Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

11 ปีที่ไม่เคยลืม

14 มิถุนายน 2558, 2:57 น.
64 0

“ในทะเลมีแต่เฟอร์นิเจอร์ เศษไม้ ตู้เย็น ซากต้นไม้ลอยเต็มไปหมด แต่เราไม่ได้โดนกระแทก แต่พี่ก็มีรอยแผลเต็มตัวไปหมด”

“พอเสียงเด็กเงียบลง พี่ขนลุกซู่ ตาต่อไปจะเป็นเราไหม เราจะรอดไหม พี่ยังคอยให้กำลังใจเด็กอีก 3 คน เพราะมีเด็ก ป.4 ผู้หญิงกับเด็กผู้ชายชั้น ม.1 อยู่กับเราด้วย พี่ก็คอยบอกเด็กๆ ว่า อย่าร้อง อย่าว่ายน้ำ เพราะถ้าว่ายจะทำให้หมดแรง บอกว่าให้ตั้งสติ ถ้าสติแตก เราจะไม่รอด เพราะเด็กกลัวมากๆ บางคนอ้วกในน้ำ พวกเราพยายามพยุงตัวเกาะกลุ่มกันตลอด มีหลายครั้งที่เราได้ยินเสียงเรือเร็ว และเรือหางยาววิ่งผ่าน แต่เราพยายามโบกให้เขาช่วย แต่เขาไม่เห็น ก็วิ่งผ่านไปหลายลำ เราจึงบอกให้เด็กๆ ยกขวดน้ำขึ้นโบก มีเรือหางยาวที่วิ่งผ่านไปแล้ว เห็นว่าเราโบกก็เลยย้อนกลับมาช่วย เพราะเขาบอกว่าเห็นวัตถุกระทบกับแสงแดด ทีแรกที่เรือหางยาวเห็นพวกเราไกลๆ เขาคิดว่าลูกสาวในอ้อมกอดเป็นลูกหมาตัวเล็กๆ ความรู้สึกตอนนั้นคือเรารอดแล้ว พอขึ้นบนเรือ พี่นอนแผ่เลย หมดแรง แล้วก็เห็นมีผู้คนบนเรือที่ถูกช่วยขึ้นมาจากกลางทะเลอีกราว 10 คน คนที่รอดชีวิตเหมือนสวรรค์มาโปรด”

“สักพักคนบนเรือเอานมให้ลูกสาวดื่ม เพราะรู้ว่าเด็กหิว ลูกสาวก็หิว แต่พอเขาดูดนมเข้าไปก็พุ่งออกมาหมด กลืนไม่ลง เพราะลูกก็เหนื่อย กินไม่ลง”

“นอกจากตามหาที่วัดต่างๆ สามีก็ตระเวนไปตามหาตามเกาะคอเขา แต่ก็ไม่พบ แต่พี่ไม่ได้ไปเพราะบาดเจ็บอยู่ มีแผลติดเชื้อตามร่างกาย เพราะเชื้อโรคเข้าทั้งทางปากจมูกและบาดแผลก็ป่วยอยู่หลายวัน จากนั้นเป็นเดือนๆ พี่ก็ยังนอนไม่หลับ พอหลับตาเห็นคลื่นตลอดเวลา นอนไม่หลับ เสียงรถวิ่งก็ได้ยินเป็นเสียงคลื่น เราหวาดกลัว เหมือนหลอน”

“เดิมลูกสาวเป็นเด็กร่าเริง แต่พอผ่านเหตุการณ์สึนามิไปสัก 2 เดือน เวลาลูกสาวเห็นรูปพี่ชาย ประโยคแรกที่พูดได้แค่พ่อกับแม่ เขาถามประโยคยาวๆ ว่า นี่พี่ดังใช่ไหม แสดงว่าเขายังจำพี่ชายได้ แม่ก็ตอบว่า ใช่”

ตอนสัปเหร่อเปิดโลง พี่เอามือไปจับมือเขา ความรู้สึกตอนนั้นมันสุดๆ ไม่มีคำบรรยาย แล้วบอกเขาว่าไปให้สบายนะ ไม่ต้องเป็นห่วง ช่วยดูหลานด้วย หลานยังหาไม่เจอ ถ้าน้าเจอหลาน ให้บอกหลานไปอยู่ด้วยกัน ฝากดูแลหลานด้วย เราจะระลึกถึงเขาเสมอ”

“เราถามตลอด-7 ปี พอปีที่ 8 โทรไปถามเจ้าหน้าที่ที่กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่บอกให้พี่ทำใจว่า คงไม่มี ไม่เจอแล้ว พี่ก็บอกว่า พี่จะไม่โทรมารบกวนแล้วนะ เขาบอกว่า เสียใจด้วย ตั้งแต่นั้นมาพี่ก็ไม่โทรอีกเลย เพราะเราไม่มีหวังที่จะได้เจอศพลูกชายแล้ว แต่บางวันพี่นอนหลับก็เห็นลูกชายเดินวิ่งเล่นอยู่แถวบ้านยายที่บางม่วง มองเห็นแต่ขา ไม่เห็นตัว ปัจจุบันพี่ยังทำบุญให้ลูกชายกับน้องสาวทุกปีของการครบรอบเหตุการณ์สึนามิที่จัดขึ้นที่อนุสรณ์สถานบ้านน้ำเค็ม 26 ธ.ค. ตากับยายไปทำบุญทุกวันพระ อะไรที่ลูกชายชอบ ก็ทำบุญไปให้ลูกชายและน้องสาว เพราะเรายังระลึกถึงพวกเขาอยู่ตลอดเวลา”

“เราผ่านเหตุการณ์ไปหลายเดือนแล้วก็ยังหวาดกลัว เหมือนสติหลุด เวลาเกิดเสียงดังๆ เราจะอุ้มลูกหนีอย่างเดียว เราหวาดกลัวเป็นปีเลย ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ดังๆ จะสะดุ้ง แค่เสียงตบกระเทียมก็สะดุ้ง ขนาดสามียังไม่เชื่อว่าเราจะจำฝังใจขนาดนี้ แม้ผ่านไปเป็น 10 ปีก็ยังเป็นอยู่ แต่เราก็มีวิธีปลอบใจตัวเอง คือ ให้ทำงานให้ยุ่งเข้าไว้ กลางคืนจะได้รู้สึกเพลียนอนหลับไป เราก็ได้ถามสามีว่า สู้ไหม ถ้าสู้ก็ทำงาน เขาบอกว่า ถ้าสู้ก็ขายของดีกว่า เพราะก่อนหน้านี้เราขายอาหารซีฟู้ดชายทะเล จากนั้นเราเปิดร้านอาหารตามสั่งด้วยน้ำพักน้ำแรงของเรา แม้ไม่มีสตางค์ก็ไปขอเชื่อหม้อ กระทะ จานชามมาค้าขายเองก่อน ทุกวันนี้เราไม่เคยแบมือขอเงินช่วยเหลือใครเลย เพราะเราคิดว่า หากเราไม่งอมืองอเท้า เราต้องไม่อดตาย สู้ให้คนที่เดือดร้อนกว่าเราได้รับการช่วยเหลือดีกว่า เรายังพอมีแรงสู้ไหว เวลาเขาช่วยเหลือ ส่วนใหญ่ยกมือท่วมหัว แต่เรายังมีมือยังมีกำลังอยู่ ทำได้ทำไปก่อน สู้ไปก่อน สู้ด้วยลำแข้งตัวเอง เราน่าจะภูมิใจมากกว่า สำหรับลูกชายสามีกับพี่ทุกวันนี้ก็ยังนอนร้องไห้ เพราะเรายังคิดถึงเขา ไม่เคยลืมเขาเลย จริงๆ แล้วเราไม่ได้เข้มแข็ง แต่เรายังมีอีกหลายชีวิตที่เราต้องดูแล”

ที่มา: posttoday.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0