที่อยุธยาแล้วน้องอินจะไปหาเท่านั้นเอง ในข่าวบอกว่าน้องทอมคนนี้เรียกน้องอินไป แต่น้องไทม์ห้ามแล้วว่าถ้าเกินเที่ยงคืนไม่ต้องมา แต่อินพยายามจะไปหา ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่มีขึ้นเสียงกันนิดหน่อย และน้องไทม์บอกว่าถ้าอินจะขึ้นเสียงอย่างนี้อย่าเพิ่งคุยดีกว่า แล้วกำลังขับรถด้วย เขาก็โอเคบอกว่าไปถึงแล้วค่อยคุยกัน ตอนนี้ไทม์เขาก็เสียใจมาก”

“ผมต้องคุยเพราะต้องเอาเรื่องจริงมาพูด เพราะเมื่อวานผมเจอ ผมก็ฟังจากน้องเบลมาระยะนึงว่ามันเป็นยังไง แต่พอน้องไทม์พูด โอเค มันคนละเรื่อง น้องเบลอาจจะเข้าใจผิด”

“เมื่อกี้เขาเอาให้ดูครับ ระยะทางนี่เขาคุยกันมาตลอดจนกระทั่งถึง 02.30 น. จนกระทั่งมีการโทรอีกครั้งตอน 02.32 น. แล้วก็ไม่ได้ติดต่อกัน แล้วเขาก็โทรอีกตอนตี 3 กว่าๆ ก็ยังติดอยู่นะ โทรศัพท์ติดอยู่ตลอด นั่นเขาก็คิดว่างอนก็เลยกลับ” .

“ผมไม่ทราบเรื่องคดีความอะไร ก็แล้วแต่ทางญาติ ถ้าญาติรู้สึกว่าอยากจะค้นหาความจริงว่าเป็นยังไง แต่ถ้าไม่ติดใจก็คือไม่มีคู่กรณี คือเกิดอุบัติเหตุด้วยตัวเอง เรื่องของรถเขาขับมาด้วยความเร็วและไม่สามารถเอารถหยุด รถบีเอ็มคันนี้ออกมาครั้งแรกเนี่ยประมาณ 2 อาทิตย์ ก็มาเรียกผมไปนั่ง ก็พูดตรงนี้ว่าทำไมผมต้องมาเกี่ยวกับน้องอิน น้องอินรู้จักผมตอนอายุ 8 ขวบ ก็เหมือนกับเป็นญาติคนนึงของผม ก็สนิทสนมกันมาตลอด ไปไหนก็จะเรียกน้องอินไป น้องอินเป็นคนที่ธรรมะธัมโม เข้าวัดไปกับผมไปนั่งวิปัสนา ไปเก็บศพไร้ญาติเขาก็จะไปตลอด เราเลยคิดว่าสิ่งนึงที่เกิดขึ้นเนี่ย ผมก็แปลกใจว่าทำไมถึงต้องเกิดเรื่องนี้ขึ้นกับน้องอิน”

“เรารู้จักน้องมาตลอด แล้ววันนั้นที่เขาเอารถมารับเราก็แปลกใจว่าขับรถเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ ช่วงที่น้องอินเข้ามหาลัย ก็จะหายจากผมไปสักระยะนึงก็มีติดต่อมาว่าน้องอินออกรถแล้วนะ พี่บิณฑ์มานั่งหน่อยสิ ก็ตกใจมาก ขับรถเร็วมาก เราก็บอกอย่าขับรถแบบนี้นะอันตรายมาก เขาก็บอกไม่เป็นไรน้องอินดูแลตัวเองได้ ตอนนั้นขับความเร็วประมาณ 130-140 ปกติเราขับผู้ชายโอเคเอาอยู่ แต่น้องอินเนี่ยตอนนั้นประมาณ 19-20 ก็รู้สึกว่าเร็วเกินไป แล้วล่าสุดเมื่อประมาณ 5 วันที่ผ่านมา ผมก็ไปทานข้าวกับน้องอินมา แม่พาน้องอินมาคุยเรื่องธุรกิจนี่แหละ ก็มานั่งคุย นั่งทานข้าวกัน นั่นคือเหมือนกับว่าเป็นลางสังหรณ์ล่าสุด เพราะน้องบอกว่าไม่ได้เจอกันนานแล้ว มาเจอกันหน่อย แล้วเมื่อวานก่อนเสียชีวิตเมื่อตอนเที่ยงวันก็ไลน์มาถามว่าว่างเมื่อไหร่ ผมก็บอกตอนนี้กำลังยุ่งอยู่แต่ก่อนสงกรานต์เจอกันแน่ แล้วตอนเช้าก็มาเจอว่าน้องเสียชีวิต”

“บางเรื่องก็ยังไม่ได้รับทราบ เพราะตอนนี้ยังโศกเศร้าก็เลยยังไม่ได้พูดอะไร แต่เพียงรู้คร่าวๆ ว่าตอนคุณแม่โทรหาน้องอินตอน 01.17 น. น้องอินบอกว่าอยู่คอนโด เพราะอยากให้แม่สบายใจ ส่วนเหตุผลที้ผมต้องพูดเพราะว่า อยากให้ทุกคนรู้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ยมันเป็นมาเป็นไปยังไง บางคนไปบอกว่าน้องอินขับรถกินเหล้าเมา คืออยากให้รู้ว่าไม่ใช่ แล้วก็ไม่ได้ง่วงด้วย ตอนแรกผมให้ข่าวยังคิดว่าผมผิดเลย เพราะขับรถจากพัทยาเนี่ยคิดว่าน้องง่วง แต่น้องไทม์พูดแล้วว่าน้องอินไม่ได้ง่วงเลย ขับรถมีสติสัมปชัญญะทุกอย่าง ด้วยความที่ไม่เคยชินพื้นที่ แล้วประกอบว่าฝนตกหนักแล้วเกิดอุบัติเหตุ”

“สำหรับงานจะสวด 3 คืน วันนี้วันแรก วันที่ 9-10 แล้ววันที่ 11 ก็ฌาปนกิจเลย แล้ววันที่ 12 ก็เอาน้องไปลอยอังคาร แล้ววันที่ 17 ก็มีทำบุญ 7 วัน สำหรับคุณแม่ก็ไม่ห่วงครับเพราะวันนี้ญาติพี่น้องก็มาเยอะ ก็บอกว่าต่อไปนี้จะเข้ามาดูแล ไม่ให้อยู่คนเดียว เพราะกลัวจะเป็นโรคซึมเศร้า กลัวคิดมาก ก็โอเคดี เพราะว่าเรื่องทั้งหมดในวัดผมเป็นคนจัดการเอง ส่วนลอยอังคารน่าจะวัดช่องลม เห็นแม่เขาว่าครับ”

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0