Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

แก้วกาแฟเกือบปลิวแล้ว! “ดิว” เดือด เผชิญหน้า “ซีแนม” กลางศาล นัดไกล่เกลี่ยอีกครั้ง 24 ส.ค

16 กรกฎาคม 2561, 6:17 น.
22 0
แก้วกาแฟเกือบปลิวแล้ว! “ดิว” เดือด เผชิญหน้า “ซีแนม” กลางศาล นัดไกล่เกลี่ยอีกครั้ง 24 ส.ค

เผยแพร่: 16 ก.ค. 2561 13:17 ปรับปรุง: 16 ก.ค. 2561 15:10 โดย: MGR Online

“ดิว อริสรา - ซีแนม” เผชิญหน้ากลางศาลไกล่เกลี่ยเรื่องหุ้นส่วนธุรกิจร้านทำเล็บ แต่เอกสารไม่พร้อม นัดไกล่เกลี่ยอีกรอบ 24 ส.ค. ฝ่ายดิวแจงคืนเงินแน่ แต่ติดปัญหาเรื่องฟ้องเจ้าของตึก 2 ล้าน ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน งงถือหุ้นใหญ่สุด 60 เปอร์เซ็นต์ ลงเงิน 3.6 ล้าน คู่กรณีลงแค่ 6 แสน คนเจ็บต้องเป็นตนหรือเปล่า แฉอีกฝ่ายชี้หน้าด่าและขู่ทำลายชื่อเสียงก่อน “หนูนา หนึ่งธิดา” พร้อมแถลงเป็นพยาน ทนไม่ไหวเจอหน้าปุ๊บพุ่งเข้าใส่ตน บอกหวิดปาแก้วกาแฟใส่แล้ว ด้านซีแนมเปิดใจรอเคลียร์ทุกวัน ใช้สิทธิ์เรียกร้องความถูกต้อง .

ซีแนม : “วันนี้เป็นการได้เจอกันหลังจาก 5 - 6 เดือน ที่เราพยายามตามและไม่เคยได้คุย ได้เจอเลย ก็ได้เจอกันวันนี้ค่ะ คุยรอบนอกก็ไม่มี เพราะอย่างที่บอกเขาไม่เคยคุยอะไรกับเราแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งๆ ที่เราอยากคุยด้วยดีๆ มาตลอด จนกลายเป็นต้องขึ้นศาล เขาไม่ทัก ไม่มอง ไม่คุยอะไรเลยค่ะ”

จริงๆ วันนี้เป็นนัดชี้สองสถาน และก็สืบพยานโจทก์ แต่ส่วนของฝั่งจำเลยเองเขาก็ยื่นคำให้การเข้ามา และแจ้งความประสงค์ว่าจะขอไกล่เกลี่ยนะครั .

ทนายธนพัฒน์ : “ต้องคุยทั้งหมดเลย ตั้งแต่ที่ลงหุ้นกันว่าทำอะไรยังไงบ้าง และก็มีค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายอะไรต่างๆ ไปบ้างที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน และมีเงินเหลืออยู่เท่าไหร่ ทรัพย์สินที่มีเราจะจัดการกันยังไง หรือจะไปขายแล้วแบ่งกันยังไง นี่คือรายละเอียดที่จะต้องไกล่เกลี่ย”

เราตั้งใจและพร้อมทุกวัน เอกสารครบ คือเราพร้อมเจอทุกวัน วันนี้เราก็พร้อม แต่พอมาเจอเขาไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร เรารอได้ (ยิ้ม) เราอยากไกล่เกลี่ยอยู่แล้ว .

ผมว่ารอคุยพร้อมกับศาลท่านไกล่เกลี่ยดีกว่า ผลการไกล่เกลี่ยน่าจะจบง่ายกว่า ในส่วนของเงินผมว่าได้คืนอยู่แล้วแหละ แต่จะได้คืนเท่าไหร่นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง .

ตอนนี้ไม่ใช่ประเด็นเรื่องเงิน วันที่แนมโพสต์วันนั้นก็ไม่ใช่ประเด็นเรื่องเงิน แต่แนมอยากบอกให้ประชาชนรู้ว่ามันเป็นสิทธิ์ของทุกคน ที่มีสิทธิ์จะเรียกร้องความถูกต้อง .

ทนายธนพัฒน์ : “แต่แนวโน้มโอกาสที่จะตกลงกันได้ ผมก็มองว่ามีสูงนะครับในนัดหน้า วันที่ 24 สิงหาคม มันได้คืนอยู่แล้วเรื่องเงิน มันมีเงินเหลือก็ต้องคืนมั้ย นึกออกมั้ย แต่ว่าจะได้คืนเท่าไหร่ ตอนไหนแค่นั้น ตัวเลขเงินที่รวม 2 ท่านก็ประมาณล้านกว่าครับ”

เราเข้าใจและเห็นตรงกันว่าเราแค่ต้องการความชัดเจน ความถูกต้อง เท่าไหร่อะไรยังไงก็แค่เคลียร์กันไป แค่นี้เอง มันเป็นเรื่องง่ายๆ นะ แต่วันนี้เขาไม่คุยเลย เขาบอกเขาไม่พร้อม วันนี้ไม่พร้อม .

ทนายธนพัฒน์ : “มั่นใจมั้ย ผมก็ยังไม่กล้ายืนยันว่า 100 เปอร์เซ็นต์เนอะ ต้องรอดูก่อนว่านัดที่ไกล่เกลี่ยจะเป็นยังไง รอดูเงื่อนไขกับข้อเสนอของเขาว่ามันจะพอจบกันได้มั้ย คือต่างคนต่างต้องปรับเข้าหากันแหละ ไม่ใช่ว่าเราจะเอาอย่างเดียวและไม่ลดเลย หรือเขาจะมาตึงใส่ คือเราต้องปรับเข้ามากัน”

ในใจเราก็ยังอยากคุยอยู่ดี แม้กระทั่งเมื่อสักครู่เราก็พยายามจะมองหน้าน้องว่าจะคุยกับเรามั้ย เขาก็ไม่อยากที่จะคุยกับเรา .

เราตกลงกันด้วยใจ วันที่เราจบ เราควรจบกันด้วยใจ ไม่ใช่จบด้วยเรื่องที่มันไม่ดี เพราะแนมเกิดมาในวงการสิบกว่าปีไม่เคยมีเรื่องกับใครเลย จนวันนี้ก็ไม่อยากเช่นกัน .

สาเหตุที่ไม่เคยออกมาพูดใดๆ ทั้งสิ้นเพราะว่าถ้าพูดไปบางทีมันอาจจะมีกรณีโดนฟ้องหมิ่นประมาทได้ เลยให้มันสู่เข้ากระบวนการศาลก่อน .

คุณดิวกับทางหุ้นส่วนที่เป็นคู่กรณีกันได้ไปทำสัญญาเช่าตึก แต่เกิดมีปัญหาเกี่ยวกับสถานที่คือเจ้าของสถานที่ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ได้ .

มื่อหุ้นส่วนมีความเข้าใจผิดกันจะเอาเงินคืนอย่างเดียว แล้วก็ปัญหาที่มันเกิดเช่นไปฟ้องร้องกับบุคคลภายนอกซึ่งเป็นเจ้าของตึก สิ่งเหล่านี้ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ .

ไม่ใช่ไปป่าวประกาศผ่านสื่อหรือออนไลน์ต่างๆ ซึ่งต่อให้ทางเราจะไม่ดำเนินคดีอยู่แล้วเพราะเป็นเพื่อนกัน แต่มันสร้างความรู้สึกที่ไม่ดี สร้างความกระทบกระเทือนจิตใจระหว่างคนที่เป็นหุ้นส่วน ในขณะนี้เราก็ต้องให้ข่าวด้วยความระมัดระวังเพราะคดีจะมีการไกล่เกลี่ยในวันที่ 24 สิงหาคม 2561 .

แต่หุ้นที่ดิวถือคือ 60 เปอร์เซ็นต์ เงินสองล้านกว่าบาทสำหรับเขา 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ของดิวมันคือล้านกว่าบาทเลยนะคะ .

ถ้าดิวเป็นคนถือหุ้นแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็คงไม่เป็นคนโหวตจะไม่ฟ้องร้องเหมือนกันเพราะไม่อยากมานั่งเสียเวลา แต่ทุกคนก็ต้องเห็นใจดิวด้วยว่าดิวเป็นหุ้นที่เยอะที่สุ .

ความจริงเราทำธุรกิจกันมันต้องออกเสียงกันตามจำนวนหุ้นหรือเปล่า ในจำนวนเงิน 6 ล้านบาท ดิวลงเงินไป 3.6 ล้านนะคะ เขาลงไป 10 เปอร์เซ็นต์ คือแค่ 6 แสนบาทเอง ถ้าจะเจ็บมันต้องเจ็บที่ดิวหรือเปล่า .

จริงๆ ดิวเป็นคนนัดเองด้วยซ้ำว่าจะคืนเงินให้กับทุกคน แต่วันนั้นมันมีปัญหา เขาชี้หน้าด่าและขู่ดิวว่าจะทำลายชื่อเสียง .

“เรื่องที่บอกว่าไม่มีการพูดเรื่องคืนเงิน ดิวมั่นใจว่าไม่จริง เรานัดคุยกันวันนั้นแล้วที่สถานที่หนึ่ง แล้วก็มีการชี้หน้าด่าดิวตรงนั้น รวมถึงเขาท้าบางสิ่งบางอย่างที่เป็นไปด้วยอารมณ์ทั้งสิ้น ซึ่งดิวไม่ได้ท้าเขานะ เขาท้าดิวนะ”

จบด้วยกัน รับผิดด้วยกัน กำไรด้วยกัน เมื่อมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบ ไม่ใช่มาทิ้งภาระให้บุคคลอื่น .

เขาบอกให้ดิวรับจบไปเลยคนเดียว หมายความว่าเงินซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ทำไมดิวไม่รับจบไป ใส่ของแพงทำไมไม่รับจบไป ซึ่งอ้าว...ทำไมดิวต้องรับจบ .

ดิว : “ดิวก็เป็นคนใช้เงินเก่ง แต่ดิวก็เป็นคนหาเงินมา แล้วทั้งนี้ทั้งนั้นดิวก็ไม่ได้เอาส่วนนั้นไปใช้ ลองคิดกันดูดีๆ ลองคำนวณกันดูดีๆ มันพอมั้ยล่ะ ที่เราใช้ไป มันมองกันง่ายๆ มันไม่ใช่หรอกค่ะ”

ดิว : “ไม่ใช่หรอกเพราะมันมีกรณีอีกคดีนี้อยู่ด้วยไง แล้วเรากับเขาคุยกันไม่รู้เรื่อง เราก็ไม่รู้ว่าจะทิ้งหุ้นเรามั้ย หรือจะยังไง คือถ้าคุยกันรู้เรื่องอย่างในกรณีบางคน ยกตัวอย่างน้องหนูนา หนึ่งธิดา หนูนาพร้อมให้พี่ทุกคนไปสัมภาษณ์ได้เลย หนูนาไม่มีปัญหาเลย”

ทนายสาคร : “เดี๋ยวครั้งหน้าเราจะเชิญเขามาด้วย ว่าหุ้นส่วนคนอื่นที่ว่ายังไม่ได้รีบเงินคืน เขามีความรู้สึกยังไง”

หนูนาเขาไม่อยากทำให้ดิวรู้สึกว่าเขาทิ้งดิว แต่อย่างอีกกรณีบางคนที่ดิวคืนไป คือหนึ่งเขาเดือดร้อน เขามาคุยกับดิวแบบดีๆ แล้วเราคุยกันเข้าใจ .

หุ้นส่วนสองคนเข้าใจ หนูนาเข้าใจเลย ให้เงินยังไม่เอาเลย ส่วนอีกคนอันนั้นเราก็คืนกันส่วนตัว เพราะเขาเดือดร้อน .

อาจจะได้บรรลุข้อตกลงว่ายอมรับค่าใช้จ่ายที่มันจะเกิดขึ้น แล้วก็ยอมรับเงื่อนไขที่เราเสนอบ้าง ไม่ใช่ฝั่งเขาเสนออย่างเดียว .

ดิวไม่ใช่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลย ถ้าดิวพูดอะไรไป เดี๋ยวจะมาฟ้องดิวไง เพราะเขาพูดอะไรไปทุกอย่างครอบคลุม คือคิดมาแล้ว บอกตรงๆ ว่าคิดมาแล้ว ทุกอย่างที่ทำดิวรู้สึกว่าโดนดิสเครดิตอย่างหนักมาก .

โอ๊ย...ไม่มีใครมาเจอภาพสุดท้ายที่ดิวเจอเขานี่ คือภาพสุดท้ายที่เจอเขา อีกนิดหนึ่งเขาก็จะถึงตัวดิวอยู่แล้วนะ อีกนิดหนึ่งแก้วกาแฟดิวก็จะไปอยู่แล้วนะ .

ทนาย : “เอาล่ะ ให้บรรยากาศมันดีนะ เดี๋ยวรอศาลไกล่เกลี่ย ให้มันมีการไกล่เกลี่ยเกิดขึ้นแล้วเรามาดูความคืบหน้ากัน”

ดิว : “เรื่องส่งข้อความข่มขู่ เรื่องจริงมันไม่มี แล้วดิวก็เห็นเขาออกรายการแล้ว เขาก็บอกว่ามันไม่มี แต่ดิวก็ไม่รู้ว่าเขากำลังใช้สื่อเป็นเครื่องมือหรือมันเกิดอะไรขึ้น แต่ดิวว่าตัวเขารู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นยังไง ดิวไม่ใช่คนโง่นะ”

แต่มันมีคดีอื่นๆ ซึ่งสังคมยังไม่เคยทราบเลย ว่าเราไปฟ้อง เราเสียค่าทนายไปกี่แสน เราฟ้องเจ้าของสถานที่ยังไง เบื้องลึกเบื้องหลังในการทำสัญญาธุรกิจมันเกิดขึ้นไม่ได้เพราะอะไร หนึ่งเพราะสัญญาเช่ามันมีปัญหา สองหุ้นส่วนทะเลาะกัน จะได้อย่างเดียวมันไม่ได้ .

ดิวว่าทุกคนต้องเข้าใจอยู่แล้วว่าการทำธุรกิจมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก แล้วมันก็มีดีเทลเยอะ ที่ผ่านมาดิวไม่มีโอกาสมาพูดอะไร .

จริงๆ หนูนาบอกพี่ดิวเราทำต่อกันเลยมั้ย แต่ก็บอกว่าพักก่อนเพราะว่าเหนื่อยมากจริงๆ ต้องสารภาพเลยว่าประสบการณ์ครั้งนี้คือทำให้รู้ว่าบางทีดิวคิดน้อยเกินไป .

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0