Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

Daily Market Outlook (16 ก.พ.60)

16 กุมภาพันธ์ 2560, 4:23 น.
17 0
Daily Market Outlook (16 ก.พ.60)

บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เป็นหุ้นเด่นวันนี้ของเราเพราะ price pattern ที่เป็น new high ของตัวหุ้น ชี้ว่าทางเทนิคอลแล้วเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง DELTA เป็นผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกด้านชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์พาวเวอร์ซัพพลาย ระบบบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งจากการเป็นหุ้นส่งออกน่าจะเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เมื่อ Janet Yellenได้ออกมาให้ความเห็นเชิงขึ้นดอกเบี้ยให้เร็วที่สุด แนวโน้มระยะยาวก็ยังหนุนจากกระแสรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงการขยายเสาโทรคมนาคมของค่ายมือถือซึ่งจำเป็นจะต้องมีพาวเวอร์ซัพพลายในแต่ละเสา กำไรสุทธิของบริษัทหนุนโดยผลิตภัณฑ์ชั้นสูงที่ให้มาร์จิ้นที่สูงซึ่งผลิตให้แก่ประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับรถยนต์ซึ่งมีอุปสงค์รองรับต่อผลิตภัณฑ์ระบบควบคุมทางอิเล็กทรอนิกส์สูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกรถระดับบนที่น่าจะถูกกระทบโดยเศรษฐกิจที่ชะลอตัวน้อยกว่า ในอนาคตตัวขับเคลื่อนการเติบโตหลักน่าจะเป็น regional business ซึ่งจะผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง บริษัทมุ่งเน้นที่จะขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ เช่น อินเดีย ฟิลิปปินส์และอาเซียนซึ่งมีโอกาสและอุปสงค์รองรับ DELTA ได้ลงทุนตั้งศูนย์วิจัยและโรงงานผลิตในภูมิภาคเหล่านี้ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ยี่ห้อตนเพื่อผู้ใช้ปลายทางในประเทศนั้นๆ โดยตรง ช่วงเปลี่ยนผ่านจาก 2G ไป 4G ของอินเดียยิ่งน่าจะทำให้มีความต้องการบริการด้านโทรคมนาคม บริษัทยังให้บริการเชิงโซลูชั่นระดับสูงด้านพลังงานอีก จากค่าเฉลี่ยการคาดการณ์ของ Bloomberg กำไรของ DELTA น่าจะเติบโต 13% สำหรับปี 2017 และ 2018 Price Pattern ของ DELTA มีความแข็งแกร่งอย่างมากในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal และเมื่อพิจารณา Price Pattern ของ DELTA ก็ได้บ่งบอกว่าจะได้เห็นการทำ New High อีกด้วย โดยมีเป้าหมายแรกเพื่อทดสอบ High เดิมที่ 98 บาท และมีเป้าหมายแรกของการทำ New High อยู่ที่ 108 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ DELTA มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 82.75 บาท (Resistance: 90.75, 91.75, 93.00; Support: 89.50, 88.50, 87.25)

• การใช้งบโฆษณาเดือนม.ค. หดตัว 2%โดย Nielsen Thailand รายงานภาพรวมการใช้จ่ายโฆษณาเดือนม.ค. มีการหดตัวลง 1.96% มาอยู่ที่ 8.07 พันลบ. โดยเฉพาะสื่อแมกาซีนที่เห็นการปรับตัวลดลงมากที่สุด ขณะที่การใช้จ่ายโฆษณาในภาพยนตร์มีการขยายตัวมากที่สุด (Bangkok Post)

• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นต่อเมื่อวันพุธ โดยดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 7 วันติดต่อกัน หนุนโดยยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งและตัวเลขเงินเฟ้อ อีกทั้งนักลงทุนยังคงมองบวกว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะปรับลดภาษีแม้ว่าที่ผ่านมาจะยังไม่มีรายละเอียดของแผนการปรับลดภาษีก็ตาม (Reuters)

• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอ้างอิงสหรัฐปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ครึ่งเมื่อวันพุธ จากข้อมูลเศรษฐกิจอันแข็งแกร่งได้หนุนความคาดหวังมากขึ้นว่าเฟดใกล้จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ราคาพันธบัตรอ้างอิงอายุ 10 ปีล่าสุดปรับตัวลง 11/32 อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ระดับ 2.51% ก่อนหน้านี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรได้ปรับตัวขึ้นถึงระดับ 2.52% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่วันที่ 27 ม.ค. (Reuters)

• ยอดค้าปลีกสหรัฐในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้นเกินคาด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานยอดค้าปลีกในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 0.4% MoM โดยได้แรงหนุนจากการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า มีการปรับตัวเลขยอดค้าปลีกในเดือนธ.ค. เป็นเพิ่มขึ้น 1.0% แทนตัวเลขก่อนหน้านี้ที่เพิ่มขึ้น 0.6% ยอดค้าปลีกที่ไม่รวมการซื้อรถยนต์ (core retail sales) ซึ่งสัมพันธ์กับการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.4% ด้วยเช่นกันหลังจากที่ปรับตัวขึ้นในเดือนธ.ค. ผลสำรวจจากรอยเตอร์สระบุนักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดค้าปลีกในเดือนม.ค. จะเพิ่มขึ้น 0.1% และยอดค้าปลีกที่ไม่รวมการซื้อรถยนต์จะเพิ่มขึ้น 0.3% (Reuters)

• เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในเดือนม.ค. กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พุ่งขึ้น 0.6% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2013 และปรับตัวขึ้นต่อจากที่เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค. เมื่อคิดเป็นฐานรายปี ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับตัวขึ้น 2.5% เพิ่มขึ้นมากที่สุดนับแต่เดือนมี.ค. 2012 จากที่ปรับตัวขึ้น 2.1% ในเดือนธ.ค. ส่วน ดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมราคาในหมวดอาหารและพลังงานปรับตัวขึ้น 0.3% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค. และปรับตัวขึ้น 2.3% YoY จากที่เพิ่มขึ้น 2.2% YoYในเดือนธ.ค. (Reuters)

• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันพุธปรับตัวสูงขึ้นนำโดยแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคารหลัง Janet Yellenประธาน Fed มีท่าทีถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในการประชุมกำหนดนโยบายทางการเงินรอบถัดไป (Reuters)

• ผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดนกในประเทศจีนเพิ่มขึ้นมากทำให้อาจเป็นฤดูกาลที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา:ผู้เสียชีวิตเมื่อเดือนที่แล้วมากที่สุดถึง 79 คน จากไข้หวัดนก H7N9 ในประเทศจีน รัฐบาลกล่าวว่าความกังวลการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสในฤดูกาลนี้อาจจะเลวร้ายที่สุดเป็นประวัติการณ์ ราคาไก่ในจีนจมลงไปอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบกว่าทศวรรษ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (Reuters)

• ราคาทองคำเมื่อวันพุธปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าตัวเลขค้าปลีกสหรัฐฯ และเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะประกาศออกมาขยายตัวดีก็ตาม โดยราคาทองคำล่วงหน้าปรับตัวสูงขึ้น 0.6% มาอยู่ที่ 1,233.10 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำตลาดจรปรับตัวสูงขึ้น 0.6% มาอยู่ที่ 1,235.51 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ (Reuters)

• ราคาน้ำมันดิบเมื่อวันพุธปรับตัวลดลง หลังจากตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ล่วงหน้าปรับตัวลดลง 0.22 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (-0.4%) มาอยู่ที่ 55.75 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ล่วงหน้าปรับตัวลดลง 0.09 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (-0.2%) มาอยู่ที่ 53.11 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (Reuters)

ยังอ่าน: เอกซเรย์ 'หุ้นไทย' ก่อนหมดปี ผ่าน 'ธนรัตน์' นักเทคนิค BLS

ที่มา: bangkokbiznews.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0