Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

Big Picture เที่ยวไทย หมุดหมาย “เวิลด์คลาส”

29 กันยายน 2561, 18:00 น.
54 0

ในยุคที่ท่องเที่ยวไทยเป็นหัวจักรเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ตัวแปรพลิกเทรนด์คนเดินทาง จองซื้อทุกอย่างผ่านออนไลน์ ชีวิตติดรีวิว นักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งติดท็อป 5 โลก ปัจจัยซับซ้อน ต้องพึ่งบิ๊กดาต้า ตัดต่อแผนกลยุทธ์ ภูมิทัศน์เที่ยวไทย ไต่ระดับเวิลด์คลาส .

“ ท่องเที่ยวไทย เดินหน้าสู่อนาคต ( Tomorrow’s Tourism : The Future is Now) .

นอกจากนี้พฤติกรรมคนท่องเที่ยวยังมีความต้องการเปลี่ยนไป ต้องการเดี๋ยวนี้ ท่องเที่ยวแบบไม่มีการวางแผน ไม่ชอบรอ (Nowness) หรือชอบตัดสินใจแบบนาทีสุดท้าย (Last minute) ไม่ชอบโปรแกรมที่วางไว้ แต่ชอบออกแบบเอง ตามใจตัวเอง (Tailor made)

รศ.ดร.จุฑามาศ ยังยกปัจจัยอื่นๆที่เป็นตัวแปรซับซ้อนที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต ในยุคโลกาภิวัฒน์ที่คนเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย เพราะเทคโนโลยีใหม่ จะเข้าเป็นตัวกำหนด และนำมาใช้การบริการแทนคน อย่างแชทบอท (โปรแกรมแชทตอบคำถามอัตโนมัติ)

บทบาทของเทคโนโลยีที่มาเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ภาพรวมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวพร้อมกับหุ่นยนต์ ( Travelotic -Travel +Robotic) .

ความสนใจของนักท่องเที่ยว ยังต้องการเดินทางไปแสวงหาจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ ( Humanistic) ชอบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และเรียนรู้วิถีชีวิตติดดิน รวมถึงความต้องการท่องเที่ยวไม่เพียงดูแลสุขภาพกาย แต่ยังต้องการดูแลสุขภาพจิตที่ดี ( Wellness) ต้องการความสงบ พร้อมกับพักผ่อน .

“เราประเมินการท่องเที่ยวโดยการดึงแกนหลักๆ ของข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ในเมืองหลักๆ อาทิ กรุงเทพฯ ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ พัทยา จากโรงแรม ร้านอาหาร บริษัททัวร์ ฟังการพูดถึงโดยรวม แล้วนำมาวิเคราะห์ ตลอดจนการอ่านข้อมูลเขียนรีวิว ในเว็บไซต์ต่างๆ เช่น ทริปแอดไวเวอร์ (tripadvisor) ที่เป็นเสียงนักท่องเที่ยวที่นำมาวิเคราะห์วางแผนได้”

“ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาต่อยอดวางแผนทำการตลาดในเชิงบวก ไปพร้อมกันกับการสื่อสารล้างภาพลบ ทำความเข้าใจความชอบหรือไม่ชอบไทย เพราะอะไรในเชิงลึก วิเคราะห์เทรนด์ และแยกเซ็กเมนท์เทชั่น ตลอดจนวิเคราะห์ผ่านเส้นทางการท่องเที่ยวที่ปักหมุด เป็นคลื่นพลังข้อมูลที่เกิดขึ้นรวดเร็วที่ต้องอ่านและดักความเห็นได้ทันและนำมาใช้”

กระแสคนจีนเดินทางออกนอกประเทศเพิ่มขึ้น โดยการส่งออกนักท่องเที่ยว เพื่อช่วยลดแรงกดดันจากดุลบัญชีเดินสะพัด และในเวลาเดียวกันที่มีการเดินทางคนจีนก็ไปพร้อมกับการส่งออกธุรกิจบริการไปรุกตลาดต่างประเทศ ผ่านซื้อสินค้า อาลีเพย์ (Alipay)

สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Internet+ ซึ่งคนจีนปัจจุบันใช้อินเตอร์เน็ทในทุกด้านตั้งแต่ คุย แชร์ ช้อป หาข้อมูล และจ่ายเงินโดยไม่ใช้เงินสด มีการซื้อสินค้าถึง 500 ล้านคนในปีที่ผ่านมา และจองตั๋ว/ที่พัก การท่องเที่ยว 375 ล้านคน โดยมูลค่าธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ ในปี 2560 อยู่ที่ 738,410 ล้านหยวน เติบโตถึง 24.3% เมื่อเทียบกับปี 2559 และมีจำนวนผู้ใช้งาน 325 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10.5% เมื่อเทียบกับปี 2559 .

จีนมีธุรกรรมการบริการที่เกี่ยวข้องกับท่องเที่ยวออนไลน์แบบครบวงจร ดังนั้นหากต้องการเจาะตลาดจีนจึงต้องรู้ช่องทางหลักของการให้บริการออนไลน์ด้านการท่องเที่ยวที่คนจีนชอบใช้ เริ่มต้นจากโซเชียลเน็ทเวิร์ค ที่คนจีนใช้มากที่สุด 4 อันดับแรก คือ วีแชท (Wechat), คิวคิว (QQ) , เหว่ยป๋อ (Weibo), เหม่ยพาย(Meipai)

โดยกลุ่มเสิร์ซเอ็นจิ้น ที่จีนใช้มากที่สุด 4 อันดับแรก ประกอบด้วย ไป่ตู้(Baidu), โซ่วโก่ว (Sougou), โซหู (Sohu) และ ยาฮู (Yahoo) ขณะที่แอพพลิเคชั่นวีดีโอแทนยูทูป (Youtube) คือ อ้าวฉีอี้ (iQiyi), โยวคู่(Youku), ถูโต้ว (Tudou)

ด้านกลุ่มอีคอมเมิร์ซ ประกอบด้วย เหว่ยชาง (Wei-shang) ซื้อขายบนโซเชียล, เถาเป่า (Taobao) ซื้อขายกับผู้บริโภคด้วยกัน (C2C),ทีมอลล์ (Tmall) ซื้อสินค้าธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C)

“ปัจจุบันเป็นการแข่งขันของการบริการท่องเที่ยวของจีนในไทยมีสองค่ายยักษ์ใหญ่ไป่ตู้ ที่ปัจจุบันจับมือกับเทนเซ็นต์เพื่อสู้กับยักษ์ใหญ่อย่างอาลีบาบา เพราะซีทริป และชวี่หน่าเป็นของไป่ตู้จับมือกับ เท็นเซ็นต์ ที่มีวงในของจีน ที่เรียกว่า เตี่ยนผิง(Dianping) และวีแชท วีแชทเพย์ จึงมีพลังในการสร้างซัพพลายเชนให้ใหญ่เพื่อแข่งกับอาลีบาบา ซึ่งมีฟลิกเกอร์ และอาลีเพย์ ”

ปัจจุบันเส้นทางการท่องเที่ยวคนจีนที่เดินทางมาเที่ยวไทย เปลี่ยนจาก”เส้นตรง”ที่ลูกค้าสะท้อนกลับมาถึงต้นทางผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องใช้เวลา แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็น “วงกลม” มีนักท่องเที่ยวมาเขียนรีวิว หรือคอมเมนท์ได้ทันที นำไปสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็ว โดยการเก็บคอนเทนท์ของคนที่เข้าไปเขียนรีวิว (CtoB -Customer to Business)

“ข้อมูลจากนักท่องเที่ยวถูกนำไปสร้างการบริการใหม่ๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ เช่นการออกแบบเส้นทางโปรแกรมทัวร์กิจกรรมการปล่อยโคมไฟ กิจกรรมท็อปฮิตที่คนจีนชอบและชื่นชมในงานวันลอยกระทง”

“หลังจากเข้ามาให้บริการนักท่องเที่ยวจึงรู้และมีข้อมูลเครดิตของนักท่องเที่ยว รวมถึงพฤติกรรมการใช้เงิน จึงกล้าที่จะออกบริการปล่อยกู้ เพื่อกระตุ้นให้คนท่องเที่ยวโดยไม่กลัวหนี้สูญเพราะสามารถติดตามวิเคราะห์สถานะการเงิน รวมพฤติกรรมการใช้จ่ายจากฐานข้อมูล (Data Analysis)

เมื่อนักท่องเที่ยวจีนเข้ามา ทุกโปรแกรมห่วงโซ่อุปทานท่องเที่ยว มีคนจีน และแอพพลิเคชั่นจีนมาเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวทั้งหมด .

“OTA (Online Travel Agency) ขนาดเล็กรู้ตัวว่าใช้สมรภูมิในจีนสู้ไม่ได้เพราะใหญ่มาก จึงเข้ามาตั้งสตาร์ทในไทยเพื่อดักคนจีน โดยหาวิธีให้คนจีนรู้จัก ช่วยบริการดาวโหลดแอพให้ได้ จากนั้นจึงพ่วงการบริการออนไลน์ ทูออฟไลน์ (O2O) เช่น จองโรงแรม สปา นวด บริการก่อนทริป ระหว่างทริป มีส่วนลด รวมถึงหลังจบทริป(After trip) ช่วยซื้อสินค้าที่ระลึกยอดนิยม เช่น หมอนยางพารา บริการขนส่งกลับไปที่บ้าน โดยคอนเซ็ปต์ช่วยให้ใช้เวลาในไทยคุ้มค่าที่สุด รวมถึงจัดการเรื่องภาษี ”

การบริการที่ครบวงจรทั้งหมดเป็นการรุกเข้ามาในไทยแบบกินรวบ ของธุรกิจจีนที่รวดเร็ว แม้ท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาในไทยเพิ่มขึ้น ก็เข้าไปสมาชิกบริการเหล่านี้เพิ่มขึ้น เพราะเริ่มต้นจากบริการข้อมูล ดูดสมาชิกมาทำกิจกรรม แล้วตามมาด้วยการบริการด้านการท่องเที่ยว จนสุดท้ายขายสินค้าออนไลน์ (E-Commerce)

ดังนั้นห่วงโซ่อุปทานของไทยต้องตั้งหลักดูว่าจะเริ่มต้นไปเชื่อมต่อ(Plug in) การบริการได้จากตรงไหน เพราะรูปแบบการท่องเที่ยวและความนิยมคนจีนจะเปลี่ยนไปจากเดิมภายใน 5-10 ปีข้างหน้า จากออนไลน์ ทราเวล เอเจนซี่ (จากเป็นตัวกลาง) มาสู่ ออนไลน์ ทราเวล คอนเทนท์ (พัฒนาเนื้อหา) จนสุดท้ายเพิ่มความเป็นออนไลน์ ทราเวล เซอร์วิส (การบริการรูปแบบใหม่ๆ)

เขาเห็นพัฒนาการซัพพลายเชนท่องเที่ยวจีนในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมานั้นมีความใหญ่และแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนเกินจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นสู้และชนกัน เพราะเคยใช้วิธีนี้แล้ว ไม่มีนักท่องเที่ยวจีนดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นไทยเลย จึงต้องพัฒนาบิสสิเนสโมเดลใหม่ๆ ไปเชื่อมต่อ เช่น ได้ยินมาว่า ค่ายซีทริป กำลังพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบ่งปัน ที่เรียกว่าถูเจีย(Tujia) ซึ่งคล้ายกันกับแอร์บีเอ็นบี บริการห้องพัก เพื่อรองรับเทรนด์นักท่องเที่ยวจีนไม่ขอบนอนในโรงแรม แต่เปลี่ยนไปพักโฮมเสตย์ ในบ้าน คอนโด ชุมชน รวมถึงชนบทมากขึ้น ตามเทรนด์ท่องเที่ยวอิสระ(FIT)

“หากในอดีตที่เที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่ๆ สู้เรื่องทุนไทยสู้ไม่ได้ แต่เมื่อเทรนด์นักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนไปต้องการหาประสบการณ์ ชอบเดินตลาด ชิมทดลองอาหารร้านเล็กๆ อยู่โฮมสเตย์ จึงทำให้เศรษฐกิจรากหญ้าได้ประโยชน์ แต่เรานิ่งนอนใจไม่ได้ต้องเร่งพัฒนาก่อนที่คนจีนจะเข้ามาตั้งธุรกิจรองรับเทรนด์ FIT”

ที่มา: bangkokbiznews.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0