Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

แนะใช้ ‘ทางเลี่ยง’ กลับบ้านปีใหม่ปลอดภัย...ถึงไวกว่าเดิม

26 ธันวาคม 2557, 3:56 น.
7 0

หลายคนในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครคงเตรียมตัวเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวสัมผัสกับบรรยากาศลมหนาวส่งผลให้การจราจรในเส้นทางที่ออกสู่ทุกภูมิภาคต่าง ๆ คับคั่งไปด้วยรถซึ่งต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน

เส้นทางเลี่ยงไปยังภาคตะวันตก

มีทั้งหมด 2 เส้นทาง 1. จากกรุงเทพมหานครใช้ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่าน จ.นครปฐม ผ่านไปยัง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เพื่อเดินทางออกสู่ จ.กาญจนบุรี 2.ใช้ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก ทางหลวงหมายเลข 9) ถึงต่างระดับบางบัวทองเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพลดำริห์ (ทางหลวงหมายเลข 346) ผ่านอำเภอบางเลน อำเภอกำแพงแสน เพื่อเดินทางสู่ จ.กาญจนบุรี

พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผู้บังคับการตำรวจทาง หลวง (ทล.) กล่าวว่า ตำรวจทางหลวงได้อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ซึ่งหากเลือกใช้เส้นทางข้างต้นก็ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัย อย่างไรก็ตามทางบก.ทล.คาดว่า ประชาชนจะเริ่มเดินทางออกต่างจังหวัดตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 26 ธ.ค. 2557 และช่วงวันที่ 30 ธ.ค. 2557 ดังนั้นอาจจะส่งผลให้การจราจรติดขัดเนื่องจากมีรถใช้ทางเป็นจำนวนมากเฉลี่ยความเร็วจะอยู่ที่ประมาณ 40-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้นเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก บก.ทล. ได้ประสานงานกับกรมทางหลวง (ทล.) เพื่อให้หยุดการก่อสร้างและคืนพื้นผิวถนนให้แก่ประชาชนตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2557-4 ม.ค. 2558

พล.ต.ต.สมชาย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในจุดที่เป็นคอขวด อาทิ บริเวณต่างระดับบางปะอิน ซึ่งถือว่าเป็นชุมสาย เพื่อออกไปยังภาคอีสานและภาคเหนือนั้นทางบก.ทล. จะมีการดำเนินการเปิดช่องการจราจรพิเศษหรือรีเวิร์สซิเบิลเลนตั้งแต่ช่วง กม.ที่ 50-กม.ที่ 80 ทั้งนี้การเปิดช่องการจราจรพิเศษนั้นจะพิจารณาเปิดเฉพาะกรณีที่มีปริมาณรถมากเท่านั้น เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และในจุดที่เป็นอันตรายที่มักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งจะมีการนำป้ายประชาสัมพันธ์และไฟส่องสว่างไปติดตั้งพร้อมทั้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อคอยแจ้งเตือนประชาชน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เป็นเนินเขาหรือทางลาดชันอาจจะส่งผลให้รถสามารถใช้ความเร็วได้น้อยลงด้วย ดังนั้นก็จะมีการเปิดการจราจรช่องพิเศษเพิ่มเติมด้วย

ประชาชนที่จะเดินทางออกต่างจังหวัดช่วงส่งท้ายปี คงจะต้องลองเปลี่ยนเส้นทางจากทางหลักมาใช้ทางเลี่ยงกันบ้าง ถึงแม้จะต้องอ้อมไกลกว่าเดิมอีกสักนิดแต่ก็ไม่ติดแหง็กนาน ๆ

ขอให้เดินทางไป-กลับโดยสวัสดิภาพกันทุกคน.

...................................................................................................

เที่ยวไป 1. หน่วยบริการประชาชนตำรวจทาง หลวงนาดี

ทางหลวงหมายเลข 304 (ตอนกบินทร์บุรี–วังน้ำเขียว) ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี

เที่ยวกลับ 1. หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงบ้านส้มทางหลวงหมายเลข 2 ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา

ภาคใต้ เส้นทางถนนพระราม 2–ถนนเพชรเกษม

เที่ยวไป 1. หน่วยบริการประชาชนตำรวจทาง หลวงวังมะนาว ทางหลวงหมายเลข 35 (พระราม 2) ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี

2. หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงบาง สะพานทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

3. หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงท่าแซะ ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

เที่ยวกลับ 1. หน่วยบริการประชาชนตำรวจทาง หลวงทับสะแกทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

2. หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงห้วยมงคล ถนนบายพาส ชะอำ-ปราณบุรี ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ภาคตะวันออก เส้นทางถนนสุขุมวิท

เที่ยวไป 1. หน่วยบริการประชาชนตำรวจทาง หลวงสวนสน ทางหลวงหมายเลข 3 ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง

เที่ยวกลับ 1. หน่วยบริการประชาชนตำรวจทาง หลวงนายายอาม ทางหลวงหมายเลข 3 (สุขุมวิท) ต.นายายอาม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี

สำหรับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถโทรฯ ได้ที่สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ทั่วประเทศโดยระบบจะมีการจับสัญญาณคลื่นโทรศัพท์ว่าประชาชนอยู่ในจังหวัดใดและจะมีการโอนสายอัตโนมัติ ไปยังหน่วยบริการที่ใกล้เคียง.

ที่มา: dailynews.co.th

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0