คุณหมอต้นไม้ งานอนุรักษ์บนที่สูง

26 กุมภาพันธ์ 2558, 2:24 น.

37 0

คุณหมอต้นไม้ งานอนุรักษ์บนที่สูง

มีคนกลุ่มหนึ่งพยายามจะบอกว่ามีวิธีที่จะทำให้ต้นไม้อายุยืนอย่างสวยงามแล้ว พวกเขายังบอกว่าต้นไม้ใหญ่อยู่ร่วมกับเมืองได้อย่างเป็นมิตรหากดูแลอย่างถูกวิธี พวกเขาคือ “หมอต้นไม้”

“วิธีการของผมคือนำความรู้ที่เราได้จากการไปอบรมกับหมอต้นไม้ชาวญี่ปุ่นมาใส่ไว้ในวิชาเรียนก่อน แล้วเวลาเราไปทำแล็บก็พานักศึกษาไปลงพื้นที่”

ในงานรณรงค์งานหนึ่งที่เมืองเชียงใหม่ อาจารย์บรรจงก็ได้เจอกับกลุ่ม Cliff Top Adventure เมื่อสี่ปีที่แล้ว ก่อนจะชวนให้มาร่วมทีมในสองปีต่อมา “เด็กหนุ่มกลุ่มนี้เป็นครูฝึกจิตอาสาให้กับหน่วยกู้ภัยด้วย งานจึงเชื่อมโยงกันได้ง่าย เนื่องจากเขามีทักษะในการปีน เราก็สอนการใช้เครื่องมือตัดจากตัวอย่างจริงทั้งวิธีการตัดไม้ให้ต้นไม้เป็นแผล การปิดโพรง จากหนึ่งต้นก็กลายเป็นหลายสิบหลายร้อยต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นไม้อายุเกิน 100 ปีแทบทั้งสิ้น”

“สิ่งแรกที่พวกเราสนใจเพราะว่าเป็นงานที่ยากก็เลยลองมาร่วมทีมกับอาจารย์บรรจง ถ้าถามว่าปีนต้นไม้เพื่อตัดแต่งกับงานบนที่สูงเหมือนหรือต่างกันไหม? เห็นชัดว่าต้นไม้จะยากตั้งแต่ก่อนปีนขึ้นเลย เพราะต้นไม้แต่ละชนิดฟอร์มต้นไม่เหมือนกัน เติบโตในที่ต่างกันก็ไม่เหมือนกัน เราต้องแก้ปัญหาตลอดเวลา ถ้าสมมติว่ากิ่งไม่มีที่ให้เรายึดเกาะจะทำอย่างไร พอขึ้นได้แล้วจะข้ามกิ่งเพื่อไปตัดจะทำอย่างไร กระบวนการค่อนข้างยาก คือต้องคิดทุกขั้นตอน พวกเราจะไปดูหน้างานก่อนหนึ่งวัน แล้วก็วางแผนว่าจะตัดกิ่งไหนบ้าง ถ้าเจอต้นไม้ที่มีบ้านเรือนหรือเสาไฟฟ้าอยู่ด้านล่างจะตัดยาก เพราะเราต้องระวังไม่ให้กิ่งไม้ไปกระทบบ้านเรือนหรือสร้างอันตรายให้คนที่สัญจรผ่านมา”

นอกจากใส่ใจในอันตรายต่อผู้อื่นแล้ว ความปลอดภัยต่อตัวเองก็มีหลายอย่างที่ต้องระวัง ทั้งจากสัตว์ที่อยู่บนต้นไม้ เช่น ผึ้ง ต่อ แตน หรือบางเจ้าบ้านอย่างสายไฟฟ้าแรงสูง พี่ใหญ่จาก Cliff Top Adventure บอกว่า “ผมเคยโดนไฟดูดครั้งหนึ่งแต่โชคดีรอดมาได้ไม่เป็นไร เราเคยคิดว่ากิ่งไม้จะเป็นฉนวนแต่ว่ากิ่งไม้สดนั้นมีน้ำอยู่ ซึ่งมันคือตัวนำไฟดีๆ นี่เอง”

เมื่อให้อธิบายขอบเขตของทีมปีนอย่างเขา โจโจ้ ก็อธิบายว่า “งานหมอต้นไม้ทีมปีนจะมีหลักๆ สองส่วน คือ งานศัลยกรรม ได้แก่ การตัดกิ่งแห้งเพื่อป้องกันการฉีกของแผลที่จะนำไปสู่การทำกิ่งหลักเน่า เพราะถ้ากิ่งหลักเน่าต้นก็จะเน่าด้วย หรือถ้าเราเจอกิ่งแห้งที่หักอยู่แล้วแต่แผลไม่สวย เราก็จะไปตัดแต่งแผลและทาน้ำยา ส่วนที่สองคือหลุมหรือโพรงที่น้ำเข้าได้เราก็จะทำหน้าที่อุดรูโหว่นั้น ส่วนประกอบสุดท้ายก็จะเป็นพวกกาฝากหรือพืชชนิดอื่นที่ไปเกาะบนต้นไม้ เราเรียกงานประเภทนี้ว่างานรื้อถอน”

อายุงานบนต้นไม้ร่วม 2 ปี ตัวแทนของ Cliff Top Adventure บอกความรู้สึกหลังจากได้มาทำงานกับต้นไม้ว่า “ผมเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนมองต้นไม้ก็เฉยๆ ไม่เห็นค่าเลย ต้นไม้ก็คือให้ร่มเงา แต่พอขึ้นไปตัดกิ่งแห้งเรารู้เลยว่ากว่าเขาจะเติบโตยืนหยัดมีชีวิตรอดมาจนถึงป่านนี้ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ สิ่งที่ผมทำตอนนี้ถ้าสมมติผมรักษาต้นไม้หนึ่งต้นให้อยู่ได้อีก100 ปีถือว่าพวกผมประสบความสำเร็จมากในอาชีพผม”

“เรามีข้อสรุปว่าจะสอนตัดแต่งต้นเดิม เพราะนอกจากต้นไม้มันจะได้อยู่คู่กับเมืองได้อย่างเป็นมิตรแล้ว จะเป็นการลดข้ออ้างของการตัดต้นไม้โดยไร้เหตุผลได้ด้วย เราจึงเชิญคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมร่างหลักสูตรโรงเรียนต้นไม้ขึ้น นอกจากจุฬาฯ แล้วเราก็ได้เครือข่ายที่เป็นแหล่งเรียนรู้ชั้นครูคือโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่รักต้นไม้มาก และมีต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ที่ได้รับการดูแลอยู่จำนวนมาก”

“เราถือว่าเป็นโรงเรียนต้นไม้แห่งแรกในประเทศไทยเลยนะที่เปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่แข็งแรง ไม่มีปัญหาโรคประจำตัว น้ำหนักตัวไม่เยอะเกินไป ไม่กลัวความสูง และมีเวลาที่จะเรียนรู้เข้ามาเรียน ซึ่งต่อไปหมอต้นไม้หรือรุกขกรจะเป็นอาชีพที่เป็นที่ต้องการมาก เพียงแต่ว่าตอนนี้คนยังไม่รู้จัก”

ขณะที่ มัตตัญญู เมฆสวัสดิ์ หรือเจื้อยแจ้ว รุกขกรจากโรงเรียนต้นไม้ บอกว่า “จากเดิมเราก็ใส่ใจสนใจต้นไม้ในเมืองอยู่แล้ว เพราะเรารู้สึกว่าการต้นไม้ในเมืองใหญ่ทำแบบขอไปทีคือตัดโล่งเตียนซึ่งทำให้ต้นไม้สุขภาพไม่ดี และเป็นโรค ซึ่งการเข้ามาเรียนในโรงเรียนต้นไม้ทำให้เรารู้ว่าการตัดแต่งที่ถูกต้องทำอย่างไร ไม่ใช่แค่บ่นหงุดหงิดเหมือนที่เคยทำ”

“ต้นไม้ต้องการคนดูแล สำหรับเจื้อยมองว่าไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายสามารถทำงานนี้ได้หมด ถ้าเราอยากให้ต้นไม้ในเมืองอยู่กับคนได้อย่างปลอดภัย เราก็ต้องมีคนดูแล ถ้าอยากให้อยู่ด้วยกันนานๆ ก็ต้องผลิตคนที่สามารถดูแลต้นไม้เหล่านั้นได้ไปช่วยเสริม”

ที่สุดแล้ว หมอต้นไม้จะเป็นหนึ่งในทางรอดของพื้นที่สีเขียวในประเทศไทยหรือไม่ คงจะต้องติดตาม...

ที่มา: posttoday.com

ที่หน้าประเภท

Loading...