Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

ใจยักษ์ใจมาร!! “วิสา-สมศักดิ์ เจียมฯ-จรัล”ป่วยหนัก “นายใหญ่ดูไบ”ไม่สนใจใยดีแม้แต่น้อย **ศีลเสมอกัน!!“เสี่ยหนู-เสี่ยโจ้”สาดโคลนกันเละ **“ลุงหัวร้อน”ชักปืนขู่แท็กซี่ ที่แท้ “ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช.” **“ไอ้โป้”เจอ 2 คดีหนัก “ชวนเล่นพนัน-ฟอกเงิน”

16 ตุลาคม 2561, 22:09 น.
54 0
ใจยักษ์ใจมาร!! “วิสา-สมศักดิ์ เจียมฯ-จรัล”ป่วยหนัก “นายใหญ่ดูไบ”ไม่สนใจใยดีแม้แต่น้อย **ศีลเสมอกัน!!“เสี่ยหนู-เสี่ยโจ้”สาดโคลนกันเละ **“ลุงหัวร้อน”ชักปืนขู่แท็กซี่ ที่แท้ “ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช.” **“ไอ้โป้”เจอ 2 คดีหนัก “ชวนเล่นพนัน-ฟอกเงิน”

เผยแพร่: 17 ต.ค. 2561 05:09 โดย: นกหวีด

**ใจยักษ์ใจมาร!! น่าอดสูชะตากรรม “ผู้ต้องคดีร้ายแรง”ลี้ภัยต่างแดนใกล้ซ้ำรอย “อภิวันท์ วิริยะชัย”ที่เอาชีวิตไปทิ้งที่ฟิลิปปินส์ ทั้ง“วิสา-สมศักดิ์ เจียมฯ-จรัล”ที่ป่วยหนัก จน “คนเห็นต่าง”ยังอดเห็นใจไม่ได้ ผิดกับ“นายใหญ่ดูไบ”ที่เร่ร่อนเสพสุข ไม่สนใจใยดีแม้แต่น้อย ทั้งที่คนเหล่านี้เคลื่อนไหว “เป็นคุณ”ต่อ“ระบอบทักษิณ”มาตลอด .

ไปตายเอาดาบหน้า .. คำสั่งเสียของ“ผู้ต้องคดีร้ายแรง-นักโทษการเมือง”ที่ให้ไว้กับคนใกล้ชิดก่อนหลบลี้หนีคดีไปอยู่ในต่างแดน .. โดยเฉพาะหลังรัฐประหาร 22 พ.ค.57 ที่ทั้งแกนนำ-แกนตาม“คนเสื้อแดง”หนีเอาตัวรอดราวกับ “ผึ้งแตกรัง”กระจัดกระจายไปคนละทิศทาง .. ผ่านไป 4 ปีกว่า หลายคนที่ยังมีแรง ก็วนเวียนโลดแล่นในโลกโซเชียล ส่งสัญญาณป่วนประเทศบ้านเกิดไม่หยุดหย่อน .. แต่อีกหลายคนเริ่มโรยรา ใช้ชีวิตลำบากลำบน ไม่เหมือนอยู่ในมาตุภูมิ จนใกล้“ไปตายเอาดาบหน้า”ดั่งที่สั่งเสียไว้จริงๆ .. มีกรณีตัวอย่างให้เห็นแล้วกับรายของ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาฯ ที่ต้องเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ไม่กี่เดือนหลังคสช.เข้ามายึดอำนาจ .. ล่าสุด สมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตผู้ต้องโทษคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพิ่งพ้นโทษไม่กี่เดือนก่อน ได้เดินทางไปยุโรป .. ก่อนเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึง “เพื่อนร่วมอุดมการณ์”ที่บัดนี้ล้วนแล้วแต่ตกระกำลำบากในต่างแดนถ้วนหน้า .. โดยเฉพาะรายของ “1ใน 13 กบฎ 14 ตุลาฯ 16”อย่าง วิสา คัญทัพ เจ้าของบทกวี-บทเพลงเพื่อชีวิตอมตะมากมาย ที่ตอนนี้เป็นโรคพาร์กินสัน .. หลังหนี “อำนาจเผด็จการ”ไปพักอาศัยอยู่กับภรรยา ไพจิตร อักษรณรงค์ ที่เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี .. ใช้ชีวิตปกติก็ลำบากอยู่แล้ว พูดจาภาษาต่างแดนก็แทบไม่ได้ ยังต้องเจอค่ารักษาโรคร้ายที่แพงระยับ หมดสิทธิ์เข้าโปรแกรม 30 บาท เหมือนอยู่เมืองไทย .. ข่าวว่าก่อนป่วยหนัก “วิสา”ที่ปัจจุบันอายุใกล้เต็ม 70 หกล้มจนอาการรุนแรงขึ้น แม้จะมีผู้เกลี้ยกล่อมให้กลับมารักษาตัวที่เมืองไทย แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธ ..

**ศีลเสมอกัน!!“เสี่ยหนู-เสี่ยโจ้”สาดโคลนกันเละ ฝ่ายหนึ่ง “กัดไม่ปล่อย”ท้วง “นายกฯตู่”ทบทวน “หน.ภูมิใจไทย” เรียน วปอ. แล้วยังตามจับผิดเช็คชื่อแต่ไม่เข้าเรียนฟาก “เสี่ยหนู” ก็ไม่คิดจะชี้แจง สั่งสื่อในมือด่ากราด เปรียบ “หนูไม่ทะเลาะกับหมา” ด่าไปด่ากลับตามสไตล์การเมืองไทยที่ คสช.ไม่คิดจะปฏิรูป .

อึดเวียกเบาะ.. ภาษาอีสานแปลว่า“ว่างงานนักหรือไง”คล้ายคำเหน็บแรงๆ ในภาษาจีนที่ว่า “เจี๊ยะป้าบ่อสื่อ”นั่นแหละ .. “อึดเวียกเบาะ” เป็นชื่อบทความที่ปล่อยออกมาเรียกน้ำย่อย ผ่านเพจ “Ringsideการเมือง” ..อันเป็นเพจข่าวการบ้านการเมือง “อย่างไม่เป็นทางการ”ของ “พรรคภูมิใจไทย” ที่วันนี้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ถือธงนำทัพอยู่ .. บทความที่ว่าขึ้นรูป “หมาแยกเขี้ยว”เนื้อหาบางท่อนพูดถึง “นักการเมือง”ที่คอยหาเรื่องหยุมหยิม เล่นการเมืองสาดโคลนแบบเก่า ทำลายคู่แข่ง .. อ่านผ่านตา เหมือนด่าลอยๆ ไม่รู้ไปกระทบใคร ก่อนมาถึงบางอ้อ ในโพสต์ต่อกัน .. กับหัวข่าว สะพัดกลุ่มไลน์ภูมิใจไทย สอนข้อคิดนิทาน“หนู”ไม่ควรทะเลาะกับ “หมา”เชื่อม วปอ."อนุทิน" .. “หนู”นั้นแน่นอน คือ “เสี่ยหนู”หัวหน้าค่ายสีน้ำเงิน ส่วน “หมา”นี่ไม่ยักจะเจาะจงว่าเป็นใคร .. น่าสนใจว่ามีการขึ้นรูป “เสี่ยโจ้”ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต ส.ส.ค่ายเพื่อไทย ไว้ด้วย .. เนื้อข่าวอ้างว่า เป็น “ข้อความหลุด”จากกลุ่มไลน์ของ “พรรคภูมิใจไทย”และกลุ่มหลักสูตรการอบรมระดับสูงต่างๆ .. ใจความประมาณว่า หนู คูณเลขถูก หมาคูณเลขผิด ไม่มีใครยอมใคร ก็เลยไปฟ้อง ท่านเปา .. พอท่านเปาได้ฟังเรื่อง ตัดสินให้เอา “หนู”ที่คิดเลขถูกไปโบย 20 ที “หนู”ก็เลยถาม “ท่านเปาๆ ไอ้นั่นมันโง่ ทำไมมาลงโทษผม?” .. ด้านท่านเปาก็บอก “มึงทะเลาะกับคนที่คูณเลขผิดได้ทั้งวัน ยังจะมาบอกว่ามึงไม่โง่ อีกเหรอ ไม่ลงโทษมึงแล้วจะไปลงโทษใคร หาาาา ..

อย่าใจร้อนบนท้องถนน .. เตือนกันแล้วเตือนกันอีก อุทาหรณ์มีให้เห็นบ่อยๆ ยิ่งมีปืนผาหน้าไม้ด้วย วิบัติ-หมดอนาคตไปก็เยอะ .. แต่ก็เกิดเห็นซ้ำรอย อย่างคลิปดังแชร์กันกระหึ่มโซเชี่ยล กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ .. พบว่ามีชายสูงวัยคนหนึ่ง ภายหลังถูกขนานนามว่า “ลุงหัวร้อน”หุนหันลงจากรถ ชักอาวุธปืนจ่อเล็งไปทางผู้ขับขี่ที่ตามหลังมา .. เล่ากันว่าก่อนเกิดเหตุ “ลุงหัวร้อน”ขับแซงซ้าย-บีบแตรไล่ รถตามมาซึ่งมีกล้องติดหน้ารถ ก่อนชักปืนมาขู่กัน โดยมีผู้หญิงที่นั่งมาด้วยกัน โบกมือให้ถอยออกไป-ห้ามปรามไว้ .. จากนั้นก็เฉลยออกมาว่า “ลุงหัวร้อน”ในคลิปคือ พิเศษ นาคะพันธ์ อายุอานาม 52 ปี มีตำแหน่งใหญ่โตเป็น “ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.”เลยทีเดียว .. เมื่อตามตัวเจอแล้ว ทางตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ก็เลยเรียก “ผู้ช่วยฯพิเศษ”มาให้ปากคำถึงเหตุการณ์ในคลิป .. ก็มีการเล่าไล่เรียงไปว่า คู่กรณีซึ่งเป็น “แท็กซี่”มาขับปาดหน้าก่อน แล้วยังหยุดรถกระทันหัน ก็เลยบีบแตรเตือน ก่อนปาดหน้าแซงไป .. ทางแท็กซี่ก็ไม่คงฉุนเหมือนกัน ขับไล่จี้ แล้วบีบแตรแบบรัวๆ ก็เลยหยุดรถลงไปถามว่า ตามมาทำไม .. “ผู้ช่วยฯพิเศษ”เล่าว่า ที่ต้องถือปืนลงไป ด้วยเห็นท่าไม่ดี กลัวถูกทำร้าย แค่อยากแสดงว่า มีอาวุธป้องกันตัว ไม่คิดจะลั่นไกแม้แต่น้อย ..

นั่นคือคำบอกเล่าของ “ผู้ช่วยฯพิเศษ”ก็อยู่ที่ใครจะคิดอ่านเช่นไร เพียงแต่คลิปหลักฐานมันเห็นทนโท่ ว่าอะไรเป็นอะไร .. จะว่า“ด่วนตัดสิน” ก็คงไม่ถูก ยิ่งมารู้ทีหลังว่ามีตำแหน่งใหญ่โต น่าจะมีวิจารณญาณ-สติยับยั้งมากกว่านี้ ก็ยิ่งไปกันใหญ่ .. ดูทรงแล้ว “แท็กซี่”คงไม่เท่าไร เต็มที่ก็โดนคดีวินัยจราจรไปตามเรื่อง แต่ “ลุงพิเศษ”น่าจะอาการหนัก .. อนาคตหน้าที่การงานแขวนบนเส้นดาย ถูก วรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. สั่งการทำรายงานชี้แจงด่วน ยังไม่รู้ออกหน้าไหน .. ทางคดีเบื้องต้นถูกแจ้ง 3 ข้อหา “มีอาวุธปืนไม่ได้รับอนุญาต - พกพาปืนไม่ได้รับอนุญาต - ใช้ปืนข่มขู่ผู้อื่น” ..แนวโน้มดิ้นไม่หลุด ตามที่ “ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง”ระบุว่า ถือเป็น “คดีอาญาแผ่นดิน”มีการชักปืนเป็น “การกระทำความผิดแล้ว”

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0