Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

“ไทด์ เอกพันธ์” ซัด “คิตตี้” ต้องพูดความจริงอย่าใส่หน้ากาก เจ้าตัวยันไม่ทราบยอดเงินบริจาค ทั้งๆ ที่ถือบัตรเอทีเอ็ม!

7 พฤศจิกายน 2560, 12:22 น.
19 0
“ไทด์ เอกพันธ์” ซัด “คิตตี้” ต้องพูดความจริงอย่าใส่หน้ากาก เจ้าตัวยันไม่ทราบยอดเงินบริจาค ทั้งๆ ที่ถือบัตรเอทีเอ็ม!

เผยแพร่: 7 พ.ย. 2560 19:22:00 โดย: MGR Online

“คิตตี้ ศศิประภา” “กิตติ ดัสกร” “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” “ไทด์ เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์” “คุณอภินันท์ รัตนะวิศ” .

ที่ไม่บอกความจริงเพราะเราเลิกรากันไปแล้วค่ะ เลยบอกว่าเป็นหลานเป็นลูก เพื่อให้คนมาบริจาคช่วยแก แต่ที่ออกมายอมรับว่าเป็นเมียเพราะมีคนเปิดโปงค่ะ .

หนูไม่อยากอยู่กับป๋าแล้วนะ หนูไม่อยากถูกทำร้ายอีกแล้ว ปล่อยหนูไปเถอะ(ร้องไห้) หนูพูดกับเขาวันที่ 1 ต.ค. ปี 60 ทะเลาะกันค่ะ เราเลิกไป 2 ปีค่ะ แต่ปี 60 มาเจอกันอีก แกรู้ว่าหนูมีคนใหม่ .

“แวะเวียนไปหาค่ะ เขาอยากให้หนูกลับมาคืนดีด้วย หนูบอกว่าปล่อยหนูไปเถอะ หนูไม่อยากถูกทำร้าย ถูกทุบตี เขาก็หมดสติ เป็นลมไปค่ะ แกไม่ยอมค่ะ”

บัตรเอทีเอ็มอยู่ที่หนูค่ะ ไม่ได้เบิกค่ะ ถ้าจะพิสูจน์ก็ได้ค่ะ คนบริจาคมั้ยก็ไม่ทราบค่ะ หนูไม่ได้ถอนค่ะ เพราะหนูไม่รู้รหัสเอทีเอ็มแก หนูรู้หมายเลขบัญชี แต่ไม่รู้เอทีเอ็ม .

“หนูอยู่ แต่ไม่ได้ตลอด เอาลูกมาเยี่ยมแก มีนอนบ้างค่ะ แต่นอนคนละห้อง ไม่ได้นอนห้องเดียวกับแก บ้านที่มีแต่ขยะแกหอบสมบัติมาจากโคราช .

หนูแค่อยากให้เพื่อนในเฟซช่วย แต่ไม่คิดว่าเขาจะเอามาออกทีวี หนูต้องการแค่ให้เฉพาะเพื่อนหนูรู้ ไม่คิดว่าเรื่องมันจะมาใหญ่ขนาดนี้ .

คุณไทด์เข้ามาไม่นานเท่าไหร่ น่าจะประมาณ 10 นาที หนูบอกพี่ไทด์ว่าเดี๋ยวจะพาไปรพ.เองแต่พี่ไทด์บอกว่าไม่ต้อง เดี๋ยวแกพาไปเอง หนูจะไปแต่ว่าเขาไม่ให้ไป เขามาหลังหนูไม่กี่นาทีเองค่ะ หนูจะพาไป แต่เขาไม่ให้พาไป เด็กไม่ได้บาดเจ็บก่อนหนูออกไปค่ะ กลับมาถึงเห็นเขาเจ็บ ไม่ใช่อย่างหมอพูดค่ะ .

“หนูไม่เคยกินค่ะ ไม่มีค่ะ หนูแค่โพสต์ในเฟซเล่นๆ ค่ะ ไม่เคยไป สามารถพิสูจน์ได้เลย ไปเช็กได้เลย ส่วนเรื่องตีลูก หนูตีนิดเดียว ไม่ได้ตีหนัก แต่พ่อเขาเป็นคนตีหนักค่ะ คนเห็นก็ยอมรับค่ะ ตีสั่งสอนเด็ก ตีลูกสาว 10 ขวบค่ะ”

ไทด์ : “แกประสบอุบัติเหตุ เบาหวานขึ้นตา ขับรถไปรับลูกที่โรงเรียน สายตาแกก็พร่ามัว แกก็มองเห็นรั้วสังกะสีบ้านคนอื่นเป็นถนน แกก็ขับตู้มเข้าไป รถก็ตกคลอง แกเล่าให้ฟังว่าประมาณปลายเดือนก.ย. ตอนแรกไม่เจ็บไม่ปวดอะไร แกก็ไม่ไปหาหมอ จะเอารถขึ้นมาก็ไม่ได้เพราะเจ้าของบ้านให้จ่ายค่าเสียหาย แล้วก็ไม่มีสตางค์ ก็ไปขอยืมคนโน้นคนนี้มา รู้สึกต้องจ่าย 5 พัน แล้วเขาก็กลับมาอยู่บ้านไทรน้อยของเขา”

สิ่งที่ผมเห็นที่เข้าไปตอนแรก ถ้าเขาบอกว่าเขาเป็นภรรยาก็โอเค จะได้ดำเนินเรื่องอีกอย่างหนึ่งแต่เขาไม่ได้บอกว่าเป็นภรรยา แล้วพี่ปื้ดก็มาบอกว่าเป็นเมียแต่ไม่ยอมบอกว่าเมีย ผมก็ถามพี่ปื้ดว่าทำไมเหตุผลเพราะอะไร .

ทุกคนก็อยากรู้จากผม ขอให้พี่ปื้ดพูดความจริง เขาเลยพูดมาว่านี่คือภรรยา ซึ่งพี่ปื้ดพูดเองเพราะทุกอย่างต้องโปร่งใส จะไม่มีการใส่หน้ากากให้กันอีกแล้ว มาถึงขนาดนี้แล้ว .

คิตตี้ : “ประมาณ 2 ปีค่ะ เมื่อก่อนเคยอยู่กับแก แต่ตอนหลังก็บอกว่าขอให้ไปเจอคนใหม่ดีกว่า ลูกก็อยู่กับหนูแต่ไปอยู่กับแกบ้าง”

ประธานหมู่บ้าน : “น้องบอกว่าไม่อยู่บ้าน แต่พี่เห็นอยู่ที่นั่นทุกวัน ทุกวัน คุณคิตตี้ก็อยู่”

ไทด์ : “ชาวบ้านไม่ใช่พี่ดำคนเดียว หลังต่อไปๆ เขาก็เห็นน้องตื่นเช้าพาลูกไปส่งโรงเรียนทุกวัน หนูมาเยี่ยมตอนเช้าเหรอ”

คิตตี้ : “ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวันค่ะ หนูอยากอยู่ของหนู แต่ต้องแวะเวียนมาดูลูก เพราะมีพันธะอยู่ด้วยกัน”

ไทด์ : “พี่ดำเคยเล่าให้ฟังว่าเขาออกจากบ้านไปส่งลูกตอนเช้า ค่ำๆ ก็กลับมา พี่ปื้ดอาการเป็นอย่างนี้ แล้วเด็กอยู่ยังไง”

คิตตี้ : “หนูทำงานด้วยค่ะ หนูอยู่บ้านหลังนั้นค่ะ แต่ไม่ได้อยู่ทุกครั้ง”

ไทด์ : “น้องคิตตี้อยู่แต่วันไหนที่ไปทำงานก็ไม่ได้อยู่ตลอดทั้งวัน แต่อาศัยหลับนอนที่นี่”

คิตตี้ : “แต่ไม่ได้นอนกับแก อยู่คนละห้องกัน แต่อยู่ในบ้านหลังนั้น ไม่ได้ทุกวัน บางวันก็ออกไปอยู่ที่อื่น พอช่วงอาปื้ดป่วยก็มาอยู่ทุกวัน”

ผมถามแกว่าทำไมไม่ใส่เสื้อผ้า แกบอกว่าอยากใส่ แต่ให้แกใส่แพมเพิร์ส แล้วเขาใส่ไม่เป็นใส่แล้วหลุด เหมือนไม่เต็มใจที่จะใส่ให้แก .

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0