Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

เอาอีกแล้ว “บิ๊กปู”ตัดจบ “คดีงาช้าง”อ้างกฎหมาย“อาจจะขาดอายุความ”เข้าทาง“มาดามอิตาเลียนไทย” **ปูดสอบ “นาฬิกาเสี่ยป้อม”อืด เหตุ“ประธานอนุฯ”กำลังเมามันโยกย้าย“ข้าราชการป.ป.ช.” **4 ปียุค“ขุนทหาร”เรืองอำนาจ ก่อหนี้แล้ว 1.8 ล้านล้านบาท

21 มีนาคม 2561, 22:17 น.
21 0
เอาอีกแล้ว “บิ๊กปู”ตัดจบ “คดีงาช้าง”อ้างกฎหมาย“อาจจะขาดอายุความ”เข้าทาง“มาดามอิตาเลียนไทย” **ปูดสอบ “นาฬิกาเสี่ยป้อม”อืด เหตุ“ประธานอนุฯ”กำลังเมามันโยกย้าย“ข้าราชการป.ป.ช.” **4 ปียุค“ขุนทหาร”เรืองอำนาจ ก่อหนี้แล้ว 1.8 ล้านล้านบาท

เผยแพร่: 22 มี.ค. 2561 05:17: โดย: นกหวีด

** ตีความแบบ “พี่ศรี”(ธนญชัย)!! เอาอีกแล้ว “บิ๊กปู”ตัดจบ “คดีงาช้าง”อ้างกฎหมาย“อาจจะขาดอายุความ”เข้าทาง“มาดามอิตาเลียนไทย” เหมือน“แกล้งลืม”ว่าไทยเรามี พ.ร.บ.งาช้าง ปี 58 ที่บังคับใครครอบครองงาช้าใหม่-เก่า ต้องแจ้งกรมอุทยานฯ ภายในเดือน เม.ย.58 ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 3 ล้าน .

นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง .. แต่รายนี้ไม่รู้ตั้งใจพลาดรึเปล่า “บิ๊กปู”พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ที่ตอนนี้งานหลักขลุกอยู่กับ “คดีเสี่ยเปรมชัย ณ ทุ่งใหญ่ฯ”แบบให้ความสำคัญเป็นพิเศษ .. กระทั่งคดีรายทางอย่าง“คดีครอบครองงาช้างแอฟริกา”ที่ คณิตตา กรรณสูต เมียเจ้าสัวเปรมชัย ตกเป็นจำเลย ก็ยังโดดลงมาเลกเชอร์กฎหมายเป็นตุ เป็นตะ สรุปว่าความได้ว่า“มาดามอิตาเลียนไทย”อาจรอดตัว .. ทั้งเรื่องเจตนาที่อ้างว่าเข้าใจว่าเป็น“งาช้างไทย”และได้รับมาเป็น“มรดกตกทอด”ตั้งแต่ปี 2524 และ“เจ้าของคนแรก”ได้เสียชีวิตไปแล้ว .. ไล่เรียงกฎบัตรกฎหมายอยู่พักใหญ่“ พี่ศรี”ฟันธงเปรี้ยง“น่าจะขาดอายุความ”แก้ต่างให้กันเสร็จสรรพ .. ทว่า “บิ๊กปู”อาจจะหลงลืมว่า เราเพิ่งมี พระราชบัญญัติงาช้างฉบับใหม่ เมื่อต้นปี 2558 นี่เอง ..

กระทุ้งกันอีกรอบ ..“ป้ามล”ทิชา ณ นคร อดีตสมาชิกสปช. บุก“ค่ายสนามบินน้ำ”สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทวงความคืบหน้า กรณีการตรวจสอบ“ลุงป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กับปมครอบครอง “นาฬิกาหรู”25เรือน มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท .. ที่แม้ “ป้ามล”และสังคมจะรู้เต็มอกว่า ผลสอบจาก“ป.ป.ช.สายตรงวงษ์สุวรรณ”ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ จะออกมาหน้าไหน แต่ก็อยากให้แบไต๋กันออกมาให้รู้แล้วรู้รอด .. ข่าวจาก“สนามบินน้ำ”แจ้งว่า นอกจาก“ลูกเล่น” ของ “ผู้ถูกกกล่าวหา”ที่ดึงเช็ง ขอเลื่อนการส่งคำชี้แจงแล้ว ที่เรื่องนี้“อืดเป็นเรือเกลือ”ก็ด้วย “ป.ป.ช.คนหนึ่ง”ที่เป็นประธานอนุฯ สอบปม “โคตรนาฬิกา”กำลังเมามันอยู่กับการจัดวาง โยกย้ายบุคลากรระดับสูงของป.ป.ช. .. เป็นป.ป.ช.คนที่ว่าช่วงนี้ขึ้นหม้อ จนเรียกได้ว่า“ไฮพาวเวอร์”มีบทบาทในแทบทุกเรื่องภายในสำนักงานป.ป.ช.ยุคนี้ และเข้าไป “ล้วงลูก”การแต่งตั้งแบบ“เล่นพรรคเล่นพวก”เสียยิ่งกว่าคนเป็นประธาน จน“คนในป.ป.ช.” ร้องจ๊าก ..

เสิร์ฟกันไม่ยั้ง .. ทั้ง“งบไทยนิยม”ลอตแรก 3 หมื่นล้านบาทจาก“งบกลาง”ที่เคาะไปวางบนตัก“บิ๊กป๊อก”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย .. หรือ วันนี้ (22 มี.ค.) ที่เป็นคิวของ“สภาฝักถั่ว”สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)เตรียมพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2561 หรือ "งบฯกลางปี"วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ที่ “ครม.ลุงตู่”ชงเข้ามา .. แล้วที่จริงก็ไม่ต้องเปลืองไฟ เปลืองแอร์ เปิดประชุมให้วุ่นวายด้วยซ้ำ เมื่อทางสนช.ก็พร้อมรับลูก เตรียมพิจารณาทีเดียว 3 วาระรวด แบบที่ “รัฐบาลเลือกตั้ง”ได้แต่อิจฉา .. โดยอ้างว่า"รัฐบาล คสช."มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินในการดำเนินการตาม“โครงการเร่งด่วน”ของรัฐบาล เอาที่สบายใจ ..

ที่ทักขึ้นมาก็ด้วยมีตัวเลขล่าสุดที่น่าเป็นห่วง เมื่อปรากฏว่า เกือบ 4 ปีในยุคคสช.เรืองอำนาจ ยอดการขาดดุลงบประมาณเฉียด1.8 ล้านล้านบาท ที่เกือบเท่างบประมาณรายจ่ายต่อปี ของประเทศเข้าให้แล้ว .. แล้วตัวเลข 1.8 ล้านล้านบาทที่ตั้งเป็น“งบฯขาดดุล”ก็แปลว่า รัฐบาลต้องกู้เงินมาชดเชยสถานเดียว .. ที่มันน่าเจ็บใจ ก็ด้วยตัวเลขที่สูญเสียไป กลับไม่มี “มรรคผล”ปรากฏเป็นรูปธรรมแก่ส่วนรวมแต่อย่างใด .. แม้ทางรัฐบาลอาจจะอ้างว่า เอาเงินไปถมกับโครงการระยะยาวแบบ“หว่านพืชหวังผล”อันนั้นก็พอเข้าใจได้ .. แต่สิ่งที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ กลับกลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด .. ซ้ำร้ายงานวิจับวิชาการของ ม.หอการค้า ที่สรุป ดัชนีคอร์รัปชัน เมื่อสิ้นปีก่อนออกมายังระบุว่างบประมาณกว่าครึ่งของประเทศหมดไปกับเรื่องโกงกิน .. ตีมูลค่าออกมาแล้ว ในยุคคสช. มีงบประมาณจากภาษีประชาชนตกหล่นไปแล้วกว่า 9 แสนล้านบาท หรือกว่าครึ่งที่ “รัฐบาลลุงตู่”ตั้ง “งบฯขาดดุล”ไว้ .. น่าจะเป็นคำตอบได้ว่า ภาษีของเราๆ ท่านๆ รวมทั้งหนี้ผูกพันของประเทศที่รัฐบาลนี้ก่อขึ้น หายไปไหนโหม้ดดดดด.

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0