Receive up-to-the-minute news updates on the hottest topics with NewsHub. Install now.

Daily Market Outlook (9 ธ.ค.58)

9 ธันวาคม 2558, 5:31 น.
15 0

• อนุมัติสายสีส้มครม.วานนี้ได้เห็นชอบโครงการพัฒนารถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้มเชื่อมสถานีศูนย์วัฒนธรรมไปสู่มีนบุรีวงเงิน 9.5 หมื่น ลบ. คาดเริ่มกระบวนการประมูลราวกลางปีหน้าและเดินรถในปี 65 รัฐบาลเชื่อว่าจะช่วยเพิ่ม GDP ในปี 59 ได้ราว 1% (Bangkok Post)

• ญี่ปุ่นร่วม SPV ทวายครม. พึ่งเห็นชอบข้อเสนอของ ก.คลังให้รัฐบาลญี่ปุ่นร่วมถือหุ้นในนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV) ในการบริหารท่าเรือน้ำลึกในพม่าและเขตเศรษฐกิจพิเศษในทวาย ปัจจุบันรัฐบาลไทย-พม่าถือหุ้นอยู่ 50% ใน SPV เมื่อญี่ปุ่นเข้ามาร่วมก็จะแบ่งเป็นฝ่ายละ 33.33% ของหุ้นทั้งหมด (The Nation)

• การจัดอันดับประเทศใน ICT Development Index ที่สูงขึ้นจากการขยาย 4G ในประเทศกสทช. ประเมินว่าไทยจะสามารถได้รับการจัดอันดับประเทศใน ICT Development Index สูงขึ้นมาอยู่ลำดับที่ 60 ได้ในปี 2560 จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่อันดับ 74 ในบรรดา 167 ประเทศ และจะขึ้นมาเป็นอันดับสองเป็นรองเพียงแค่สิงคโปร์ โดยทั้งนี้ได้แรงหนุนจากการขยายระบบเครือข่าย 4G ในประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอล (Bangkok Post)

• CCETประกาศยอดขายเดือน พ.ย.ที่ 1.188 หมื่น ลบ. ลดลง 11.3% เทียบเดือนก่อนและ 27.1% เทียบปีก่อน (SET)

• ราคาน้ำมันและข้อมูลของจีนมีผลต่อตลาด: ราคาน้ำมันดิบเกือบแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี หลังจากราคาน้ำมันดิบสหรัฐลดลงต่ำกว่า 37 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลและราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงต่ำกว่า 40 ดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกนับแต่ต้นปี 52 เนื่องจากความกลัวว่าผู้ผลิตน้ำมันของโลกจะผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นในภาวะที่ตลาดอิ่มตัว ข้อมูลที่ประกาศเมื่อคืนว่ายอดการนำเข้าของจีนลดลงเป็นเดือนที่ 13 ติดต่อกัน ยิ่งเติมเชื้อความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลกและกดราคาสินค้าโภคภัณฑ์ให้ต่ำลงไปอีก (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเทียบเงินสกุลหลักอื่น ๆ แต่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่มีความสัมพันธ์กับราคาน้ำมัน ความกังวลจากปริมาณน้ำมันล้นตลาดทำให้สกุลเงินของผู้ส่งออกน้ำมันอ่อนค่าลง โดยดอลลาร์แคนาดาและนอร์วีเจียนโครนอ่อนค่าต่ำสุดในรอบทศวรรษเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเทียบกับเงินยูโรและเงินเยน อย่างไรก็ตาม ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลปิดล่าสุดลดลง 0.17% อยู่ที่ 98.488 จุด (Reuters)

• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงเมื่อวันอังคาร ถูกกดน้ำหนักจากตัวเลขการค้าที่อ่อนแอของจีน ส่วนราคาน้ำมันร่วงลงต่ำสุดของวันหลังจากร่วงลงอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี (Reuters)

• ตลาดหุ้นยุโรปร่วงลงเมื่อวันอังคาร เนื่องจากราคาหุ้นในกลุ่มเหมืองแร่นำตลาดลงจากราคาหุ้นของ Anglo American ที่ลดลงทำสถิติใหม่ และดัชนีสำคัญอันหนึ่งของยุโรปลดลงต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ (Reuters)

• การค้าของจีนยังคงอ่อนแอในเดือนพ.ย. ยอดการส่งออกลดลง 6.8% YoYต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ซึ่งลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ส่วนยอดการนำเข้าร่วงลง 8.7% ลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 13 นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ก่อนหน้าว่ายอดการส่งออกจะลดลง 5.0% น้อยกว่าเดือนต.ค. ที่ลดลง 6.9% ส่วนยอดการนำเข้าคาดว่าจะลดลง 12.6% หลังจากมีการร่วงลงอย่างน่าตกใจที่ 18.8% ในเดือนต.ค. อย่างไรก็ตาม จีนยังมีการเกินดุลการค้าสูงมากซึ่งเท่ากับ 5.41 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพ.ย. ถึงแม้ว่าจะลดลงจากเดือนต.ค.ซึ่งถูกบันทึกสถิติสูงสุดที่ 6.164 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (Reuters)

• ยอดการสั่งซื้อเครื่องจักรของญี่ปุ่นขึ้น 10.7% ในเดือนต.ค. และเป็นการได้กำไรเป็นเวลา 2 เดือนติดต่อกัน ซึ่งเป็นสัญญาณของการฟื้นตัวที่ล่าช้าในการลงทุนภาคธุรกิจ จากโพลของรอยเตอร์ก่อนหน้านี้ นักเศรษฐศาสตร์คาดตัวเลขจะลดลง 1.5% และตามมาด้วยกำไร 7.5% ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นตัวเลข MoMแรกที่เพิ่มขึ้นในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขยอดสั่งซื้อ YoYซึ่งไม่รวมเรือและไฟฟ้าปรับขึ้น 10.3% ในเดือนต.ค. ในขณะที่นักวิเคราะห์คาดการเติบโตแค่ 1.4% ก่อนหน้านี้(Reuters)

• ราคาทองบวกวันอังคาร จากการที่ดอลลาร์อ่อนลงเล็กน้อยและหุ้นทั่วโลกร่วง แม้การคาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยสัปดาห์หน้ายังจำกัดขาขึ้นอยู่ ทองคำตลาดจรสหรัฐขึ้น 0.3% มาอยู่ที่ระดับ 1,073.18 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ทองคำตลาดจรสหรัฐล่วงหน้าส่งมอบ ก.พ. ปรับขึ้น 10 เซนต์มาอยู่ที่ระดับ 1,075.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (Reuters)

• น้ำมันร่วงต่อวันอังคาร สู่จุดต่ำสุดใหม่นับแต่วิกฤติการเงินปี 2009 เนื่องจากอุปทานล้นเกินสร้างความกังวลต่อโลกว่าจะไม่มีที่เก็บน้ำมัน น้ำมันดิบสหรัฐลด 6 เซนต์ ปิดที่ 37.59 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากร่วงแตะจุดต่ำสุดที่ 36.64 ดอลลาร์ในระหว่างวัน Brent ลง 51 เซนต์ปิดที่ 40.23 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังแตะ 39.81 ดอลลาร์ในระหว่างวัน (Reuters)

ที่มา: bangkokbiznews.com

มีส่วนร่วมในเครือข่ายทางสังคม:

ความคิดเห็น - 0