“กัสจัง” เคลียร์ฉาว! ยันคลิปเสียงเจตนาบิดเบือน ส่วนแชตไลน์ด่า "ใหม่-เกล้า" นานแล้ว

26 กันยายน 2557, 12:35 น.

26 0

“กัสจัง” เคลียร์ฉาว! ยันคลิปเสียงเจตนาบิดเบือน ส่วนแชตไลน์ด่า "ใหม่-เกล้า" นานแล้ว

“ได้ฟังคลิปเสียงแล้วค่ะ และเป็นคลิปที่เป็นเสียงหนูจริงๆ แต่ว่าคลิปนี้มันเป็นคลิปที่เกิดขึ้นมาเกือบ 2 ปีแล้ว ซึ่งมันเพิ่งมีการปล่อยและหลุดมาในตอนนี้ จริงๆ แล้วเราก็ทราบว่าทำไมฝ่ายชายถึงได้อัดคลิป เรื่องตรงนี้ก็เข้าใจทุกอย่าง เพราะว่าเขาพูดเองอยู่แล้วว่าเขาอัดเพื่ออะไร แต่สำหรับคนที่ปล่อยคลิปน่ะค่ะ มี 2 ประเด็นนะคะ หนึ่งทำไมคลิปนี้ถึงเพิ่งมาปล่อยตอนที่หนูเพิ่งตอบคำถามไปว่าหนูไม่ได้มีส่วนร่วมเกี่ยวกับอินสตาแกรมแอนตี้ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้นะคะ ทำให้ทุกๆ คนที่ฟังคลิปคิดว่าที่ผ่านมาตลอดเวลาเกือบ 2 ปีหนูเป็นคนทำอินสตาแกรมทุกๆ อย่างด้วยความหึงหวงและต้องการโจมตีอีกฝ่าย ประเด็นที่สองก็คือคลิปนี้มีการบิดเบือนเนื้อหา กัสจังไม่พูดว่าตัดต่อหรือไม่ตัดต่อนะคะ แต่ของแบบนี้มันน่าจะเช็กได้ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ว่าในการสนทนามันนานมากแล้ว เราคงไม่สามารถจำได้ว่าเราพูดอะไรไปบ้าง แต่คนเราเวลาคุยกันครั้งสุดท้ายและถ้ามันเป็นถ้อยคำสะเทือนใจเวลาพูด เราต้องจำได้อยู่แล้วว่าพูดอะไร แน่นอนเราต้องมีเล่าให้เพื่อนฟังอยู่แล้วเป็นธรรมชาติ ซึ่งมันก็ได้มีใจความในบางช่วงหายไป ก็ไม่รู้ตัดหรือไม่ตัดหรืออัดไม่หมด ความหมายมันไม่เหมือนเดิมค่ะ"

“คือคนเราทะเลาะกันมันก็คงดูไม่ดีอยู่แล้วค่ะ แต่ว่าทำให้มันดูแย่ลงและทำให้บางสิ่งที่มันไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่ให้มันเหลือว่าให้หมายความอย่างนั้น (คิดว่าถูกบิดเบือนคำพูด) คือถ้าคลิปมันหลุดหรือปล่อยตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วมันคงได้มาเล่ารายละเอียดอยู่แล้วว่าตื้นลึกหนาบางเกิดอะไรขึ้นเรื่องของคนสองคน ณ ตอนนั้นนะคะ แต่ว่าพอมันผ่านมาเกือบ 2 ปีแล้วไม่มีความจำเป็นที่หนูจะต้องเอาเรื่องของกันและกันมาพูด เพราะมันเป็นเรื่องในอดีต และไม่ได้สนใจที่จะต้องไปพูดถึงใครผิดใครถูก คือถ้าจะมองว่าหนูผิดก็ได้ ก็ยอมรับผิดก็ได้ ตอนนั้นอยู่ในช่วงกำลังเลิกกัน คือเราก็มีการกลับมาดีกันหลายรอบ แต่ตอนนั้นก็เพิ่งเลิก”

“คือก่อนหน้านั้นมันมีการคุยหันหลายรอบมาก คือก่อนช่วงที่เราจะเลิกกันก็มีการทะเลาะกัน มีบุคคลหนึ่งมาต่อว่าหนูในอินสตาแกรม ซึ่งเป็นศัพท์ที่ผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชายไม่ควรจะมาเขียนต่อว่าผู้หญิงอย่างนี้ เพื่อให้ตัวเองหรือฝ่ายตัวเองดูดี คือเขียนประมาณว่าเราเป็นผู้หญิงไม่ดีเสร็จปุ๊บมันก็เป็นเหมือนการที่เพื่อนๆ ของเราไปตอบโต้กัน ว่าเป็นผู้ใหญ่ทำไมพูดจาแบบนี้คะ ผู้ใหญ่อยู่ส่วนผู้ใหญ่เถอะ มันก็มีการตอบกันไปตอบกันมา และตอนนั้นด้วยความที่ทุกคนเป็นเด็กก็คือเดือดแทนเพื่อนอยู่แล้ว จนเรื่องนี้จบไปก็มีการเคลียร์กันแล้วว่าจะมาขอโทษและขอโทษแม่เราด้วย แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีการขอโทษ จนผ่านไปซึ่งช่วงนั้นหนูถ่ายซิตคอมอยู่ก็มีคนมาถามคุณน้าหนูว่ามีคนสร้างเพจนี้ขึ้นมาหรือเปล่า ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีหลายเพจมากตอนนั้น ตัวหนูเองก็มีคนเข้ามาด่าเยอะมาก ตัวเขาเองก็คงต้องมีบ้าง เพราะว่าคนเรามันมองได้สองแง่ ซึ่ง ณ ตอนนั้นมันก็เลยถูกมองเป็นว่าหนูสร้างเพจทั้งหมดขึ้นมา ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันก็มีเพจอันนั้นอันเดียว ซึ่งตอนนั้นหนูไม่ได้ทราบเรื่องเพราะถ่ายซิตคอมอยู่ ก็ยอมรับว่าเพจฮาเร็มโดมเป็นเพื่อนหนูทำค่ะ คือพอเขาโทร.มาถาม เราก็เลยโทร.ไปถามเพื่อนเราว่าทำจริงไหม เพื่อนก็บอกว่าจริงเพราะเดือดมากโน่นนี่นั่น เราก็บอกกับเขาว่าให้เพื่อนๆ ลบไปหมดแล้ว ก็ขอโทษและจบๆ กันไป แต่ ณ ตอนนั้นคงเคลียร์กันไม่ลงตัว ระหว่างเพื่อนเราก็บอกว่ามาขอโทษฝั่งเราก่อนสิ ทำไมต้องไปยอม คือเหมือนเป็นเรื่องที่นานแล้วน่ะค่ะ”

“ไปถามเขาดีกว่าค่ะ รู้ตอนที่เขาโทร.มาค่ะ เพราะตอนนั้นหนูถ่ายซิตคอมอยู่ พอทราบก็โทรไปเคลียร์ตอนนั้นเลย แต่คนเราคุยกันหลังไมค์แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องมาบอกว่าเธอต้องมารับผิดแทนเพื่อนของเธอ แล้วเธอต้องออกมาขอโทษฉันนะ คือมันไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โตน่ะค่ะ ก็เลยเคลียร์กันว่าจบๆ กันไป เพราะฝ่ายเราก็ไม่ได้เอาเรื่องอะไรอยู่แล้ว”

“ส่วนคำพูดที่บอกว่าตั้งใจลายชีวิตเขา อันนี้คือประโยคสุดท้ายที่พูดกัน แต่ก่อนหน้ามีการโทร.คุยกันหลายครั้งแล้วค่ะ ว่าทำอย่างนี้ทำไม ทำลายชีวิตหรือเปล่า ณ ตอนสุดท้ายที่คุยกันมันเป็นแค่ตอนอัดเสียงและมีคลิปออกมา แต่ก่อนหน้านี้คนไม่รู้หรอกว่าเราคุยอะไรกันบ้าง สำหรับตัวหนูเองก็ไม่เคยไปโทษเขาว่าทำไมเธอไม่ปกป้องฉัน เธอเป็นคนสั่งการคนของเธอมาด่าฉันใช่ไหม คนเราเลิกกันก็ไม่ใช่ว่าหมดรักแล้วมาด่า”

“หนูก็ไม่ทราบว่าเขาแจ้งความใคร แต่หนูรู้ตัวว่าหนูไม่ได้ทำอยู่แล้ว หนูไม่ทราบเหมือนกันว่าเขายังดำเนินการต่อหรือเปล่าต้องไปถามเขา แต่ไม่เคยมีตำรวจติดต่อมานะคะ เพราะเราไม่ได้ทำ หนูก็ไม่ได้จะไปแจ้งความว่าโดนบีบบังคับให้พูดในคลิป คือคนเราคุยกัน เคยคบกันอารมณ์น้อยใจต่างๆ นานามันก็ต้องมีบ้างอยู่แล้ว ซึ่งมันก็ไม่ถึงขั้นต้องแจ้งความหรอกค่ะ (แสดงว่าคนของโดมเริ่มก่อน) มันไม่เกี่ยวค่ะว่าใครเริ่มก่อน แต่มันคือเด็กทะเลาะกัน ซึ่งเพื่อนโมโหแทนเพื่อน ก็เหมือนคนของเขาโมโหแทนเขา”

“ส่วนที่บอกว่าอยากทำลายเขาเพราะโกรธเกลียดมาก คือก่อนหน้านั้นเขาโทร.มาไม่หยุดเลยค่ะ หนูก็จำไม่ได้ว่าใจความจริงๆ มันมีอะไรบ้าง แต่ที่หนูมั่นใจคือเจตนาของคำพูดมันยาวกว่านั้นค่ะ หนูจำไม่ได้ว่าพูดว่าพูดอย่างนี้พอใจหรือยัง หรือว่าโอเคไหมต่อจากคำว่าทำลายชีวิตนั้น หนูจำไม่ได้”

“ก็คงไม่ทำอะไรหรอกค่ะ ถ้าคนปล่อยเขามีเจตนาที่ดีจริง เขาก็คงปล่อยคลิปเต็มๆ นะคะ ส่วนหนูเองหนูก็ไม่อยากสนใจ หรือมานั่งเล่นเกมอะไรอยู่แล้ว ต่อหน้าสื่อจะดีหรือไม่ดีหนูก็ยอมรับได้ทุกอย่าง ซึ่งก็ค่อนข้างโดนคนเข้าใจผิดเยอะค่ะ เหมือนว่าหนูไม่จบไม่สิ้น ตามราวีไม่เลิก ซึ่งอินสตาแกรมเดียวที่รับรู้วันนั้นคือแค่ฮาเร็มโดมอันเดียวจริง เกิดขึ้นเกือบ 2 ปีแล้ว หลังจากนั้นไม่ได้มีการยุ่งเกี่ยว และเพื่อนๆ ทุกคนก็ไม่ได้มีการยุ่งเกี่ยวเลย เพื่อนๆ หนูก็เป็นเด็กเนอะ โดนข่าวจะแจ้งความบ้าง โดนโน่นนี่นั่นก็คงไม่มีใครกล้าทำอะไรแล้วค่ะ”

“ก็อยากบอกว่าถ้าไม่ได้มีเจตนาเอนเอียงจริงๆ ก็ขอให้บริสุทธิ์ใจในการปล่อยคลิปเต็มๆ ทั้งหมดดีกว่าค่ะ ถามว่ารู้ตัวคนปล่อยไหม พอวางสายก็รู้ตัวค่ะ อย่างที่บอกว่ามีคำอะไรมากกว่านั้นค่ะ แต่ตอนนี้ไม่คิดและไม่สนใจด้วยค่ะ และประเด็นที่วันนี้ออกมาพูดก็คืออยากให้เป็นครั้งสุดท้ายที่เข้าไปโยงกับพี่โดมอีก หนูไม่ติดใจเอาความอะไร"

“ใช่ค่ะ ไม่ได้ทำ จากนั้นก็ไม่มีใครยุ่งหรือสนใจเลยค่ะ ทุกคนไปมีชีวิตของตัวเอง เริ่มต้นใหม่ ตัวหนูเองหลังจากที่มีกระแสข่าวมากมายตอนนั้นก็รู้สึกเหนื่อยพอสมควร อยากไปเรียนต่างประเทศ อยากอยู่ในที่ที่มันไม่วุ่นวาย หนูรู้ว่าหนูเป็นคนที่คิดอะไรแล้วพูดเลย ซึ่งมันค่อนข้างยากสำหรับการวางตัวในวงการ พอได้ไปเรียนต่างประเทศก็คิดอะไรได้เยอะ ก็เริ่มทำงานใหม่ ได้รับโอกาสดีๆ เยอะค่ะ”

“ก็เป็นแชตหลุดที่หนูคุยกับเพื่อนจริงค่ะ คุยมาพักหนึ่งแล้วค่ะ แล้วแชตนี้ก็ได้หลุดออกมา ซึ่งตอนนี้เราก็กำลังมีประเด็นข่าวอยู่ ก็เลยรู้สึกว่าตัวใหม่ กับพี่เกล้าไม่ควรจะมาโยงถึงประเด็นที่เรามีอยู่ตอนนี้ ก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ สำหรับที่ ณ ตอนนั้นมันมีอะไรติดใจหรือรู้สึกไม่ดีต่อกัน เราคุยกับเพื่อนเราก็คงใช้ภาษาแบบนั้นอยู่แล้ว แต่ไม่ได้แท็กไปเพราะคิดว่าเขาคงไม่เห็น เพราะคนฟอลโลว์เขาเยอะมาก”

“ไม่ใช่เหตุการณ์เพิ่งเกิดแค่ 5 วีกนะคะ ร้าน MOMO นี่พักหนึ่งแล้ว ในอินสตาแกรมหนูยังมีรูปอยู่เลยว่านานมากๆ แล้ว เขาคงจำผิดแล้วล่ะค่ะ แต่จริงๆ หลังจากวันนั้นหนูก็บังเอิญเจอเขาบ่อยมาก แต่ก็ไม่ได้ทักทาย ไม่ได้ติดใจอะไรกันก็เฉยๆ ไป แต่วันที่ไปทานที่ร้านนั่งอินสตาแกรมไว้นานมากแล้วนะคะ”

“ถ้าออกมาในสื่อคนดูก็คงว่าแรง แต่ก็ต้องบอกว่าตัวเราก็ไม่ใช่คนดีอะไร เวลาเราคุยกับเพื่อนถึงคนที่เราไม่ชอบเราก็คงไม่พูดเพราะๆ ใส่เขาอยู่แล้ว(หัวเราะ) คือ ณ ตอนนั้นมันก็มีความรู้สึกบางอย่างที่เราก็ไม่อยากไปนั่งพูดถึงต่อความยาวสาวความยืด ก็เอาเป็นหนูไม่ดีเองก็ได้ค่ะที่ไปไม่ชอบเขา หนูผิดทั้งหมดค่ะ จะมองว่าหนูอิจฉาเขา หรือเขาอยู่สูงกว่าหนูยังไงก็ได้ค่ะ ไม่เป็นไร”

“เพื่อนมาเล่าให้ฟังค่ะ ก็ต้องขอโทษด้วยค่ะ ด้วยความที่คุยกับกลุ่มเพื่อนที่สนิทกันมากและไม่คิดว่าเพื่อนจะมาหักหลัง ทุกคนในกลุ่มทราบค่ะว่าเป็นใคร และตอนนี้ก็ไม่ได้คบกันแล้ว ก็ต้องขอโทษใหม่กับพี่เกล้านะคะ ด้วยความที่เขาเป็นผู้ใหญ่มีออกมาอย่างนี้มันก็ดูไม่ดี มันก็ดูก้าวร้าว ก็ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้มาเกี่ยวข้อง และตัวใหม่เองตอนนี้เขาก็มีผลงานที่ดี มีชื่อเสียง หนูก็ไม่ได้อยากให้เขามาวุ่นวายกับข่าวหนู ก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ถ้าเจอกันแล้วยอมคุยกับหนู หนูก็คงต้องขอโทษ ต้องเคลียร์ค่ะ เพราะตอนนี้ก็ไม่อยากมีเรื่องอะไรกับใครแล้ว ก็เอาเป็นว่าขอให้เรื่องมันจบไป หนูด่าหนูผิดคนเดียว และไม่จำเป็นต้องพูดว่าทำไมถึงไม่ชอบกันค่ะ ตอนนี้ไม่ต้องการทราบอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องสืบด้วยค่ะ ใครจะทำอะไรก็ทำไป อันไหนที่เราผิดเราก็ยอมรับผิด”

“ฝากอะไรถึงพี่โดม ก็ตัดขาดกันตั้งแต่คุยกันครั้งสุดท้ายแล้วค่ะ (หัวเราะ) เขาก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกค่ะ ครั้งนั้นครั้งสุดท้าย ตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วค่ะ ก็พร้อมร่วมงานได้นะคะ ที่หนูเปลี่ยนเบอร์เพราะถือเคล็ดมากกว่าไม่ได้เปลี่ยนหนีค่ะ คิดว่าไม่มีอะไรที่ต้องติดต่อกันแล้วค่ะ”

ที่มา: manager.co.th

ที่หน้าประเภท

Loading...