Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

Daily Market Outlook (7 ต.ค.59)

7 ตุลาคม 2559, 4:31 น.
14 0

บมจ.ช.การช่าง (CK) เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐที่มีมูลค่ารวม 1.74 ล้านล้านบาทซึ่งจะมีการเปิดประมูลในช่วงปี 2559-2560 บริษัทมีโอกาสสูงในการชนะการประมูลงานใหญ่ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าหลายสาย ทั้ง MRTสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย มีมูลค่างานวางระบบ 25,000 ล้านบาท รอเจรจากับ BEM งานโยธาของสายสีส้ม 83,000 ล้านบาทสายชมพู 57,000 ล้านบาทและสายสีเหลือง 55,000 ล้านบาท รวมถึงการประมูลรางรถไฟทางคู่ และมอเตอร์เวย์ นอกจากนี้ เรามองว่าCK มีมูลค่าหุ้นที่แข็งแกร่งกว่าคู่แข่งจากการที่ได้รับแรงหนุนจากการถือหุ้นในบริษัทในเครือที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์คือ BEM, CKP และ TTW โดยเฉพาะอย่างยิ่ง BEM และ CKP ซึ่ง Outperform ตลาดอย่างมาก BEM มาด้วย Theme โครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ และ CKP เป็นธุรกิจไฟฟ้าที่อยู่ช่วงขาขึ้น ทดแทนธุรกิจน้ำมันและก๊าซที่ยังเป็นขาลงจากราคาและดีมานด์น้ำมันที่อ่อนแอ ราคาเป้าหมาย CK ของเราอยู่ที่ 39.50 บาทซึ่งเทียบกับราคาปัจจุบันยังมี Upside 30% โดยมูลค่าหุ้นมาจากวิธี sum-of-the-parts จากกิจการในตลาดฯ ที่ CK ถือหุ้น แยกมูลค่าออกเป็น 25.06 บาท จาก BEM, 4.28 บาท จาก CKP และ 5.23 บาท จาก TTW ขณะที่ธุรกิจรับเหมาฯ ของ CK เท่ากับ 24.70 บาท ซึ่งต้องหักหนี้สินสุทธิทั้งหมด 19.54 บาท เราคาดกำไรปกติของ CK ในปี 2559 จะก้าวกระโดด 1,044% YoY และเพิ่มอีก 3.8% YoY ในปี 2560 โดย Price Pattern ของ CK กลับมาเกิดความแข็งแกร่งในแนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal โดยมีโอกาสที่จะเห็นการทำ New High มีเป้าหมายแรกเพื่อทดสอบ High เดิมที่ 34.25 บาท และมีเป้าหมายสำคัญของการทำ New High อยู่ที่ 37.25 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ CK มีจุด Stop Loss ระยะสั้นในรอบนี้อยู่ที่ 28.75 บาท (Resistance: 30.75, 31.00, 31.50; Support: 30.25, 29.75, 29.25)

• ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน รายงานจาก ม.หอการค้าระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย. เพิ่มขึ้น 74.2 จุดจาก 73.2 จุดใน ส.ค. นับเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สาม แม้คนจะยังรู้สึกว่าเศรษฐกิจโดยรวมและระดับการจ้างงานยังไม่ฟื้นตัวดีและกังวลเรื่องผลของน้ำท่วม แต่ส่วนใหญ่ยังมองบวกตามที่รัฐบาลได้ให้คำมั่นว่าจะเร่งใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจ (Bangkok Post)

• การส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ยังแข็งแกร่ง สมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทยระบุว่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ (เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว ของขวัญ ของตบแต่งบ้าน สิ่งทอ ของเล่นและเครื่องเขียน) ของไทยจะยังดีด้วยตัวการการเติบโต 3.5% ปีนี้สู่ 2.8 พัน ลบ. ขับเคลื่อนโดยยอดซื้อสูงขึ้นและอุปสงค์แข็งแกร่งท่ามกลางช่วงเทศกาลปลายปีและผู้ประกอบการไทยประสบความสำเร็จในการปรับตัวโดยสนใจในคุณภาพของสินค้าและการบริการมากขึ้น การส่งออกปีหน้าน่าจะยิ่งดีด้วยการเติบโต 4.5% สู่ 3 พัน ลบ. เป็นเพราะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่อ (Bangkok Post)

• ทีโอทีพร้อมตั้งกองทุนท่อร้อยสาย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ ทีโอทีมีความพร้อมในการเตรียมจัดตั้งกองทุนรวมท่อร้อยสาย เพื่อรองรับกับความต้องการโครงข่ายโทรคมที่กำลังเติบโตสูงขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล คาดว่าภายในเดือนมี.ค. ปีหน้า จะสามารถจัดตั้งกองทุนฯและขายหน่วยลงทุนได้ ทั้งนี้ทีโอทีประเมินรายได้การให้เช่าท่อร้อยสายไว้อยู่ที่ระดับ 1.0 พันลบ. ในปี 2563 สูงขึ้นจากปัจจุบันที่ 450 ลบ.ต่อปี ที่มาจากการให้เช่าท่อร้อสายความยาวที่มีอยู่ 25,000 กม. ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งนี้ทีโอทีมีแผนที่จะถือสัดส่วนการลงทุนในกองทุนอยู่ที่ 33%(Bangkok Post)

• นักวิเคราะห์คาดการณ์ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ย. ที่จะประกาศในวันนี้ว่าจะเพิ่มขึ้น 175,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานในเดือนก.ย. คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 4.9% (Reuters)

• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อวันพฤหัส จากข้อมูลจำนวนผู้ยื่นรอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ต่ำกว่าคาด ก่อนการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันนี้ได้เสริมมุมมองว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงสิ้นปีนี้ ราคาพันธบัตรอ้างอิงอายุ 10 ปี ลดลง 7/32 อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ระดับ 1.74% เพิ่มขึ้นจากที่ระดับ 1.72% เมื่อวันพุธ ซึ่งไต่ขึ้นจากที่ระดับ 1.54% เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ เมื่อวันพฤหัส สู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนจากการเปิดเผยข้อมูลภาคแรงงานที่สำคัญ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐล่าสุดเพิ่มขึ้น 0.55% อยู่ที่ระดับ 96.658 หลังจากแตะระดับสูงสุดตั้งแต่ปลายเดือนก.ค. ดอลลาร์สหรัฐแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนเทียบกับเงินเยน โดยล่าสุดแข็งค่าขึ้น 0.5% ที่ระดับ 104.04 เยน (Reuters)

• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อวันพฤหัส เนื่องจากนักลงทุนรอดูตัวเลขการจ้างงานอกภาคเกษตรสหรัฐที่จะประกาศในวันนี้ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวบ่งชี้ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้หรือไม่ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องสนับสนุนแนวคิดที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังแข็งแกร่งขึ้น เช่นเดียวกับรายงานฉบับหนึ่งที่เผยให้เห็นว่าจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงผิดคาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 43 ปี (Reuters)

• จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานในสัปดาห์ก่อนลดลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 43 ปี ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการฯ ลดลง 5,000 ราย สู่ระดับ 249,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 257,000 ราย จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการฯ ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 300,000 รายติดต่อกันมา 83 สัปดาห์แล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง (Reuters)

• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันพฤหัสบดีปรับตัวลดลงโดยราคาหุ้น easyJet ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปีหลังออกมากล่าวเตือนถึงแนวโน้มผลการดำเนินงาน แม้ว่าตลาดจะได้แรงหนุนส่วนหนึ่งจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่ Sentiment ตลาดโดยรวมยังอ่อนแอบนความกังวลว่า ECB จะลดการเข้าซื้อพันธบัตรลงก่อนที่โครงการการเข้าซื้อสินทรัพย์จะสิ้นสุดลง (Reuters)

• ผู้ว่า BOJ นายHaruhiko Kuroda แถลงในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาสำหรับการแก้ปัญหาภาคธนาคารยุโรป เขาได้แสดงความคิดเห็นเมื่อเดินทางมาถึงที่ประชุมประจำปีที่เริ่มขึ้นเมื่อวานนี้ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) และธนาคารโลก ในกรุงวอชิงตัน คำถามซ้ำ ๆ เกี่ยวกับสถานะการเงินของธนาคารดอยซ์แบงก์ ผู้ให้กู้รายใหญ่ที่สุดของเยอรมนีได้บดบังการประชุมกำหนดนโยบายที่ต้องจัดการกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำและอัตราเงินเฟ้อที่อ่อนแอ (Reuters)

• ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า 1% ไปสู่จุดสูงสุดรอบสี่เดือนวันพฤหัส หนุนจากการประชุมอย่างไม่เป็นทางการอีกครั้งเพื่อลดกำลังการผลิตและการลดลงของสต็อกน้ำมัน ทะลุเกินความคาดหมายด้วยการบวก 15% เจ็ดวันติด น้ำมัน Brent บวก 65 เซนต์ (+1.3%) ปิดที่ 52.51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนหน้าได้ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดตั้งแต่ 9 มิ.ย. ที่ 52.65 ดอลลาร์ น้ำมันดิบสหรัฐล่วงหน้าบวก 61 เซนต์ (+1.2%) ปิดที่ 50.44 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปิดเหนือ 50 ดอลลาร์ครั้งแรกนับแต่ 24 มิ.ย. (Reuters)

• ทองคำร่วงเป็นวันที่แปดในวันพฤหัส สู่จุดต่ำสุดรอบสี่เดือนกดดันโดยดอลลาร์ที่แข็งค่าหลังตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ร่วงลง ราคาทองคำตลาดจรลดลงเหลือ 1,250.35 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ต่ำสุดนับตั้งแต่ 8 มิ.ย. ราคาทองคำล่วงหน้าส่งมอบ ธ.ค. ลบ 1.2% ไปอยู่ที่ 1,253 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (Reuters)

ที่มา: bangkokbiznews.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0