Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

แค้นถูกหลอกใช้! ออแกไนซ์ลากไส้ “หม่อมหลวง” โกงเงินจัดคอนเสิร์ตการกุศล โขกค่าตัว “เดอะสตาร์” 1.5 ล้าน ยันมีคลิปเสียง!

14 กรกฎาคม 2559, 7:25 น.
23 0

เราจะจัดงานใหญ่ในสโมสรเพื่อฟันที่คุณรักจะจัดทุกปีที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แล้วในงานจะให้ลูกศิษย์ช่วยกันเพื่อหาเงินบริจาคเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากทำมาร่วมกันเกือบ 30 ปีต่อเนื่อง พอถึงสมัยของผมมาเป็นนายยกสมาคมมีดำริในใจอยู่แล้วว่าจะจัดงานใหญ่เพื่อครบรอบ 48 ปี .

ของพระองค์ท่านก็เยอะกว่าเราอีกเพราะว่าท่านทำไปทั่วประเทศเลยแต่ของเราจะมีหน่วยพระองค์ท่านของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่ออกไปสู่ชายแดนต่างๆ แล้วมีค่าใช้จ่ายเยอะพอสมควรในปีหนึ่งที่ไปทำให้กับนักเรียนชายแดนทำมาเป็นหลายสิบปีเช่นเดียวกัน .

มองทางสังคมทันตแพทย์คงมีเงินเยอะจริงๆ บางคนในทีมอย่าเพิ่งคิดว่าแต่ละคนมันจะเหมือนกันนะครับ เพราะบางคนมีกรรมเก่าของเขาที่ไม่ค่อยดีชาติก่อนชาตินี้เราก็ไม่รู้ .

คือผมไม่รู้จักส่วนตัวมาก่อนเลย รู้จักเพราะลูกน้องผมซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เก่าของที่ผมเคยเกษียณ เขาเป็นลูกน้องผมเสร็จแล้วเขารู้จักกับผู้ควบคุมคนนี้ร่วมกับเป็นกรรมการมูลนิธิด้วยกัน มีการเล่าผลงานให้ผมฟังหลายอย่างมาก .

บวกไปซัก 10% ค่าแสงสีเสียงดนตรีของเราก็ให้บอกไป 10% เป็นค่าดำเนินการเรา ถึงได้เชิญตั้งแต่งานราตรีได้เชิญมาคุยกันว่าจะช่วยจัดได้มั้ย ท่านก็บอกว่าได้แล้ว ก็จะเอานักร้องมามีใครบ้าง พอบอกชื่อมาเราก็ชื่นชม มีตั้งแต่ 8 คน นักร้องที่จะมาจากเอ็กแซ็กท์ แต่ละคนเป็นดาราดังทั้งนั้นเลย เ .

ถ้าออแกไนซ์ประมาณ 7 แสน เราก็มาหารเลยครับว่าสมมุติจำเป็นต้องช่วยไม่ควรจะเกิน 3.5 ล้าน ก็เลยทำบัดเจ็ตกับสมาคมไว้ว่าขอ 3.5 ล้าน .

แต่จริงๆ ในการทำงานอะไรก็ตามยังไม่เสร็จสิ้นไม่ได้ขอใบเสร็จอยู่แล้วเพราะมันต้องจบงานแล้วมาเคลียร์เงินต้องเอาใบเสร็จมาดูกันว่าจริงๆ ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ก็เลยทยอยให้ไปรวมทั้งสิ้น 2.6 ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ผมก็ยอมรับว่าผมให้ไปด้วยความไว้วางใจจริงๆ .

“ธรรมะก็บอกไว้ว่าคนที่เราไว้ใจที่สุดมีสิทธิ์ที่จะโกงเราได้ มีคนตำนิผมว่าทำไมถึงปล่อยให้เขาโกงไปได้ผมก็ขอชี้แจงเลยว่าเพราะความไว้วางใจครับเราจ่ายไปที่ละต่อจนเป็น 2.6 ล้านก็เหลือก้อนสุดท้าย พอผมจัดคอนเสิร์ตปรากฏว่าคอนเสิร์ตไม่ได้ดั่งใจเลยเราเคยจัดคอนเสิร์ตใหญ่มากนะครับ ตอนนั้นครั้งที่ 1 ก็เป็นวงดนตรีของอาจารย์สุกรี เจริญสุขซึ่งมีดนตรีตั้ง 100 ชิ้นซึ่งเป็นวงดนตรีของเอสตาร์ครับ แต่งานนี้เคยบอกแล้วว่าประธานมูลนิธิท่านพูดว่าต้องวงดนตรีที่ใหญ่กว่างานราตรีที่เราจัดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา"

ผลปรากฏว่าในงานจริงๆ วงดนตรีแค่ 5 ชิ้นแสงสีเสียงก็ธรรมดาๆ ไม่มีอะไรเลย แล้วพอสุดท้ายพองานจบปรากฏว่ามาเบิกเงิน 3.5 ล้านเต็ม ผมก็คงยังคิดว่าถ้าได้เงิน 3 ล้านได้งานแค่นี้ท่านควรจะมาเคลียร์กับเรา ควรเอาเงินมาคืนผมด้วยซ้ำ .

ผมเลยเชิญอาจารย์รัตนาซึ่งเป็นนายกฯ มาช่วยจัดการเรื่องนี้หน่อย ต่อรองเรื่องราคา ผมก็บอกว่า 3.5 ล้านมันไม่สมเหตุสมผล หมอรัตนาเลยบอกน่าจะให้หมอประดิษฐ์ดีกว่าเพราะหมอประดิษฐ์เป็นคนพูดเก่งพูดตรงไปตรงมา .

ผมมีเงินอยู่แค่นี้เพราะผมขอสมาคมไว้แล้ว คุณเชนเขาก็จัดมาให้อย่างดี มีนักร้องดังๆ 5 คนวันนั้นมีกัน เดอะสตาร์ ประมาณ 4 - 5 คน มีแก้ม วิชญาณี มาด้วย เราก็ดีใจมากเลย เขาก็กระซิบบอกผมว่างานครั้งนี้เขาบริจาคให้มูลนิธิ 260,000 บาท เขาบอกกับผมอย่างนี้ ผมก็งงๆ บริจาคยังไงผมเพิ่งให้ไปหนึ่งแสน มาบริจาคยังไง 260,000 บาท .

มไม่เข้าใจเลยแต่มีข้อเดียวที่เอะใจคือค่านักร้อง 1.5 ล้านบาท ผมก็เลยสงสัยนักร้อง 8 คนจะรู้ได้ไงว่า 1.5 ล้าน .

ถ้าจะขอค่านักร้อง 1.5 ล้าน ผมขอให้ทางต้นสังกัดซึ่งเป็นแกรมมี่ส่งใบค่าตัวมาเป็นการยืนยัน ว่าเป็นค่าตัวนักร้องจริงๆ 1.5 ล้าน ทางนั้นเขาก็ไม่มีแล้วก็หายไป สักพักโทร.มา คุยไปคุยมาสุดท้ายเขาก็ทำรายการมาว่าค่านักร้องคือ 800,000 กว่าบาท .

“ตอนที่ต่อเขา 500,000 บอกเขาลดได้ 1 แสนบาท เขาเอาไปบริจาคในมูลนิธิก็แล้วกัน เราไม่มีข้อมูลจริงๆ แต่เขาก็ยืนยันว่าขอต่อขอลดราคามากกว่านี้เพราะเราต้องการได้เงินมาช่วยมูลนิธิ จริงๆ ต้องการช่วยเหลือตามโครงการจริงๆ พอสุดท้ายต่อรองได้ 250,000 เราก็มาแจงทางอาจารย์ว่าตกลงเขายอมลดให้ 250,000 บาทเดี๋ยวอาจารย์ก็จัดการต่อเพราะผมไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวให้คุนเชนเล่ารายละเอียดอีกทีนะครับ”

“ขออนุญาตเริ่มเลยนะครับ สรุปแล้วโปรเจกต์มีเงินตั้งไว้ตั้งแต่แรกคือ 3.5 ล้านแต่ไม่ได้หมายความว่าอาจารย์จะให้ใช้ถึง 3.5 ล้านจึงเกิดการต่อรองขึ้นบวกกับอีก 100,000 บาทที่ใช้ในการแถลงข่าวทั้งหมดทั้งปวงมีเงินอยู่ 3.6 ล้านนะครับ ประเด็นของผมไม่มีอะไรมาก ผมรู้จักกับผู้ควบคุมการผลิตท่านนี้ในฐานะที่เป็นรุ่นพี่และรุ่นน้องที่อักษรศาสตร์ จุฬาฯ พอดีจบสถาบันเดียวกันเขาก็เห็นว่าผมทำอะไรมา อาชีพของผมคือผมทำอีเวนต์ ออแกไนเซอร์ ผมเป็นผู้จัดละคร ผมเป็นผู้จัดการดารา ผมสอนหนังสือ หลายอย่างนะครับ เขาเห็นผมว่าทำงานตรงนี้มานานเขามาชวนผม การชวนครั้งแรก ได้โทร.ติดต่อผมมาแล้วก็ถ้านัดหมายพูดคุยเจรจากับผมที่สยามพารากอน ที่เราจะจัดงานกัน การพูดคุยครั้งแรกเกิดขึ้นโดยมีเจ้าตัวและบวกกับเจ้าหน้าที่ ที่ขึ้นตันด้วย ห. แล้วก็อีกหนึ่งคนที่ผมเขียนไว้ในเฟซบุ๊กของผมว่าเป็นนักข่าวสายข่าวราชสำนัก ป.”

ส่วนหนึ่งจะถวายท่านเพื่อเข้ามูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก ผมก็บอกว่าผมยินดีที่จะช่วย เพราะว่าทางบริษัทของผมจะบริจาคให้อยู่แล้วกับองค์กรการกุศลต่างๆ ตามกำลังที่ผมมีอยู่ ผมก็ถามว่าแล้วจะให้ผมช่วยอะไรบ้าง .

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดงานครั้งนี้คือ 260,000 บาท ผมก็พูดกับอาจารย์ อาจารย์ก็มองหน้าผม งงไปงงมา ผมก็ไม่รู้เรื่อง ผมก็โอโค ก็ขอบคุณกันก็จบ จบกันไปเสร็จผมก็ดำเนินการไปเรื่อยๆ ในเรื่องของการทำงานที่จะเกิดขึ้นจริง ในวันที่ 1 พฤษภาคม .

ประชุมครั้งนั้นก็เดินออกมากับ 3 คน ผู้ควบคุมการผลิต แล้วก็เจ้าหน้าที่ทางมหิดล แล้วก็นักข่าวคนนั้น ผมก็ถามต่อหน้าเขาตอนนั้นก็เข้าใจว่าอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่ ทำไมทางสมาคมจะจัดงานไม่มีบัดเจ็ตสักบาทเลยเหรอ ค่าใช่จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาค่าวงดุริยางค์ จะให้ผมออกอีกเหรอ .

ผมก็โอเคไม่มีบัดเจ็ตตั้งเอาไว้แล้วจะทำยังไง ท้ายสุดนะครับ ผู้ควบคุมการผลิตก็โทร.มาบอกผมเอาแบบนี้นะเงินค่าวงดุริยางค์เดียวพี่จะช่วยให้เป็นเงินส่วนตัวของพี่ จะช่วยสมทบทุนให้เราก็โอเค ยินดี .

ลูกน้องเป็นคนโทร.บอกว่าถามถึงเรื่องของใบอนุโมทนาว่าเมื่อไหร่จะได้เพราะมันสิ้นเดือนแล้วตัวผมเองทำงานในรูปแบบบริษัทเอาเงินออกไปผมก็ต้องมีเรื่องขอราคาว่าผมเอาเงินออกไปทำอะไรบ้าง ต้องชี้แจงให้ได้เช่นเดียวกัน .

ผมเลยบอกว่าใบขอบคุณผมไม่ต้องการคนมาขอบคุณผมเยอะแล้ว พอแล้ว ขอใบอนุโมทนานะ ขอนะ เขาก็บอกว่าให้ไม่ได้ ผมเลยถามว่าทำไมให้ไม่ได้ ก็มันมีการตั้งเบิกจ่ายไปแล้วนี่เงินน่ะทำไมจะเอาเงินด้วยเอากล่องด้วย .

ก็ไม่สามารถตอบอะไรผมได้ ผมก็เลยบอกว่าเอาเบอร์มา เอาเบอร์ของนายกสมาคมมาเดี๋ยวผมจะขอนุญาตโทร.หานะครับก็ได้เบอร์ของนายกสมาคม เรื่องนี้ถือว่าสวรรค์มีตาเพราะตอนที่ผมโทร.มาชื่อจริงของผมชื่อประดิษฐ์ .

มีหัวข้อเรื่องของค่าออกแบบเวที ค่าจัดทำเวที ค่าอุปกรณ์แสงสีเสียง ค่าอุปกรณ์เทคนิค ค่าเช่ารถบรรทุก ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ ค่าจัดทำวิดีโอ ค่า OB ค่าซาวด์คอนโทรล .

มเห็นสเปกผมจะรู้ทันทีว่าราคาตลาดควรจะอยู่เท่าไหร่ สำหรับกรณีทางลูกน้องกับทางที่เอาแสงสีเสียงโดยคนที่เป็นนักข่าวที่ชื่อ ป. เป็นคนเอาแสงสีเสียงแล้วเรื่องกล้องเขามา .

คอนเสิร์ตมีนักร้องแค่ 9 คนเดอะสตาร์ 8 คน KPN 1 คนแต่ไวเลสกลับคิดตั้ง 23 ตัวไม่รู้ว่าให้ใครร้องนะครับ ก็มีแค่ 9 คนนะครับ ต่อไปค่าโปรเจกเตอร์และค่าวงโยธวาธิตกลับมาปรากฏอยู่ในนี้ทั้งๆ ที่บอกว่าเงินส่วนตัวช่วยเหลือนะครับ ค่าลำโพงค่าบริหารจัดการไม่มีนะครับ .

เพราะว่าจริงๆ ค่าเรียบเรียงเสียงต่อเพลงถ้าในท้องตลาดจริงๆ แล้วคือเพลงละ 5,000 บาทต่อเพลงนะครับ แต่นี่ 29 เพลงทำไมถึงเป็นแค่ 15,000 แต่ในความเป็นจริงผมก็บอกอาจารย์ว่า 29 เพลงไม่ใช่นะครับ เพราะนักร้องเดอะสตาร์มาร้องเพลง .

พราะฉะนั้นการซ้อมที่บอกว่าจำนวน 5 คิวเกิดขึ้นจริงๆ แค่ 1 คิว เพราะวันจริงเราก็ถือว่าเป็นวันซ้อม คือการแสดงสดแล้วก็จำนวนไม่สูงมากถึง 250,000 บาท ผมว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับค่านักดนตรี 5 คนแล้วจะคิดค่าใช้จ่ายถึง 250,000 บาท เพราะฉะนั้นตรงนี้ของอาจารย์หายไปอีกหลายแสนนะครับ .

และคำว่าไม่ใช่ของผมในที่นี้หมายความว่าการบริหารจัดการทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่ผู้ควบคุมการผลิตท่านนั้น อยู่ที่บริษัท ผมเป็นคนทำทั้งหมด เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายในเรื่องของการบริหารจัดการไม่น่าจะเกิดขึ้น .

คำตอบของผู้ควบคุมการผลิตท่านนี้ก็มาบอกผมว่าเงินที่ผมบริจาคให้อนุโมทนาให้ทั้งหมด 700,000 บาทนี้ ขอเป็นว่าหากเขายินยอมที่จะให้ผมไปรับเงินกับสมาคม 700,000 บาทผมก็ถามว่ามันเกี่ยวอะไรกัน .

ผมตั้งใจอยู่แล้วว่าผมจะบริจาคทุกบาททุกสตางค์ให้กับทางสมาคม ผมขออย่างเดียวขอให้ได้ใบอนุโมทนามาหักภาษีกับบริษัทผมเท่านั้น เขายืนยันว่าเขาจะยกเงินที่เหลือกับสมาคมอีก 7 แสนกว่าบาทให้กับผมแล้วก็จบกันไปนะครับ อันนี้ผมก็ถามว่าผมจะไปเอาเงินสมาคมได้หรือ .

ผมพูดกับเขาว่าให้พี่พิจารณาให้ดีก่อนที่ผมจะตัดสินใจทำอะไรลงไป เขาถามผมในโทรศัพท์ว่าผมจะทำอะไร ผมบอกว่าผมไม่ได้ทำอะไรร้ายแรงหรอกแล้วผมก็ไม่ได้ทำอะไรร้ายแรงจริงๆ สิ่งที่ผมทำแค่อยากโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวของผมเล่ากรณีที่เกิดขึ้นมาให้ฟังว่างานการกุศลครั้งนี้ ผมใช้แฮชแท็กว่างานกุศลกลายเป็นงานอกุศลนะครับ .

ตอนแรกผมตกลงกับเขาว่าเป็นงานการกุศล อยู่ๆ เสร็จงานแล้วผมจะขอมาเรียกเก็บเงินเขาก็พยายามจะหาเงินมาให้ผมให้ได้ 700,000 บาท แล้วทำไมคุณถึงต้องวิ่งไปหาเงินมาให้ผม 700,000 บาท ผมก็บอกว่าผมไม่ได้ต้องการเงินผมทำเพื่อที่ผมจะบริจาคเงินให้มูลนิธิเพื่อไปช่วยผู้ป่วย เพื่อไปเข้ามูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก .

ในส่วนของผมที่เสียหายผมชี้แจงไปแล้วว่าเสียหาย 700,000 บาทที่ผมเสียไปที่ตั้งใจบริจาคให้องค์กรการกุศล กลับไม่ถึงองค์กรการกุศล เสียหายหนักที่สองคือเสียหายในเรื่องของชื่อเสียงอย่างที่ไปโฆษณาว่าร้ายผม ในสังคมออนไลน์หรือว่าไปโพทะนาที่อื่นไปหมิ่นประมาทว่าผม .

ทางสมาคมก็ส่งตัวแทนไปลงบันทึกประจำวันไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าผมไปบันทึกประจำวันแล้วบันทึกข้อความเท็จผมจะโดนเล่นงานเอง .

ถ้าไม่งั้นก็ต้องดำเนินตามกฎหมายต่อ ข้อที่ 2 เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่เรา ก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบแล้วนะครับ .

ผมไม่ต้องเอาอะไรก็ได้ แต่อย่าลืมว่าเราคือคนไทยนะครับ เราทุกคนมีหน้าที่ที่จะช่วยกันป้องกันการทุจริตไม่ให้เกิดขึ้นทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่แล้ว ว่าถ้าเราปล่อยให้มันเกิดขึ้นมันอาจจะไปเกิดกับคนอื่นต่อแล้วมันจะเป็นความเสียหายระดับชาติต่อไปนะครับ .

ความเสียหายของผมนี้มูลค่าประมาณ 700,000 เท่านั้น แต่ความเสียหายของทางสมาคมมูลค่า 2 ล้านกว่าบาทเพราะฉะนั้นครับอาจารย์ก็ได้บอกไปเลยว่าทางสมาคมจะดำเนินจัดการกับทางกฎหมายต่อไป ทางผมเองในส่วนตัวผม ทางบริษัท มาสเตอร์พีช ออร์กาไนเซอร์ จะดำเนินไปตามกฎหมายคู่กับทางอาจารย์นะครับ .

แล้วเงินที่เข้ามายังอยู่ในบุ๊กของความโปร่งใสว่าไม่ได้เข้ามาส่วนตัวผม แต่เข้าไปมูลนิธิของธนาคารกรุงเทพนะครับ เป็นเงินคอนเสิร์ตโดยเฉพาะเลย ตอนนี้ยังไม่ได้ปิดเลยจริงๆ รวมแล้วประมาณ 7 ล้านกว่านะครับ .

รู้ตอนไหนว่ามีเงินตั้งไว้ 3,500,000 บาทตอบผมไม่ได้ ประเด็นที่สองเงิน 700,000 บาทของผมทำไมไปคิดกับอาจารย์ในเมื่อผมบริจาคแล้ว ประเด็นที่สามผมพูดว่าให้พี่คิดตัดสินใจให้ดีจะทำอะไรต่อไปขอให้เอาเงินมาคืนทางสมาคมให้เรียบร้อยแล้วก็มาคุยด้วยกันสามฝ่ายจะได้จบนะครับ .

พอผมถามรายละเอียดต่างๆ ก็ไม่สามารถที่จะชี้แจงอะไรอย่างที่ผมอธิบายว่าทำไมค่านี้เป็นอย่างนี้ ก็ไม่สามารถอธิบายอะไรให้ผมได้เลย ถ้าอธิบายได้ผมก็ยังเข้าใจได้ว่าโอเคมันเกิดอะไรขึ้น รายจ่ายจริงๆ มันเท่าไหร่แต่อธิบายไม่ได้ใบเสร็จก็ไม่มีนะครับ .

ลองคิดดูถ้าเป็นเงินของพี่น้องนักข่าวทุกคน เราตั้งใจจะไปทำบุญให้คนป่วยปรากฏว่าเงินมันไปอยู่กับใครซักคนหนึ่งเราจะรู้สึกยังไง ผมไม่ได้รู้สึกโกรธเกลียดแค้นเคืองอะไรไม่ได้รู้สึกเลย รู้สึกแค่ว่ามาคุยกันมาเจรจากันให้จบ ส่วนได้เงินไปเท่าไหร่ใช้เงินไปเท่าไหร่เอามาคืนเขาซะ แล้วจบ .

ทพ.นิติพันธ์ : “ก็คุยกับหมอประดิษฐ์ ที่ต่อรองราคาแล้วก็มาคุยกับคุณเชน ไม่ได้คุยกับเขา วันนี้ก็ติดต่อให้เขามาแต่เขาตอบว่าไม่ว่าง”

เชน : “ผมสรุปให้นะครับในส่วนตัวผมก่อนผมรู้จักกับท่านผู้ควบคุมการผลิตท่านนี้เพราะว่าเป็นรุ่นพี่ผมที่อักษรศาสตร์จุฬาฯ ที่ห่างกันไม่กี่ปีนะครับผมก็รู้จักชื่อเสียงในวงสังคมของเขาก็รู้จัก ชื่อเสียงโปรไฟล์ในการทำงานของผมอย่างที่บอกนะครับผมก็เชื่อใจว่ารุ่นพี่รุ่นน้องกัน ดูโปรไฟล์ว่าทำงานการกุศลมาเยอะก็น่าจะช่วยกัน แวดวงสังคมก็เจอกันเวลาออกงาน”

เราก็เชื่อในศักยภาพ เราเชื่อใจเราก็เรียนเชิญมาคุย เขาก็ยินดีที่จะมาช่วยจัดใช้คำว่าช่วยกันนะครับไม่ใช่ออแกไนเซอร์ช่วย ก็ได้คุยในลักษณะเหมือนว่าจะทำยังไงในแต่ละเรื่อง คณบดี เราแล้วก็ประธานมูลนิธิได้พูดไว้แล้วว่านโยบายไม่อยากได้ออแกไนซ์อยากให้จ้างเป็นอย่างๆ ไป .

มก็บอกเลยว่าผมคิดค่าใช้จ่ายเป็นต้นทุนก็จะเห็นว่าในเดือนพฤษภาคมผมทำงานการกุศลแล้วประมาณ 5 งานของสภากาชาดไทยของมูลนิธิอะไรต่างๆ เงิน 2.6 ล้านมีการเบิกจ่ายตั้งแต่ 17 ก.พ. - 25 เม.ย. ซึ่งเกิดก่อนงานคอนเสิร์ต ทยอยจ่ายเป็นงวดๆ .

การออกมาพูดแบบนี้เป็นคำพูดป้องกันตัวเองในระดับหนึ่งว่าไม่ผิด นอกจากที่ผมบอกว่าผมตกงานโน่นนั่นนี่ในฝั่งของสมาคมก็มีข่าวในสังคมออนไลน์ .

ผมไม่สามารถจะคาดเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะใหญ่โตแค่ไหนผมคาดเดาไม่ได้ เพราะว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวพันธ์กับหลายฝ่ายไม่ใช่แค่ผมแค่ 2 ฝ่ายยังมีฝ่ายที่ 3 4 5 6 เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้อาจารย์ได้ชี้แจงว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายผมก็ได้บอกว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายถ้าจะเจรจาอะไรก็ไปเจรจากันในศาล .

มารู้อีกทีหนึ่งก็ประมาณปลายเดือนมิถุนายนอาทิตย์ที่ 4 ของเดือน ส่วนเรื่องใบเสร็จคือตอนนั้นอยู่ในช่วงเจรจา ค่าใช้จ่ายที่ลงชื่อในการทวงเงินคือนักข่าว ป. .

ทพ.นิติพันธ์ : “ที่จริงมันเป็นหน้าที่ของเรานะ ก็พูดในแง่มุมที่อยากให้ตกลงกันได้ ไม่งั้นจะไปตกลงกันที่ศาล เรื่องก่อนหน้านั้นที่จะถูกรื้อฟื้นจะมีอะไรบ้าง มันไม่ใช่หน้าที่ของผมแล้ว”

จากที่ผมคุยโทรศัพท์ มีการอัดคลิปเสียงไว้ ความยาวเกือบ 1 ชม. มีการพาดพิงกันไปหลายฝ่าย มีการอ้างว่าเอาเงิน 300,000 กว่าบาทจ่ายให้กับทางเจ้าหน้าที่คณะไปจัดทำค่าประชาสัมพันธ์นะครับ .

ที่มา: manager.co.th

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0