Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ รถดี ขับสนุก ท่องเมืองรอง

29 ธันวาคม 2561, 11:53 น.
208 0
ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ รถดี ขับสนุก ท่องเมืองรอง

เผยแพร่: 29 ธ.ค. 2561 18:53 โดย: ผู้จัดการออนไลน์

วันแรกของการเดินทางเราเริ่มต้นที่จังหวัดน่าน จังหวัดเล็กๆ แต่ให้วิวธรรมชาติที่น่าประทับใจ เราใช้ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 101 มุ่งหน้าไปอำเภอปัว ระยะทาง 65 กม. พร้อมให้ผู้ร่วมทริปได้ทำความคุ้นเคยกับรถไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ สถานที่แรกทุกคนเริ่มต้นด้วยการมนัสการหลวงพ่อพุทธเมตตา เสริมสิริมงคลที่วัดภูเก็ตร่วมแขวนตานตุง เสริมดวงรับปีใหม่ .

หลังจากนั้นเราเดินทางกลับสู่ตัวเมืองจังหวัดน่าน ด้วยเส้นทางหมายเลข 1081 เข้าสู่เส้นทาง 1169 ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นถนนลอยฟ้าเพลิดเพลินกับเส้นทางสายธรรมชาติที่มีความสูงชันไต่ความชันขึ้นเรื่อย ๆ จากอยู่ข้างเขาจนสู่สันเขา พร้อมวิวธรรมชาติ 2 ข้างทางบรรยากาศสุดโรแมนติก .

จากนั้นไปจิบกาแฟยามบ่ายที่ร้านกาแฟไทลื้อ ร้านกาแฟที่ตกแต่งตามสไตล์ของชุมชนชาวไทลื้อผสมล้านนาประดับไปด้วยผ้าทอไทลื้อที่ทางชุมชนผลิตและจัดจำหน่ายเองท่ามกลางความสวยงามกับทุ่งดอกไม้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเช็คอินแนะนำสำหรับใครที่จะมาเที่ยวน่าน อำเภอปัว เป็นอำเภอที่มีชาวไทลื้ออยู่มากที่สุดและมีวัฒนธรรมประเพณีเป็นของตนเองโดยเฉพาะเรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้านถือเป็นจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดกับการเช็คอิน หลังจากเก็บภาพกันอิ่มใจก็เดินทางกันต่อ .

วันที่สอง ตื่นรับลมหนาวยามเช้า หลังรับประทานอาหารเสร็จ ขบวนคาราวานรีโว่ ร็อคโค่ มุ่งหน้าสู่จังหวัดแพร่ โดยใช้เส้นทางหมายเลข 101 รวมระยะทาง 115 กม. ร่วมทำกิจกรรมที่ศูนย์การเรียนรู้ย้อมผ้าหม้อห้อมป้าเหงี่ยม บ้านทุ่งโฮ้ง ที่ถือเป็นต้นกำเนิดของหม้อห้อมในประเทศไทย และเป็นสินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของทางภาคเหนือซึ่งในทริปนี้ผู้ร่วมทริปทุกท่านจะได้เรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนในการทำผ้ามัดย้อมแบบต้นฉบับ อีกทั้งยังได้ทดลองย้อมผ้าด้วยสีห้อมด้วยตัวเอง และสามารถอุดหนุนชุมชนด้วยการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ตลาดทุ่งโฮ้งได้อีกด้วย .

จากนั้นก็ต้องเติมพลังมื้อเที่ยงด้วยอาหารพื้นเมืองแพร่ ซึ่งเราได้เลือก ร้นปั๋นใจ๋ ร้านขนามจีนที่มีน้ำยาขนมจีนขึ้นชื่อหลากหลายอย่างโดยเฉพาะ “น้ำหมู” ขนมจีนใส สูตรเมืองแพร่คล้ายน้ำก๋วยจั๊บญวนที่ต้องลองชิมให้ได้ก่อนที่จะลุยเคลื่อนขบวนคาราวานต่อไปสู่จังหวัดเชียงราย ด้วยทางหลวงหมายเลข 1 ซึ่งเป็นเส้นทางที่ให้ผู้ร่วทริปได้ทดสอบสมรรถนะของไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ ได้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นกำลังของเครื่องยนต์และอัตราเร่งพร้อมด้วยฟังก์ชั่นตัวช่วยในการขับขี่สำหรับทางลาดชันทั้งขึ้นและลงเขา ผู้ขับขี่ยังสามารถสัมผัสถึงความหนึบของช่วงล่างที่ออกแบบมาพิเศษเพิ่มสมรรถนะในการทรงตัวยึดเกาะถนน และเข้าโค้งบนถนนระหว่างจังหวัดตลอดระยะทาง 240 กม. นี้ได้อย่างดีเยี่ยม .

วันที่สามหลังจากพักผ่อนกันอย่างเต็มที่พร้อมตะลุยเส้นทางกันต่อในจังหวัดเชียงราย เริ่มเคลื่อนขบสนคาราวานวันสุดท้ายด้วยเส้นทางทาง 1211 ขึ้นไปยังดอยอินทรีย์ซึ่งอยู่ในโครงการพัฒนาป่าไม้ในปี 2550 (โครงการพระสงฆ์ช่วยงานด้านป่าไม้) ระยะทาง 25 กม. สักการะพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่วัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ ก่อนที่ขบวนคาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ จะตะลุยเส้นทางออฟโรด ซึ่งผู้ร่วมทริปสามารถทดสอบสมรรถนะของไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ และพาทุกคนไปร่วมทำกิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำดอยอินทรีย์ ถือเป็นต้นน้ำของลำน้ำกกเพื่อร่วมกันอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำของจังหวัดเชียงรายหนึ่งในแนวทางเกษตรยั่งยืนและเกษตรกินทรีย์โครงการเดินตามรอยเท้าพ่อในรัชกาลที่ 9 .

จากนั้นมุ่งหน้าสู่ดอยผาหมีจุดแลนด์มาร์คอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย เพื่อรับประทานอาหารกลางวันท้องถิ่นและจิบกาแฟในบรรยากาศท่ามกลางหุบเขาที่บ้านผาหมี ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้รวมตัวกันพัฒนาหมู่บ้านผลักดันให้เป็นที่รู้จักจนเกิดเป็นจุดท่องเที่ยวเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในโอกาสนี้ กิจกรรม “Go Local by REVO ROCCO” หรือ เที่ยวเมืองรองกับ ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ จึงขอสนับสนุนชุมชนโดยการมอบป้ายบอกแหล่งท่องเที่ยวและรั้วแสดงจุดจอดรถสำหรับท่องเที่ยวมอบให้แก่ชุมชนบ้านผาหมี เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจชุมชนบ้านผาหมีแข็งแรงยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นอีกวัตถุประสงค์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของโครงการ “Go Local by REVO ROCCO” ในทุกเส้นทางตลอดปีนี้ที่เราทำมา จากนั้นแวะซื้อของฝากประจำจังหวัดและเดินทางกลับ เป็นการสิ้นสุดการเดินทางตลอด 3 วัน .

เส้นทางการขับรถจากจังหวัดน่าน มาแพร่ ถึงจังหวัดเชียงราย ระยะทางประมาณ 400 กม. เส้นทางการขับขี่มีหลายรูปแบบ มีทั้งทางหลวงไฮเวย์ ทางขึ้นเขา ทางก่อสร้าง และทางแบบวิ่งสวนเลน ขับกันตั้งแต่เช้าจนเย็น เครื่องยนต์รหัส GD มีแรงบิดสูงตั้งแต่ รอบต่ำ ทำให้ออกตัวง่ายไม่ต้องใช้รอบสูง จึงทำให้ประหยัดน้ำมัน และทนทาน อัตราการกินน้ำมันทำได้ถึง 14.7 กม./ลิตร ซึ่งเมือเทียบกับเส้นทางที่มาแบบโหด ๆ แบบนี้ ถือว่าประหยัดมาก มีโหมดการขับขี่ให้เลือกอีกด้วย เช่น ECO mode เหมาะกับการใช้งานแบบในเมืองรถติด ๆ และมี POWER mode สำหรับนักซิ่ง ไว้ขับแบบ SPORT โดยที่ไม่ต้องไป modify ใด ๆ ซึ่งโหมดการขับขี่ต่าง ๆ ถือว่าเหมาะกับการใช้งานในเมืองไทยที่มีทั้งรถติดและต้องมีการเร่งแซงอยู่บ่อย ๆ ตามสภาพการจราจร .

ที่มา: mgronline.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0