Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

Daily Market Outlook (26 ก.พ.59)

26 กุมภาพันธ์ 2559, 4:04 น.
10 0

• การส่งออก ม.ค. หดตัวหนักสุดนับแต่ปี 54 ก.พาณิชย์ประกาศตัวเลขส่งออก ม.ค. ลดลง 8.91% เทียบปีก่อนสู่ 1.57 หมื่นล้านดอลลาร์ นับเป็นการหดตัว 13 เดือนติด ชี้ว่าเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้น นอกจากนี้การนำเข้าร่วง 12.4% เทียบปีก่อนเหลือ 1.55 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้เกินดุลการค้า 238 ล้านดอลลาร์ แต่กระทรวงยังคงเป้าการส่งออกไว้เติบโต 5% ในปีนี้อยู่ (Bangkok Post)

• กฎหมายใหม่สหรัฐมุ่งแบนสินค้าที่ใช้แรงงานทาส ทางการสหรัฐกำลังเตรียมใช้แผนที่มีมา 86 ปีในการแบนการนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานเด็กและทาส โดยมีสินค้ากว่า 350 รายการในรายชื่อของกรมแรงงานรวมธุรกิจปลาและกุ้งในประเทศไทย จากแหล่งข่าวอื่นๆ เช่นเอพีและนิวยอร์กไทม์ได้ตั้งคำถามเรื่องเงื่อนไขการทำงานของธุรกิจอาหารทะเลของไทยอย่างต่อเนื่องรวมถึงช่องว่างทางกฎหมายที่ยังอนุญาตในมีการนำเข้าสินค้า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยและอุตสาหกรรมประมงกำลังพยายามบังคับใช้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว (Bangkok Post)

• รมว. คมนาคมยืนยันพัฒนาโครงการรถไฟไทย-จีน โดยทั้งสองประเทศยังอยู่ในระหว่างศึกษารายละเอียดในการร่วมมือในโครงการรถไฟระยะทาง 873 กิโลเมตร รมว.กล่าวว่าการเจรจาของคณะทำงานครั้งที่ 10 ที่ปักกิ่งภายในสิ้นเดือนนี้จะมุ่งไปที่การสรุปรายละเอียดของแบบและสัดส่วนการลงทุนของทั้งสองฝ่าย . (Bangkok Post)

• ยังคงมีความไม่แน่ใจว่าเฟดจะสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.นี้หรือในปีนี้ได้หรือไม่ ตลาดกำลังมองหาทิศทางใหม่เกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐจากบรรดาตัวแทน Fed ในวันนี้ (Reuters)

• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐลดลงเมื่อวันพฤหัส เนื่องจากนักลงทุนยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ราคาพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 12/32 โดยอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 1.70% ลดลงจาก 1.74% เมื่อวันพุธ (Reuters)

• ตลาดหุ้นสหรัฐขึ้นต่อเมื่อวันพฤหัส จากการที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอีกและยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนดีกว่าที่คาดเป็นการชี้ถึงการฟื้นตัวในภาคการผลิตสหรัฐที่กำลังดิ้นรน ยิ่งไปกว่านั้น นักลงทุนบางรายมองเห็นโอกาสหลังจากที่ตลาดผันผวนมากในช่วงหลายสัปดาห์เนื่องจากเป็นครั้งแรกในปีนี้ที่ดัชนี S&P500 ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่หมายถึงอารมณ์ตลาดกำลังกระเตื้องขึ้น (Reuters)

• ยอดคำสั่งซื้อใหม่สำหรับสินค้าคงทนที่ผลิตสำเร็จของสหรัฐในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 10 เดือน เนื่องจากความต้องการสินค้ากระจายตัวในสินค้าหลายประเภท คำสั่งซื้อสินค้าคงทนซึ่งสินค้ามีตั้งแต่เครื่องปิ้งขนมปังไปจนถึงอากาศยานจะคงอยู่ไปถึง 3 ปีหรือมากกว่านั้นเพิ่มขึ้น 4.9% ในเดือนก่อน พลิกกลับจากยอดคำสั่งซื้อในเดือนธ.ค. ที่ลดลง 4.6% ยอดคำสั่งซื้อนี้มีปริมาณมากที่สุดนับแต่เดือนมี.ค. 58 นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ก่อนหน้าว่ายอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนจะดีดกลับเพียง 2.5% ในเดือนม.ค. (Reuters)

• จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสหรัฐเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ก่อน แต่ยังคงต่ำกว่าระดับที่กำหนดไว้เนื่องจากตลาดแรงงานตึงตัว จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการฯ เพิ่มขึ้น 10,000 ราย อยู่ที่ 272,000 ราย สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 20 ก.พ. นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 270,000 รายในสัปดาห์ล่าสุด ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่ 51 ที่ตัวเลขดังกล่าวอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เกี่ยวกับตลาดแรงงานอันแข็งแกร่ง – ยาวนานที่สุดนับแต่ช่วงต้นของยุค 1970 (Reuters)

• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันพฤหัสบดีฟื้นตัวจากการปรับตัวลดลงก่อนหน้านี้ในช่วงสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน อาทิ Lloyds ธ.พ.สัญชาติอังกฤษ รวมไปถึงแผนการ Refinance ของบริษัทแท่นขุดเจาะน้ำมัน Seadrill(Reuters)

• ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ขั้นพื้นฐานในญี่ปุ่นทรงตัว YoY ในเดิอน ม.ค. ซึ่งชี้ให้เห็นว่าราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องจะกดดันให้เงินเฟ้อในญี่ปุ่นไม่สามารถขยายตัวได้ในระดับ 2% ตามที่ BOJ ตั้งเป้าไว้ ทั้งนี้การทรงตัวของเงินเฟ้อที่ประกาศออกมาถือเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ (Reuters)

ให้กับตลาดได้ในระหว่างที่จีนกำลังดำเนินการปฏิรูปทางโครงสร้างในประเทศ (Reuters)

• น้ำมันดิบล่วงหน้าพุ่ง 3% ในวันพฤหัส หนุนโดยการยืนยันจากผู้ผลิตลักว่าจะประชุมกลาง มี.ค. และโครงการใหม่ถูกเลื่อนออกไปขณะที่มีการลดการจ้างงานในอุตสาหกรรมเชลออย ผู้เข้าประชุม ได้แก่ เวเนซุเอลา ซาอุฯ รัสเซีย กาตาร์ เข้าร่วมเพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตน้ำมันในโอเปคและที่อื่นลดการผลิตจากจุดสูงสุดในเดือน ม.ค. น้ำมันดิบสหรัฐเพิ่ม 92 เซนต์หรือ 2.9% ปิดที่ 33.07 ดอลลาร์ Brent ปรับขึ้น 88 เซนต์ หรือ 2.6% อยู่ที่ 35.29 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สูงสุดรอบ 3 สัปดาห์ (Reuters)

• เลื่อนโครงการเชลออย Continental Resources Inc ผู้ผลิตเชลออยรายใหญ่ที่สุดอันดับสองของรัฐ North Dakota กล่าวว่าจะหั่นเงินลงทุนปี 59 ราว 66% และว่าจะเลื่อนกำหนดเสร็จของโครงการใน Bakken field เนื่องจากราคาน้ำมันตกต่ำ โดยตามหลัง Hess Corp and Noble Energy Inc ซึ่งเป็นคู่แข่งที่ลดงบและเลื่อนโครงการไปแล้ว (Reuters)

• ราคาทองขึ้นวันพฤหัส หนุนโดยรูปแบบทางเทคนิคที่แข็งแรงและเกิดสัญญาณซื้อขาขึ้น ขณะที่ตลาดร่วงหน้าบวกลดลงหลังจากอารมณ์ก่อนหน้ากดดันจากตลาดหุ้นที่แข็งแกร่ง ราคาทองคำตลาดจรเพิ่มขึ้น 0.6% ปิด 1,235.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (Reuters)

ที่มา: bangkokbiznews.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0