Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

เลี้ยงลูกสาวใครว่าง่าย? จากปากคำ “ม.ล. อัญชลี” คุณแม่เซเลบคนดัง

8 สิงหาคม 2561, 16:45 น.
18 0
เลี้ยงลูกสาวใครว่าง่าย? จากปากคำ “ม.ล. อัญชลี” คุณแม่เซเลบคนดัง

เผยแพร่: 8 ส.ค. 2561 23:45 โดย: MGR Online

“เอย-ณัฐชนันท์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” “ม.ล.อัญชลี (วรวรรณ) เทพหัสดิน” “ธนันต์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” “อิง ธนัชชา” .

“แม่ไม่ดุนะ” ม.ล.อัญชลีเผยหลังหยุดคิดสักครู่ “แต่สมัยเด็กๆ ก็มีตีนะ ใช้มือตีเลย แต่พอเขาโตแล้ว จะไปทำแบบนั้นก็คงไม่ได้ เพราะเด็กรุ่นนี้มีความคิดเป็นของตัวเอง ต้องคุยกับเขาด้วยเหตุผล จะใช้วิธีการบังคับ หรือ เผด็จการคงยาก เขาจะต่อต้าน”

นอกจากจะปรับกลยุทธ์มาสู่การเลี้ยงลูกด้วยการนำ “ความรักและความเข้าใจวัยรุ่น” เป็นตัวนำแล้ว ม.ล.อัญชลี ยังใช้แผนตีสนิทกับเพื่อนลูก งานนี้คุณแม่กลัวไม่เชื่อเลยต้องให้ลูกสาวช่วยยืนยันอีกเสียง “จริงค่ะ เอยไม่เคยรู้สึกทำตัวไม่ถูกเวลาที่แม่ไปไหนมาไหนด้วยกับกลุ่มเพื่อนเลย เพราะเขาสนิทจนบางครั้งแม่ก็เอาแต่คุยกับเพื่อนเอย ไม่คุยกับเอยเลย หรือบางทีแม่อยากเตือนอะไรเอยแต่กลัวเอยไม่ฟัง ก็ไปบอกเพื่อน”

“อย่าเรียกว่าหวงลูกมากเลย เรียกว่าห่วงดีกว่า แต่บางทีเยอะเกินไปจนเขาก็รำคาญเหมือนกัน แม่เองก็ต้องอาศัยค่อยๆ ปรับ อย่างสมัยก่อน ถ้าลูกจะกลับดึก เราจะบอกว่าถ้าจะไปไหนก็ต้องขออนุญาตแม่ก่อนนะ แต่พอตอนนี้ ยุคสมัยเปลี่ยน เราก็จะบอกว่า จะไปไหนก็ช่วยบอกบ้าง จะได้รู้ว่าอยู่ที่ไหน (หัวเราะ) จะได้รู้ว่าลูกปลอดภัยดี เพราะด้วยความที่เขาเป็นลูกผู้หญิง เราก็ห่วงทุกเรื่อง ตั้งแต่การวางตัว แรกๆ เวลาไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อน เราก็ห่วงนะ บ้านเราเลี้ยงลูกแบบฝรั่ง ประชาธิปไตยหน่อยๆ เราจะบอกลูกเสมอว่าถ้ามีอะไรที่ลูกอยากรู้อยากลอง ให้ลองที่บ้าน ให้ถามพ่อแม่ที่มีประสบการณ์ชีวิตมาก่อน”

“สมัยเอยเรียนอยู่มาแตร์ฯ คุณแม่อยู่ในกลุ่มสมาคมผู้ปกครอง ก็จะมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพ่อแม่คนอื่นๆ ทำให้เรารู้ว่ายุคสมัยเปลี่ยนต้องดูแลลูกยังไง บางครั้งเราคิดว่าสิ่งที่เราเจอกับลูกเรา คือ สุดๆ แต่พอเราไปคุยกับพ่อแม่คนอื่น ไม่ใช่เลยหนักกว่าเราก็มี กลายเป็นว่าเรื่องของเราปกติมาก สิ่งเหล่านี้ทำให้เราต้องกลับมาคิดและคุยกับสามีเสมอว่าเราจะเลี้ยงลูกเหมือนยุคเราไม่ได้ แต่ต้องเลี้ยงเขาด้วยเหตุผล ซึ่งด้วยความที่สามีไม่ได้มาคลุกคลีกับกลุ่มผู้ปกครองแบบเรา บางทีเขาก็ยังไม่เข้าใจ ต้องใช้เวลาปรับตัว บางครั้งเวลาลูกไม่เห็นด้วยในเหตุผลของเขา แล้วพูดกลับดีๆ ว่า หนูไม่เห็นด้วย คุณพ่อเขาจะรู้สึกแล้วว่าทำไมลูกก้าวร้าว พูดเหมือนเถียง เพราะสมัยเขาคือต้องฟังอย่างเดียว”

พอเขาพูดแบบนี้ ทำให้แม่คิดว่าก็จริงนะ เราไม่สามารถอยู่ข้างเขาตลอดไป วันหนึ่งเราไม่อยู่ข้างเขา เขาจะต้องมีภูมิต้านทานพอที่จะอยู่บนโลกใบนี้ได้ และประสบความสำเร็จในชีวิตเขาตลอดไป วันหนึ่งเขาก็ต้องมีครอบครัว”

“เอยจำดีเทลวันนั้นไม่ได้ รู้แค่พยายามจะหาคำพูดที่ไม่รุนแรง ไม่ทำให้แม่เสียใจ เลือกตอนแม่อารมณ์ดีๆ แล้วเข้าไปพูดกับท่านตรงๆ เลยว่า บางอย่างปล่อยให้เอยไปเจอเองก็ได้ ไม่ต้องกลัวไปหมด คือ เอยคิดอยู่นานแล้ว แต่รอโอกาสที่เหมาะสม เพราะแม่เป็นคนเซนซิทีฟมาก บางคนพูดคำนี้ไปก็ไม่คิดอะไร แต่แม่เสียใจร้องไห้ จำได้ว่าตอนนั้นก่อนจะตัดสินใจพูด เอยมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งซึ่งเอยสนิทกับคุณแม่เขาด้วย เลยไลน์ไปปรึกษาคุณแม่เพื่อน (เล่ามาถึงตรงนี้ คุณแม่เลยแซวขึ้นมาว่า คนนั้นเป็นคุณแม่เบอร์สอง) ถามว่า แม่คะถ้าหนูเป็นลูกแม่ ถ้าหนูพูดแบบนี้แปลว่าหนูไม่รักแม่หรือเปล่าคะ”

สาวหวานถ่ายทอดความในใจที่อาจดูเป็นเรื่องเล็กในสายตาแม่-ลูกคนอื่น แต่สำหรับเธอกลับเป็นเรื่องยาก “จริงๆ เอยเป็นคนง่ายมากๆ นะ คือ เวลาเอยขึ้น ก็ขึ้น โมโหแล้วจบก็คือจบ (คุณแม่เสริมทันทีว่า นางเหมือนพายุ มาแล้วก็หายไป) นอนหลับ ตื่นมาหาย เอยจัดการความทุกข์ของตัวเองได้ เอยไม่ต้องการที่ปรึกษา และไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร ต้องการแค่เวลาโมโหมีคนฟัง แต่ไม่จำเป็นต้องออกความเห็น หรือ ถ้าจะออกความเห็น ก็ออกได้ แล้วแค่นั้นจบ แต่ด้วยความที่เอยเป็นแบบนี้ กลับทำให้คุณแม่รู้สึกแล้วว่า เอยไม่รักแม่เหรอ แม่อยากช่วย ทำไมไม่ให้แม่ช่วย ไม่ให้ไปอยู่ในชีวิต หาว่าแม่ก้าวก่ายใช่ไหม” เอยฉวยโอกาสนี้ถ่ายทอดความรู้สึกในใจก่อนหยอกคุณแม่ว่า “ตอนที่เอยมีแฟน คุณแม่ก็รู้สึกว่าเอยจะไปรักคนอื่นมากกว่า”

“เอยเคยลองมาหลายวิธีนะ เช่นเวลาแม่ว่าแล้วเงียบไม่เถียง แต่ปรากฏแม่ก็ยังโมโหว่าทำไมไม่ตอบ แม่บอกเหมือนพูดกับกำแพง จนบางครั้งเอยก็ทำตัวไม่ถูก คำพูดบางคำพูดที่พยายามคิดและเตรียมตัวมาอย่างดีว่าจะไม่ทำให้แม่เสียใจ บางคำนี่ก๊อบปี้มาจากละครแล้วนะ แต่แม่ดรามา ควีนมาก(หัวเราะ) พูดไปแล้วแม่เสียใจ เอยก็งงว่านี่ขนาดดูมาแล้วว่าพูดแบบนี้ซีนนี้ ปรากฏทุกอย่างไม่เป็นไปตามเรื่องราวที่ดูมา” เอยเล่าไปขำไป ขณะที่คุณแม่เองก็ยอมรับอย่างไม่กั๊กว่า “แม่เป็นคนขี้แง บ่อน้ำตาตื้น ซึ่งเวลาเห็นแม่เสียใจ อิงจะเข้ามาปลอบ เอาหัววางบนไหล่แม่ แล้วก็ทำหน้าที่เป็นตัวกลางพยายามปลอบแม่ว่าแม่ก็อย่าทำแบบนี้ พี่เอยก็เป็นคนแบบนี้ (หัวเราะ)”

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0