Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

'แรมโบ้อีสาน' เผยสาเหตุเปลี่ยนข้างจาก 'ทักษิณ' มาหนุน 'บิ๊กตู่'

22 กรกฎาคม 2561, 12:24 น.
85 0

“สุภรณ์” ให้สัมภาษณ์แบบเปิดใจกับ “คม ชัด ลึก” ว่า สาเหตุที่เขาออกจากพรรคเพื่อไทยเพราะ “น้อยเนื้อต่ำใจผู้ใหญ่ในพรรค” และยืนยันว่า “ไม่เกี่ยวกับทหาร”

“มันเป็นความเจ็บปวดลึกๆ ที่ผ่านมาผมทุ่มเทให้พรรคมาตลอด แต่สิ่งที่ผมและตระกูลอัตถาวงศ์ได้รับจากพรรคทำให้ผมเจ็บปวด และก็เหมือนได้จังหวะหลังจากทหารยึดอำนาจผมจึงประกาศเลิกเล่นการเมืองและไปลาออกจากพรรคเพื่อไทยตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557 ขอย้ำว่าไม่เกี่ยวกับทหาร ไม่เกี่ยวกับว่าผมเข้าไปอยู่ในค่ายทหาร 7 วันแล้วออกมาก็เปลี่ยนใจ ไม่เกี่ยวเลย แต่ที่ออกเพราะปัญหาในพรรค” .

สุภรณ์ ย้อมถามถึงคนที่ออกมาโจมตีเขาว่า “คนที่ออกมาด่า รู้ไหมว่าผมโดนอะไรในพรรค ผมอยู่พรรคนี้มาตั้งแต่ต้น ไม่เคยคิดย้ายพรรค”

“ด้วยความสัตย์จริง ผมไม่ได้สาบานอะไรต่อย่าโมหรอก ตอนที่ไปจุดธูปกราบท่านก็เพียงแต่ขอบคุณที่ท่านคุ้มครองให้ผมกลับมาอย่างปลอดภัย (หลังถูกทหารคุมตัวไว้ 7 วัน) แต่ตอนมาให้สัมภาษณ์ก็บอกตรงๆ ว่ามันเหมือนกลอนพาไป เพราะตอนนั้นมีความเจ็บแค้นอยู่ในใจจากเรื่องในพรรค เลยบอกว่าสาบาน แต่เมื่อสังคมเข้าใจไปแล้วว่าผมสาบาน ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมก็จะไปถอนคำสาบาน ตอนนี้กำลังดูอยู่ว่าจะไปวันไหน”

“การฝึกอบรบ อพปช. ก็เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์เท่านั้น ตอนนั้นกลุ่ม กปปส.มีการตั้งการ์ดขึ้นมา ผมจึงรวบรวมอาสาสมัครมาแสดงให้เห็นว่าเราก็มีกำลังเหมือนกัน ไม่ได้มีเจตนาจะใช้ความรุนแรงและไม่มีอาวุธ จะรุนแรงได้อย่างไรมีแต่คนแก่กับไม้ไผ่เท่านั้น และเวลาจะมีการฝึกอบรมก็แจ้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทราบด้วย เจตนาตอนนี้คือทำเพื่อเป็นสัญลักษณ์เท่านั้น”

ถามว่าจะเรียกว่าได้หรือไม่ว่าตอนนี้ “สุภรณ์” เลือก พล.อ.ประยุทธ์ เรียบร้อยแล้ว ไม่เลือก “ทักษิณ” แล้ว แรมโบ้อีสาน ตอบแบบไม่อ้อมค้อมว่า“พล.อ.ประยุทธ์ ท่านเข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมือง ท่านตั้งใจเข้ามาทำงาน และท่านก็เป็นคนโคราชด้วย ท่านก็ไม่ใช่คนไม่ดี ฉะนั้นจะเสียหายอะไรถ้าผมจะสนับสนุนลูกหลานย่าโม ที่จะช่วยพัฒนาโคราชได้ ทำให้บ้านเมืองเดินไปได้ ถ้าท่านมาตามกติกา ผมก็พร้อมจะสนับสนุนท่าน”

สุภรณ์ ย้ำอีกครั้งซึ่งสะท้อนถึงปมที่อยู่ในใจว่า “ที่ไหนที่ให้เกียรติเรา ที่ไหนที่ทำงานด้วยแล้วสบายใจ ก็เลือกตรงนั้น”

“ตอนที่ผมออกมาจากค่ายทหารแล้วประกาศเลิกเล่นการเมือง คนในพรรคก็ออกมาโพสต์ด่า ส่งข้อความมาด่า ตอนนั้นมีการไปพูดถึงขนาดว่าผมเอาชื่อแกนนำไปให้ทหารไล่ล่า ซึ่งไม่เป็นความจริง วันนี้พอผมจะไปอยู่พรรคอื่นก็ออกมาด่า ผมไม่เข้าใจในเมื่อผมก็ไม่ได้เป็นคนในพรรคแล้ว จะมาด่าผมทำไม จะไปไหนก็เป็นเรื่องของผม”

รอดูว่าการขยับกลับเข้าสู่การเมืองของ “แรมโบ้อีสาน” จะสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างไรหรือไม่ และสุดท้ายใครจะได้รับบทเรียน “สุภรณ์” หรือพรรคเพื่อไทย ?? .

ที่มา: bangkokbiznews.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0