Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

“เพลง” ควงสามีวิวาห์ เมินครหาท้องก่อนแต่ง รักเด็ก แต่ไม่พร้อมเสียสละตัวเองมีทายาท “แม่อ้อย” ประกาศใส่พานยกให้

1 กันยายน 2561, 13:07 น.
19 0
“เพลง” ควงสามีวิวาห์ เมินครหาท้องก่อนแต่ง รักเด็ก แต่ไม่พร้อมเสียสละตัวเองมีทายาท “แม่อ้อย” ประกาศใส่พานยกให้

เผยแพร่: 1 ก.ย. 2561 20:07 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“เพลง กวิตา” วิวาห์แฟนหนุ่มผู้บริหารสายการบิน คบ 16 ปี แพ้ความดี สม่ำเสมอ ให้เกียรติและรักจริง ไม่ชินเรียกสามี บอกต้องปรับตัวอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชม. เจ้าบ่าวอุบสินสอด ยอมรับพ่อแม่อยากได้ลูกสะใภ้คนนี้ ตีมูลค่าไมได้ ด้าน “แม่อ้อย” ยินดีใส่พานยกให้ เจ้าบ่าวเผยความในใจขอให้ตัดประเด็นท้องก่อนแต่ง รักเด็ก แต่ไม่พร้อมเสียสละตัวเองมีทายาท .

“เพลง กวิตา จินดาวัฒน์” “พัด ณัฏฐภัทร สีบุญเรือง” “อ้อย กาญจนา จินดาวัฒน์” .

นนี้เป็นงานใหญ่ครั้งแรกของเพลง ก่อนหน้านี้มีพิธีไปแล้วในวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม เป็นพิธีหมั้น รดน้ำสังข์แล้วก็จดทะเบียนสมรส .

ผมเองก็ตื่นเต้นมากๆ แล้วก็มีความสุขมากๆ เหมือนกันที่วันนี้จะได้จัดพิธีอีกครั้ง .

สำหรับลูกเขยคนนี้เราเห็นกันมานาน 16 ปีแล้ว เห็นเขาร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา วันนี้เขาตกลงปลงใจที่จะใช้เส้นทางเดียวกันแล้วก็ควรจะต้องต่างคนต่างช่วยดูแลกัน มีความรักความซื่อสัตย์ .

กว่าจะคบมาได้ถึง 16 ปีมันก็ไม่ได้ง่ายเลย เราผ่านอะไรกันมาหลายอย่างทั้งดีและไม่ดี มันก็เป็นธรรมดาของคนที่คบกันมานาน .

ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันจนถึงวันนี้ เขาให้เกียรติเพลงในทุกเรื่อง แล้วก็ยอมเพลงทุกอย่าง เข้าใจในความเป็นเราที่บางทีเราก็ไม่ได้เป็นคนที่น่ารักตลอดเวลา มีขี้โมโห .

แม่อ้อย : “อยากจะบอกว่าปัญหามันมีทุกคู่แหละ แต่ปัญหาที่ผ่านมามันไม่ใช่อุปสรรค ถ้าเราเอาปัญหานำพากันไปไม่ทำให้มันเป็นอุปสรรค ทุกอย่างก็จะสำเร็จทำให้มีวันนี้ได้”

บอกจากเพื่อนขยับเป็นแฟน และยังไม่ชินเรียกฝ่ายชายว่าสามี ต้องเรียนรู้อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชม.

ยังไม่รู้สึกว่ามันมีอะไรเปลี่ยนไป จริงๆ ที่คบกันมาเราก็คบในลักษณะของการเป็นเพื่อนกันมากกว่า เรารู้จักกันอย่างดี รู้ในข้อดีข้อเสียกัน .

แชร์กันมากขึ้น แต่ละครอบครัวเราก็ศึกษาการใช้ชีวิตซึ่งกันและกัน จากวันนี้ไปมันต้องอยู่ด้วยกัน เห็นกันทุกวัน ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เช้าถึงเย็นถึง .

16 ปีที่ผ่านมาของคู่นี้ปัญหาต่างๆ มันค่อยๆ คลี่คลาย จนรู้ความบกพร่องของกันและกัน จากวันนี้มันก็จะมีความใกล้ชิดกันมากขึ้นยิ่งกว่าเซเว่น คือ 24 ชั่วโมง .

วันที่ขอเพลงแต่งงานก็ได้พูดชัดเจนแล้วว่าจะรักเขาตลอดไปและคนเดียว จะดูแลให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะดูแลได้ พยายามจะเข้าใจเพลงเยอะๆ แล้วก็หวังว่าเพลงจะเข้าใจผมเยอะๆ ด้วยเหมือนกัน (หัวเราะ) .

เราก็อาจจะต้องมีคิดเยอะขึ้นกว่าแต่ก่อน สำหรับผมคือการที่จะต้องใส่ใจทุกรายละเอียดกันให้มากขึ้น พยายามจะคิดเยอะขึ้น เป็นห่วงเขามากขึ้นจากแต่ก่อนใช้ชีวิตคนเดียว .

เพลงว่าเรื่องของคำมั่นสัญญามันไม่ได้สำคัญเท่าสิ่งที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันว่าเขาทำอะไรให้กับเรา ความตั้งใจที่เขาอยากจะเป็นคนที่ดีของเรา ดูแลเรา ครอบครัวเรา .

และสัญญาว่าจะดูแลเราและครอบครัวของเราอย่างดี อยากจะบอกว่าเพลงไม่ได้ให้ความสำคัญกับสัญญาแต่เพลงดูที่ตัวเขามากกว่า เราเชื่อว่าเขาทำได้ .

เพลงเองเขาเป็นคนรักเด็ก เห็นกันมาเวลาเพื่อนมีลูก หรือไปเจอเด็ก เพลงเขาก็ค่อนข้างเอ็นดู แต่ถ้าให้มีเอง ก็อาจจะต้องใช้เวลานิดนึงครับ เพราะว่าผมกับเพลง เรายังมีอะไรหลายอย่างด้วยกันทั้งคู่ .

งานของพัดเขาค่อนข้างกำลังไปได้ดี และงานของเพลงเองก็ยังมีหลายอย่าง ที่ยังอยากทำ และยังไม่ได้ทำครบ อาจจะทำได้ไม่เต็มที่ถ้าเกิดมีทายาทในตอนนี้ ต้องดูเรื่องงาน .

พัด : “อันนี้ตัดประเด็นเรื่องท้องก่อนแต่งได้เลย (หัวเราะ) นี่แหละครับ ยังไม่ได้แพลน และยังไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน”

รีบบอกเลยว่างานในวงการยังจะทำต่อแน่นอน อันนี้ตัดกระแสที่บอกว่าแต่งงานแล้ว และพอดีหมดสัญญาทางช่อง 7 ด้วย จะออกจากวงการเลยรึเปล่า จริงๆ คือไม่ค่ะ จะไม่ไปไหนง่ายๆ เพราะอย่างที่บอก ยังมีอีกหลายอย่างที่อยากทำ เหมือนเป็นช่วงจังหวะชีวิต .

จนตอนนี้มีหลายทริปเกิดขึ้น ก็ยังไม่ยอมรับว่านั่นคือฮันนีมูน ก็มีทริปไปมัลดีฟส์ ไปนิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย ก็นั่นคือฮันนีมูนรึเปล่า .

เรามีแพลนล่วงหน้าไว้นานแล้วว่าเราจะไปเที่ยวกัน เราก็ยังไม่นับว่าเป็นฮันนีมูน หนึ่งคือเราอยากไปหลายที่ เพราะทุกครั้งเราก็ไปเที่ยวกันสองคน .

ทางคุณพ่อคุณแม่ผมอยากจะได้ลูกสะใภ้คนนี้เพราะเห็นกันมานาน ไม่มีอะไรตีมูลค่าของเพลงได้อยู่แล้วครับ .

และที่สำคัญทางคุณพ่อคุณแม่ของพัด น่ารักและดีขนาดนี้ ไม่ต้องอะไรทั้งสิ้นเลย ใส่พานให้เลยค่ะ (หัวเราะ) .

คนเราถ้าใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ต้องมีพื้นที่ส่วนตัวกันบ้าง แล้วอยากจะบอกว่าการที่เอาชนะอะไรกัน ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมามันไม่ใช่สิ่งที่ว่าใครแพ้ ใครชนะ .

ถ้าหากเรามีความซื่อสัตย์ มีความจริงต่อกัน ก็จำเป็นต้องพูดกันมาก เพราะว่าอีกฝ่ายจะรับรู้ได้ว่าเขาพูดจริง หรือไม่จริง การที่เขาจะรู้ว่าพูดจริงหรือไม่จริง อยู่มาสิบปีพูดอีกก็เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องมีความเชื่อใจกัน จริงใจ ซื่อสัตย์ และมีความรักที่เข้าใจกันด้วย .

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0