ลูกปัด พิพิธภัณฑ์ & การท่องเที่ยว จาก ‘หินตั้ง ไฟส่อง’ สู่ ‘มิวเซียม คัลเจอร์’

6 มิถุนายน 2558, 2:42 น.

34 0

ราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) หน่วยงานสำคัญที่ผลักดันพัฒนาพิพิธภัณฑ์ในบ้านเราบอกว่า “เพื่อให้เกิดทัศนคติใหม่หรือเกิดความคุ้นชินกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ว่า พิพิธภัณฑ์นั้นเป็นสถานที่ๆ เขาสามารถมาใช้พื้นที่ได้ เป็นสถานที่ๆ สามารถมาหาความรู้และสร้างแรงบันดาลใจได้ เมื่อคุ้นชินแล้วก็จะเกิดทัศนคติใหม่ๆ ต่อการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ และทัศนคติใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นนี้ก็จะเป็นตัวเพิ่มพูนหรือขยายผลต่อไปจนเกิดเป็นมิวเซียม คัลเจอร์ (Museum Culture) ในอนาคต ที่จะทำให้เกิดการพัฒนาทั้งตัวของพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ รวมไปถึงตัวของผู้ชมที่เพิ่มจำนวนขึ้นไปพร้อมๆ กัน”

“นักท่องเที่ยวมาเมืองไทย อาจจะไปช็อปปิ้งตามห้างต่างๆ แต่สิ่งเหล่านั้นมันก็จะอยู่ไม่นาน มีวันหมดไป แต่ที่เห็นความต่างคือ ประเทศเรามีอะไร อย่างคนรุ่นใหม่ที่เป็นฮิปสเตอร์นี่เขาก็จะไม่สนอะไรที่เป็นกระแส แต่สนใจสิ่งที่เป็นลักษณะเฉพาะ ถ้าเขาไปที่ไหนก็จะดูว่าอะไรที่เป็นลักษณะเฉพาะ ถ้าเราไปสิงคโปร์ ไปเดินช็อปปิ้งถนนออร์ชาร์ดอย่างเดียวก็เบื่อ อยากไปดูบ่อน้ำบ่อแรกของสิงคโปร์อยู่ตรงไหนอย่างนี้ ลักษณะอย่างนี้จะเป็นเทรนด์ของอนาคตในการเรียนรู้ จะเกิดเป็นการหมุนเวียนของความรู้ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ ทำให้พิพิธภัณฑ์เขาอยู่ได้ และการท่องเที่ยวก็อยู่ได้”

ตัวอย่างของพิพิธภัณฑ์ซึ่งประสบความสำเร็จจากการท่องเที่ยวที่เด่นชัดในปัจจุบันคือ วัดไตรมิตร เพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไทยตอนนี้คือ ชาวจีน (เอาชนะรัสเซียที่เคยครองแชมป์อยู่เดิม) คนจีนนิยมไปวัดไตรมิตรเพราะที่นี่มีของดีคือ พระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุด “นั่นคือ จุดขาย เขามาไหว้พระ แต่ว่าเขาอาจจะไม่มาเรียนรู้เรื่องราวๆ ต่างๆ เกี่ยวกับตัววัด มันได้ในเรื่องของรายได้ แต่ไม่ใช่ในเชิงของคุณค่า เพราะว่าเขามาไหว้แล้วก็กลับ แต่มันก็น่าจะนำมาปรับใช้กับตัวกิจกรรมหรือพิพิธภัณฑ์ในฐานะแหล่งเรียนรู้ได้เช่นกัน”

ผู้อำนวยการ ราเมศ เชื่อว่า กระบวนการจัดการก็มีส่วนสำคัญ “หากในอนาคตของเรามีของที่มีคุณภาพพอ มีสิ่งที่ใกล้เคียงหรือสัมผัสกับตัวของทัวริสต์ได้ การจัดทำนโยบายในอนาคตหากเรากำหมดเป้าหมายว่า นักท่องเที่ยวที่สำคัญของเราคือ จีน อินเดีย หรืออินโดนีเซีย เรามีอะไรที่จะดึงคนกลุ่มนี้ให้มาในสถานที่ที่เราสร้างขึ้น”

ที่มา: posttoday.com

ที่หน้าประเภท

Loading...